วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ปวดหลังร้าวลงขา... สัญญาณเตือน "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" ที่ไม่ต้องจบลงบนเตียงผ่าตัดเสมอไป

 

ถ้าปวดหลังจนก้าวไม่ออก... คุณกำลังเป็นหนึ่งในคนที่กลัว 'มีดผ่าตัด' อยู่ใช่ไหม?"

แค่ก้มหยิบปากกา แต่เหมือนโดนไฟช็อตจากเอวร้าวไปถึงปลายเท้า!  หลายคนทนปวดจนขาเริ่มชา เพราะกลัวคำเดียวคือ "ผ่าตัด" ... แต่คุณรู้ไหมครับว่า ผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีอาการอันตราย สามารถดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด


หมอเข้าใจครับ... ความกังวลที่ว่าถ้าผ่าแล้วจะเดินได้ไหม จะกลับไปอุ้มลูกเล่นกับหลานได้หรือเปล่า มันทำให้หลายคนเลือกที่จะ "ทน" จนอาการบานปลาย ทั้งที่คุณวิชัย (คนไข้ของหมอ) เคยปวดจนน้ำตาร่วง แต่กลับมาเดินยืดอกได้อีกครั้งด้วยเทคนิคที่แม่นยำกว่าการกินยา!

 ทำไมบางคนกินยาเท่าไหร่ก็ไม่หาย? นั่นเป็นเพราะ "ยาไปไม่ถึงจุดที่อักเสบ" ครับ! วันนี้หมอจะมาเฉลยเทคนิค "Low Dose Steroid" ผ่านจอมอนิเตอร์อัลตราซาวด์ ที่ทำให้เราส่งยาไป "ปลอบ" เส้นประสาทได้ตรงจุด เหมือนมีตาเห็น! 

อย่าปล่อยให้ความเงียบและความกลัวทำลายคุณภาพชีวิตของคุณครับ  อ่านบทความเต็มเพื่อดูวิธีรักษาแบบใหม่ที่คุณอาจไม่เคยรู้


ปวดหลังร้าวลงขา... สัญญาณเตือน "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" ที่ไม่ต้องจบลงบนเตียงผ่าตัดเสมอไป

หลายคนคงเคยมีอาการปวดหลัง แต่ที่น่ากังวลที่สุดคืออาการปวดหลังที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่หลัง แต่มัน "ร้าว" ลงไปที่สะโพก ลงไปที่ขา หรือบางคนรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตแปล๊บๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว อาการเหล่านี้มักมาพร้อมกับความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ "ต้องผ่าตัดไหม?" "จะกลับมาเดินได้ปกติหรือเปล่า?" วันนี้หมอมีเรื่องราวที่จะช่วยเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ และแนวทางการรักษาที่ทันสมัยซึ่งช่วยให้คนไข้ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอครับ


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: เมื่อ "หลังพัง" ไม่ได้หมายความว่า "ชีวิตหยุดชะงัก"

หมอขอเล่าเรื่องของ คุณวิชัย (นามสมมติ) ชายวัย 45 ปี หัวหน้าครอบครัวที่ทำงานหนักในออฟฟิศมานานกว่า 20 ปี วันหนึ่งขณะที่คุณวิชัยก้มลงยกกล่องเอกสารเพียงเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่าง "กึก" ที่หลังส่วนล่าง ทันใดนั้นความปวดก็แล่นจี๊ดร้าวจากเอวลงไปถึงน่องขาซ้าย จนแทบจะก้าวขาไม่ออก

คุณวิชัยมาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด คำถามแรกที่เขาถามหมอไม่ใช่ "ผมเป็นอะไร?" แต่เป็น "หมอครับ ผมต้องผ่าตัดไหม? ผมกลัวผ่าตัดแล้วเดินไม่ได้ ผมยังมีลูกเรียนหนังสืออยู่อีกสองคน" ความกังวลของคุณวิชัยสะท้อนใจคนไข้ปวดหลังเกือบทุกคนครับ คือกลัวการผ่าตัดและกลัวความพิการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้าไปไกลกว่าที่เราคิดมากครับ


เข้าใจ "หมอนรองกระดูก" ผ่านภาพ "ขนมปังไส้ครีม"

หลายคนสงสัยว่า หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus - HNP) คืออะไร? หมออยากให้ลองนึกภาพ ขนมปังกลมๆ ที่มีไส้ครีมอยู่ตรงกลาง ครับ

