วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ปวดหลัง... ไม่ได้แปลว่า "หมอนรองกระดูกทับเส้น" เสมอไป: ความจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้

 



ปวดหลัง... ไม่ได้แปลว่า "หมอนรองกระดูกทับเส้น" เสมอไป: ความจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้

ปวดหลังจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ... แค่เมื่อยหรือชีวิตกำลังจะพัง?

คุณเคยไหมครับ? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกปวดแปล๊บที่หลังส่วนล่าง จะก้มหยิบถุงเท้าก็ทำไม่ได้ จะบิดตัวลุกจากเตียงก็ทรมาน สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวของคนส่วนใหญ่คือ “ตายแล้ว... เราเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือเปล่า? ต้องผ่าตัดไหม? จะเดินไม่ได้ไหม?” ความกลัวนี้เองที่ทำให้หลายคนรีบวิ่งไปขอทำ MRI ทันที แต่หมอมีเรื่องน่าตกใจจะบอกครับ... ภาพที่เห็นในฟิล์ม MRI ที่ดูน่ากลัวนั้น อาจจะไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของความปวดที่คุณกำลังเผชิญอยู่ก็ได้


เรื่องเล่าจากคนไข้: เคสคุณสมชายกับความลับในฟิล์มเอ็มอาร์ไอ

คุณสมชาย (นามสมมติ) ชายวัย 45 ปี พนักงานออฟฟิศระดับบริหารที่ต้องนั่งประชุมหน้าจอคอมพิวเตอร์แทบทั้งวัน วันหนึ่งขณะพยายามยกกระถางต้นไม้ที่บ้าน เขารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงที่กลางหลัง อาการปวดรุนแรงจนเขาต้องนอนราบกับพื้นไปไหนไม่ได้

คุณสมชายกลัวมาก เขาหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้วสรุปเองทันทีว่าเขาต้องเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” แน่นอน เขามาพบหมอพร้อมฟิล์ม MRI ที่ไปทำมาจากโรงพยาบาลอื่น ในฟิล์มนั้นหมอเห็นภาพหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาจริงๆ ครับ แต่เมื่อหมอตรวจร่างกายคุณสมชายอย่างละเอียด กลับพบว่าอาการปวดของเขาไม่ได้ตรงกับจุดที่หมอนรองกระดูกปลิ้นเลยแม้แต่น้อย

นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณสมชายเข้าใจว่า “ภาพถ่ายทางการแพทย์” กับ “อาการจริง” บางครั้งก็เดินคนละทางกันครับ


หมอนรองกระดูกเหมือน "ไส้ขนมปัง": อธิบายให้เข้าใจง่าย

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หมออยากให้ลองจินตนาการว่ากระดูกสันหลังของเราเหมือนขนมปังชิ้นกลมๆ ที่วางซ้อนกันเป็นคอนโดมิเนียม และระหว่างขนมปังแต่ละชั้นจะมี “หมอนรองกระดูก” ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือน “ไส้ขนมปัง” ที่มีความนุ่มและยืดหยุ่นคอยรับแรงกระแทกเวลาเราเดินหรือวิ่ง

เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานหลังหนักเกินไป ไส้ขนมปังนี้อาจจะถูกบีบจน “ปลิ้น” หรือ “แตก” ออกมาข้างนอก ถ้ามันปลิ้นไปโดนเส้นประสาทที่วางอยู่ข้างๆ นั่นแหละครับคือภาวะ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation) แต่บ่อยครั้งที่อาการปวดหลังของคุณไม่ได้เกิดจากไส้ขนมปังที่ปลิ้นออกมา แต่มันเกิดจาก “กล้ามเนื้อรอบๆ” ที่ล้าจนเกร็งตัว หรือ “ข้อต่อกระดูกสันหลัง” ที่อักเสบ ซึ่งอาการเหล่านี้รักษาให้หายได้ง่ายกว่าการผ่าตัดมากครับ


ความรู้พื้นฐาน: โรคปวดหลังและการเกิดโรค

อาการปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุส่วนใหญ่กว่า 85-90% มักเป็น อาการปวดหลังแบบไม่จำเพาะเจาะจง (Non-specific Low Back Pain) ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อ เอ็น หรือข้อต่ออักเสบจากการใช้งาน

ส่วนภาวะ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation) นั้น เกิดจากการที่ส่วนในของหมอนรองกระดูก (Nucleus Pulposus) เคลื่อนตัวผ่านรอยฉีกขาดของส่วนนอก (Annulus Fibrosus) ออกมากดเบียดเส้นประสาท อาการเด่นคือ ปวดร้าวลงขา (Sciatica) อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลังคุณพังไม่รู้ตัว