"ขนมปัง" คือเนื้อเยื่อพังผืดที่แข็งแรงซึ่งห่อหุ้มอยู่ภายนอก ส่วน "ไส้ครีม" คือเนื้อเยื่ออ่อนนุ่มที่อยู่ตรงกลาง ทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพคอยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง หรือกระโดด เมื่อเราใช้งานหลังหนักเกินไป ก้มเงยผิดท่า หรืออายุมากขึ้น "เปลือกขนมปัง" อาจจะเริ่มฉีกขาด จนทำให้ "ไส้ครีม" ข้างในมันปลิ้นออกมา

ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อไส้ที่ปลิ้นออกมานั้น ดันไปโดน "เส้นประสาท" ที่วางตัวอยู่ข้างๆ พอดี เปรียบเหมือนมีก้อนหินเล็กๆ ไปทับสายไฟ เส้นประสาทจึงเกิดอาการอักเสบ บวม และส่งสัญญาณความเจ็บปวดร้าวลงไปตามเส้นทางของสายไฟนั้น ซึ่งก็คือขานั่นเองครับ


รู้จักโรคนี้ให้ลึกซึ้ง: ทำไมถึงปวดร้าวลงขา?

โรคหมอนรองกระดูกส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท เกิดจากการที่เนื้อเยื่อส่วนกลางของหมอนรองกระดูกเคลื่อนผ่านรอยฉีกขาดของพังผืดชั้นนอกออกมาสะสมและกดเบียดรากประสาท

อาการที่ต้องสังเกต:

  • ปวดหลังส่วนล่าง: มักเป็นอาการนำ แต่อาจจะหายไปเมื่อเริ่มมีอาการทางขา

  • ปวดร้าวลงขา (Sciatica): ปวดจากเอวร้าวลงไปที่สะโพก ต้นขา น่อง หรือเท้า ตามแนวเส้นประสาทที่ถูกทับ

  • อาการชา: รู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม หรือชาหยิบๆ ที่เท้าหรือนิ้วเท้า

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง: ถ้าถูกทับนานๆ อาจจะเริ่มกระดกข้อเท้าไม่ได้ หรือนิ้วโป้งเท้าไม่มีแรง


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ "หลัง" แบกรับไม่ไหว

  1. พฤติกรรมการนั่ง: การนั่งทำงานนานๆ โดยไม่เปลี่ยนท่า ทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงกดทับต่อเนื่อง

  2. การยกของหนักผิดท่า: การก้มตัวลงไปหยิบของหนักโดยไม่ย่อเข่า คือศัตรูตัวฉกาจของหมอนรองกระดูก

  3. น้ำหนักตัวเกิน: พุงที่ยื่นออกมาข้างหน้าจะดึงให้กระดูกสันหลังแอ่น และเพิ่มแรงกดที่หมอนรองกระดูกส่วนล่าง

  4. การสูบบุหรี่: นิโคตินทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกตีบตัว ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

  5. กรรมพันธุ์: บางคนมีโครงสร้างหมอนรองกระดูกที่อ่อนแอกว่าปกติมาตั้งแต่เกิด


การตรวจวินิจฉัย: แม่นยำเพื่อการรักษาที่ตรงจุด

เมื่อมาพบหมอ เราจะเริ่มจากการ ตรวจร่างกาย อย่างละเอียด เช่น การทดสอบการยกขาเหยียดตึง (Straight Leg Raise Test) เพื่อดูว่ามีการตึงของเส้นประสาทหรือไม่

หลังจากนั้นอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติม:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูกสันหลังและช่องว่างระหว่างกระดูก

  • เอ็มอาร์ไอ (MRI): นี่คือ "พระเอก" ในการวินิจฉัยโรคนี้ครับ เพราะจะเห็นภาพหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาและเส้นประสาทที่ถูกกดทับได้อย่างชัดเจนที่สุด

  • การตรวจกระแสไฟฟ้าเส้นประสาท (EMG): ในกรณีที่ต้องการยืนยันว่าเส้นประสาทเส้นไหนที่เสียหายจริงๆ


แนวทางการรักษา: เมื่อ "การผ่าตัด" เป็นทางเลือกสุดท้าย

หมออยากให้มั่นใจครับว่า คนไข้กว่า 90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว โดยเราจะใช้แผนการรักษาแบบผสมผสานดังนี้ครับ:

1. การปรับพฤติกรรมและการพัก (Lifestyle Modification)

ในช่วงที่ปวดรุนแรง หมอจะแนะนำให้พักการใช้งานหลัง ลดการยกของหนัก และหลีกเลี่ยงการนั่งนานๆ การใช้หมอนรองใต้เข่าเวลานอนหงายจะช่วยลดความตึงของเส้นประสาทได้ดีครับ

2. การใช้ยารักษา(Medication)

เราไม่ได้ใช้แค่ยาแก้ปวดทั่วไปครับ แต่จะใช้กลุ่มยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ และที่สำคัญคือ ยาบำรุงและลดการอักเสบของเส้นประสาท ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดร้าวและอาการชาได้โดยตรง

3. กายภาพบำบัด (Physical Therapy)

การฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) ให้แข็งแรง เปรียบเสมือนการสร้าง "เฝือกธรรมชาติ" มาพยุงกระดูกสันหลังไว้ครับ

4. การฉีดยาลดอักเสบที่โพรงเส้นประสาทโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound-Guided Epidural Low Dose Steroid Injection)

นี่คือเทคนิคที่คุณวิชัยเลือกใช้ครับ และเป็นวิธีที่หมอแนะนำสำหรับผู้ที่ปวดรุนแรงหรือทานยาแล้วไม่ดีขึ้นแต่ยังไม่อยากผ่าตัด

มันคืออะไร? เป็นการฉีดยาที่มีส่วนผสมของยาระงับปวดและ สเตียรอยด์ในปริมาณที่น้อยมาก (Low Dose) เข้าไปที่บริเวณรอบๆ เส้นประสาทที่ถูกทับโดยตรง

ทำไมต้องใช้อัลตราซาวด์? ในสมัยก่อนการฉีดยาแบบนี้อาจต้องใช้การเดาตำแหน่งหรือใช้เอกซเรย์ช่วย แต่ปัจจุบันเราใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ ที่มีความถี่สูง เพิ่มความแม่นยำ ทำให้หมอเห็นเส้นประสาท เห็นเข็ม และเห็นยากระจายตัวไปล้อมรอบเส้นประสาทที่บวมอยู่ได้อย่างชัดเจน


  • ปลอดภัยกว่า: เลี่ยงเส้นเลือดและเนื้อเยื่อข้างเคียงได้แม่นยำ

  • เจ็บน้อยกว่า: เพราะแม่นยำจึงไม่ต้องแทงเข็มหลายครั้ง

  • ได้ผลดีกว่า: ยาไปตกที่เป้าหมายโดยตรง ทำให้ลดการอักเสบได้รวดเร็ว ช่วยให้คนไข้กลับไปทำกายภาพบำบัดได้เร็วขึ้น

5. การผ่าตัด (Surgery)

จะพิจารณาเฉพาะในกรณีที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้นนานกว่า 6-12 สัปดาห์ หรือมีอาการ "อันตราย" เช่น ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ หรือคุมการขับถ่ายไม่ได้ ซึ่งพบเป็นส่วนน้อยมากครับ


โรคนี้หายไหม? จะกลับมาเป็นอีกหรือเปล่า?

พยากรณ์โรคของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้นค่อนข้างดีครับ ร่างกายของเรามีความมหัศจรรย์ คือสามารถ "ย่อยสลาย" ไส้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาได้เองตามธรรมชาติ (Resorption) การรักษาที่หมอให้จึงเป็นการ "ซื้อเวลา" เพื่อลดความเจ็บปวดและลดการอักเสบ เพื่อรอให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง

อย่างไรก็ตาม หากเรายังกลับไปใช้พฤติกรรมเดิมๆ เช่น ก้มยกของหนัก หรือนั่งแช่นานๆ โรคนี้ก็มีโอกาสกลับมาเยือนได้อีกครับ ดังนั้น "การป้องกัน" จึงสำคัญที่สุด


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา เส้นประสาทที่ถูกทับอาจเกิดความเสียหายถาวร (Chronic Nerve Damage) นำไปสู่:

  • อาการชาเรื้อรัง หรือความรู้สึกที่เท้าผิดปกติ

  • กล้ามเนื้อขาฝีบและอ่อนแรง

  • ในกรณีร้ายแรง (Cauda Equina Syndrome) อาจสูญเสียการควบคุมกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันที


5 วิธีป้องกันให้ "หลัง" แข็งแรงไปนานๆ

  1. ปรับท่านั่ง: นั่งหลังตรง มีหมอนหนุนหลังส่วนล่าง และลุกเปลี่ยนท่าทุก 45-60 นาที

  2. ฝึกกล้ามเนื้อท้องและหลัง: การทำท่าแพลงก์ (Plank) อย่างเหมาะสมช่วยปกป้องหมอนรองกระดูกได้ดีเยี่ยม