  • พฤติกรรมการนั่ง: การนั่งทำงานนานเกิน 2 ชั่วโมงโดยไม่ขยับ หรือการนั่งหลังค่อม ทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงบีบสูงกว่าปกติ

  • การยกของหนักผิดท่า: การก้มหลังยกของโดยไม่ย่อเข่า ทำให้แรงกระแทกทั้งหมดไปตกอยู่ที่ข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนล่าง

  • น้ำหนักตัวเกิน: ร่างกายเปรียบเสมือนรถที่แบกน้ำหนักเกินพิกัดตลอดเวลา ทำให้กระดูกและหมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น

  • การสูบบุหรี่: สารในบุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกได้น้อยลง ส่งผลให้หมอนรองกระดูกขาดความยืดหยุ่นและแตกง่าย

  • ภาวะความเครียด: เมื่อเครียด ร่างกายจะหลั่งสารที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง


การตรวจวินิจฉัย: หา "คนร้าย" ให้ถูกตัว

เมื่อคุณมาหาหมอ กระบวนการสืบหาความจริงจะเริ่มต้นขึ้นดังนี้ครับ:

  1. การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบการยกขา (Straight Leg Raise Test) เพื่อดูว่าเส้นประสาทถูกกดทับจริงไหม และทดสอบกำลังกล้ามเนื้อขา

  2. เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูกสันหลังว่ามีการเคลื่อนหรือมีความเสื่อมที่รุนแรงหรือไม่

  3. เอ็มอาร์ไอ (MRI): เป็นเครื่องมือที่เห็นรายละเอียดของหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้ชัดเจนที่สุด แต่หมอจะสั่งตรวจก็ต่อเมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาเบื้องต้น หรือมีสัญญาณอันตรายเท่านั้น

  4. การตรวจกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาท (EMG): ใช้ในกรณีที่ต้องการยืนยันว่าอาการชาหรืออ่อนแรงเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับจริงหรือไม่


แนวทางการรักษา: ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด!

หมออยากให้คุณสบายใจว่า ผู้ป่วยปวดหลังส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยวิธีประคับประคองครับ

  • ปรับพฤติกรรม: นี่คือยาที่ดีที่สุด ลดการนั่งนาน เปลี่ยนท่าทางทุก 45-60 นาที และหลีกเลี่ยงการก้มยกของหนัก

  • กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อที่ถูกวิธีและการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว

  • การใช้ยา: ยาลดปวด ยาลดการอักเสบ และยาคลายกล้ามเนื้อตามความเหมาะสมของอาการ

  • การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound (Ultrasound-guided Injection): ในกรณีที่ปวดรุนแรง หมอสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์เพื่อระบุตำแหน่งที่อักเสบหรือตำแหน่งที่เส้นประสาทถูกกดทับได้อย่างแม่นยำ และฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปตรงจุดนั้นโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดการปวดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

  • การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือมีอาการรุนแรง เช่น ขาอ่อนแรงชัดเจน หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้


พยากรณ์โรค: โรคนี้หายไหม?

อาการปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบมักดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ถ้าดูแลตัวเองดี ส่วนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น กว่า 90% สามารถหายเองได้ภายใน 3 เดือน เพราะร่างกายมีกลไกในการดูดซึมส่วนที่ปลิ้นกลับเข้าไปเอง แต่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้หากพฤติกรรมเดิมๆ ยังไม่เปลี่ยนครับ


ภาวะแทรกซ้อน: เมื่อไหร่ที่ต้องกังวล?

หากปล่อยไว้และอาการรุนแรงขึ้น อาจเกิดภาวะ:

  • เส้นประสาทถูกกดทับจนเสียหายถาวร

  • กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงหรือลีบลง

  • เดินลำบาก หรือเดินสะดุดบ่อย

  • สูญเสียการควบคุมระบบขับถ่าย (เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันที)


5 วิธีป้องกันให้หลังคุณแข็งแรงไปอีกนาน

  1. ออกกำลังกายแกนกลางลำตัว: เช่น ท่าแพลงก์ (Plank) เพื่อสร้างเฝือกธรรมชาติให้กระดูกสันหลัง

  2. ท่านั่งที่ถูกต้อง: นั่งหลังตรง พิงพนัก และมีหมอนรองหนุนบริเวณบั้นเอว

  3. คุมน้ำหนัก: ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดภาระของหลัง

  4. ยืดเหยียดระหว่างวัน: อย่าลืมลุกขึ้นบิดขี้เกียจหรือเดินไปมาทุกๆ ชั่วโมง

  5. นอนให้ถูกท่า: เลือกที่นอนที่ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป และใช้หมอนหนุนใต้เข่าหากนอนหงาย เพื่อลดความตึงของหลัง


Q&A Section: เรื่องที่คนอยากรู้มากที่สุด

Q: ปวดหลังร้าวลงขา ต้องทำ MRI ทุกคนไหม?