  3. ยกของให้ถูกวิธี: ย่อเข่าเสมอเวลาหยิบของจากพื้น ห้ามก้มหลังเด็ดขาด

  4. ควบคุมน้ำหนัก: การลดน้ำหนักเพียงไม่กี่กิโลกรัม ช่วยลดแรงกดบนหมอนรองกระดูกได้มหาศาล

  5. รองเท้าที่เหมาะสม: หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงเกินไปในการเดินนานๆ เพราะจะทำให้แนวกระดูกสันหลังผิดรูป


คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ปวดหลังร้าวลงขา ต้องทำ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ หากเริ่มเป็นไม่นานและไม่มีอาการเตือนอันตราย หมอจะรักษาเบื้องต้นด้วยยาและปรับพฤติกรรมก่อน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ การทำ MRI จะช่วยให้เห็นสาเหตุที่ชัดเจนเพื่อวางแผนการรักษาขั้นต่อไปครับ

Q: การฉีดสเตียรอยด์อันตรายไหม จะมีผลข้างเคียงต่อร่างกายหรือเปล่า? A: การฉีดที่หมอใช้เป็นแบบ Low Dose (ปริมาณต่ำ) และฉีดเฉพาะจุด ยาจึงทำงานอยู่แค่บริเวณเส้นประสาทที่อักเสบ ไม่ได้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายเหมือนการกินหรือการฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ดังนั้นจึงมีความปลอดภัยสูงและผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยมากครับ

Q: ถ้าไม่ผ่าตัด จะกลับมาออกกำลังกายได้ไหม? A: ได้แน่นอนครับ! เมื่ออาการปวดลดลงและกล้ามเนื้อแกนกลางแข็งแรงขึ้น คนไข้หลายคนสามารถกลับไปวิ่ง เล่นโยคะ หรือแม้แต่เล่นกอล์ฟได้ตามปกติครับ


สรุปประเด็นสำคัญเพื่อคนรักหลัง

  1. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากเนื้อเยื่อภายในหมอนรองกระดูกปลิ้นไปกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา

  2. อาการปวดส่วนใหญ่รักษาได้โดย ไม่ต้องผ่าตัด หากเริ่มรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น

  3. การรักษาด้วยเทคนิค ฉีดยาลดอักเสบโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง เป็นวิธีที่แม่นยำ ปลอดภัย และช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดได้ดี

  4. การปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อแกนกลาง คือกุญแจสำคัญในการรักษาที่ยั่งยืน

  5. หากมีอาการขาสั่น อ่อนแรง หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ นั่นคือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที


ถ้าคุณมีคนใกล้ตัวที่ปวดหลังร้าวลงขา และกำลังกลัวคำว่า “ผ่าตัด” ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านนะครับ บางครั้งความเข้าใจที่ถูกต้อง อาจช่วยให้เขาไม่ต้องทนปวดอยู่คนเดียว


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดหลังร้าวลงขา #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #ฉีดยาใต้卧อัลตราซาวด์ #กระดูกสันหลัง #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลังเรื้อรัง #ความรู้สุขภาพ #BackPain #HerniatedDisc #NonSurgicalTreatment #UltrasoundGuidedInjection #Sciatica


Reference List

  1. Kreiner DS, Hwang SW, Easa JE, Resnick DK, Baisden JL, Bess S, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. Spine J. 2014 Jan;14(1):180-191. doi:10.1016/j.spinee.2013.08.003. PMID:24239490.
    สรุป: แนวทางนี้เป็นคู่มือมาตรฐานสำหรับหมอนรองกระดูกทับเส้นที่เอว บอกวิธีวินิจฉัย ตรวจร่างกาย ส่งตรวจภาพ และแนวทางรักษาทั้งไม่ผ่าตัดและผ่าตัดแบบอิงหลักฐาน

  2. Peul WC, van Houwelingen HC, van den Hout WB, Brand R, Eekhof JA, Tans JT, et al.Surgery versus prolonged conservative treatment for sciatica. N Engl J Med. 2007 May 31;356(22):2245-2256. doi:10.1056/NEJMoa064039. PMID:17538084.
    สรุป: งานวิจัยนี้เปรียบเทียบผ่าตัดเร็วกับรักษาแบบประคับประคองในผู้ป่วยปวดร้าวลงขา พบว่าผ่าตัดช่วยให้หายปวดเร็วกว่า แต่เมื่อครบ 1 ปีผลโดยรวมใกล้เคียงกัน