A: ไม่จำเป็นครับ หากไม่มีอาการอ่อนแรงหรือคุมขับถ่ายไม่ได้ หมอจะรักษาแบบประคับประคองก่อน 4-6 สัปดาห์ เพราะบ่อยครั้งที่อาการดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องอาศัยภาพถ่าย MRI

Q: ผล MRI บอกว่าหมอนรองกระดูกปลิ้น แปลว่าต้องผ่าตัดใช่ไหม? A: ไม่ใช่ครับ หมอตรวจพบคนทั่วไปที่ไม่มีอาการปวดเลย แต่ฟิล์ม MRI มีหมอนรองกระดูกปลิ้นเพียบ ดังนั้นเราต้องรักษาตามอาการคนไข้ ไม่ใช่รักษาตามแผ่นฟิล์มครับ

Q: ปวดคอนานแค่ไหนควรมาหาหมอ?

A: หากปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการชา ร้าวลงขา หรือขาอ่อนแรง ควรรีบมาตรวจละเอียดครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. ภาพ MRI ที่เห็นหมอนรองกระดูกปลิ้น อาจไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้คุณปวดเสมอไป

  2. คนปกติที่ไม่มีอาการปวดเลย ก็สามารถพบความผิดปกติในฟิล์ม MRI ได้เป็นเรื่องปกติของความเสื่อมตามวัย

  3. 90% ของอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  4. การปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายแกนกลางลำตัวคือหัวใจของการหายอย่างยั่งยืน

  5. หากมีอาการขาอ่อนแรง หรือคุมการขับถ่ายไม่ได้ นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng

โทร 081-5303666

“เราเชื่อว่า ‘ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ’

หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง”

#ปวดหลัง

#หมอนรองกระดูกทับเส้น

#ปวดหลังร้าวลงขา

#ออฟฟิศซินโดรม

#กระดูกสันหลังเสื่อม

#กายภาพบำบัด

#รักษาโดยไม่ผ่าตัด

#กล้ามเนื้อหลังอักเสบ

#หมอเก่งกระดูกและข้อ

#ปวดหลังเรื้อรัง

#LowBackPain

#HerniatedDisc

#Sciatica

#SpineHealth

#Orthopedics

Reference List

  1. Brinjikji W, Luetmer PH, Comstock B, Bresnahan BW, Chen LE, Deyo RA, et al. Systematic literature review of imaging features of spinal degeneration in asymptomatic populations. AJNR Am J Neuroradiol. 2015;36(4):811-6.
    สรุป: คนที่ไม่ปวดหลังก็มีภาพเสื่อมใน MRI ได้เยอะ แปลว่าภาพอย่างเดียวไม่ใช่โรคเสมอไป

  2. Jensen MC, Brant-Zawadzki MN, Obuchowski N, Modic MT, Malkasian D, Ross JS. Magnetic resonance imaging of the lumbar spine in people without back pain. N Engl J Med. 1994;331(2):69-73.
    สรุป: คนปกติจำนวนมากมีหมอนรองกระดูกปลิ้นใน MRI โดยไม่มีอาการปวด

  3. Maher C, Underwood M, Buchbinder R. Non-specific low back pain. Lancet. 2017;389(10070):736-747.
    สรุป: ปวดหลังส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุชัด และมักรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  4. Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar Disc Herniation: A Review. Global Spine J. 2017;7(8):829-840.
    สรุป: อธิบายครบเรื่องหมอนรองกระดูกทับเส้น ตั้งแต่สาเหตุจนถึงการรักษา

  5. Qaseem A, Wilt TJ, McLean RM, Forciea MA; Clinical Guidelines Committee of the American College of Physicians. Noninvasive Treatments for Acute, Subacute, and Chronic Low Back Pain: A Clinical Practice Guideline From the American College of Physicians. Ann Intern Med. 2017;166(7):514-530.
    สรุป: แนวทางรักษาปวดหลังเน้นไม่ผ่าตัด เช่น ออกกำลังกาย ปรับพฤติกรรม และใช้ยาอย่างเหมาะสม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น