  3. Friedly JL, Comstock BA, Turner JA, Heagerty PJ, Deyo RA, Sullivan SD, et al. A randomized trial of epidural glucocorticoid injections for spinal stenosis. N Engl J Med. 2014 Jul 3;371(1):11-21. doi:10.1056/NEJMoa1313265. PMID:24988555.
    สรุป: งานนี้ศึกษาการฉีดสเตียรอยด์เข้าช่อง epidural ในผู้ป่วยช่องไขสันหลังตีบ พบว่าประโยชน์ระยะสั้นเพิ่มจากยาชาอย่างเดียวมีน้อยหรือแทบไม่มี จึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับโรค

  4. Galiano K, Obwegeser AA, Bodner G, Freund M, Maurer H, Kamelger FS, et al.Ultrasound guidance for facet joint injections in the lumbar spine: a computed tomography-controlled feasibility study. Anesth Analg. 2005 Aug;101(2):579-583. doi:10.1213/01.ANE.0000158609.64417.93. PMID:16037179.
    สรุป: การศึกษานี้แสดงว่าใช้อัลตราซาวด์ช่วยนำทางการฉีดยาข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวได้ค่อนข้างแม่นยำเมื่อเทียบกับ CT และช่วยลดการใช้รังสี

  5. Jensen MC, Brant-Zawadzki MN, Obuchowski N, Modic MT, Malkasian D, Ross JS.Magnetic resonance imaging of the lumbar spine in people without back pain. N Engl J Med. 1994 Jul 14;331(2):69-73. doi:10.1056/NEJM199407143310201. PMID:8208267.
    สรุป: งานคลาสสิกนี้บอกว่าคนที่ไม่มีอาการปวดหลังเลยก็อาจมีหมอนรองกระดูกโป่งหรือยื่นใน MRI ได้ ดังนั้นการรักษาต้องดูอาการจริงของคนไข้ร่วมด้วยเสมอ ไม่ใช่ดูภาพอย่างเดียว



วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

ปวดหลังร้าวลงขา... แค่ปวดเมื่อย หรือหมอนรองกระดูกกำลังทับเส้นประสาท?

 



ปวดหลังร้าวลงขา... แค่ปวดเมื่อย หรือหมอนรองกระดูกกำลังทับเส้นประสาท?

สวัสดีครับ ผมหมอเก่งนะครับ วันนี้เราจะมาคุยเรื่องที่หลายคนกังวลใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เวลาที่มีอาการปวดหลัง นั่นคือโรค “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ครับ

เชื่อไหมครับว่า ในแต่ละวันที่ผมตรวจคนไข้ คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “หมอครับ ผมปวดหลังแบบนี้ จะเดินไม่ได้ไหม?” หรือ “ต้องผ่าตัดไหมครับหมอ?” อาการปวดหลังธรรมดากับอาการที่เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้นมีความแตกต่างกันพอสมควรครับ และที่สำคัญคือ ถ้าเรารู้ตัวเร็ว รักษาได้ถูกวิธี ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดครับ

ลองมาฟังเรื่องของ คุณสมชาย อายุ 45 ปีกันครับ คุณสมชายทำงานเป็นพนักงานบริษัทที่ต้องนั่งประชุมนานๆ และบางครั้งก็ต้องยกกล่องเอกสารหนักๆ เอง วันหนึ่งหลังจากยกของหนัก คุณสมชายรู้สึก "กึก" ที่หลังส่วนล่าง ตอนแรกก็คิดว่าแค่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่ผ่านไป 2 วัน อาการเริ่มเปลี่ยนไปครับ เขาเริ่มมีอาการปวดเสียวแปล๊บจากเอวร้าวลงไปที่สะโพก และลามไปถึงน่องซ้าย เวลาไอหรือจามจะรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตวิ่งลงขา แถมปลายนิ้วเท้ายังเริ่มรู้สึกชาๆ เหมือนเป็นเหน็บชาตลอดเวลา

เรื่องของคุณสมชายคืออาการคลาสสิกของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า โรคนี้มีอาการอย่างไร และเราจะจัดการกับมันได้อย่างไรครับ


ไส้ขนมปังทะลัก: คำอธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย

ผมอยากให้ทุกท่านลองจินตนาการว่า กระดูกสันหลังของเราเหมือนก้อนอิฐที่วางซ้อนกันเป็นคอนโดมิเนียมครับ ระหว่างอิฐแต่ละก้อนจะมี “หมอนรองกระดูก” (Intervertebral Disc) คั่นกลางอยู่ เจ้าหมอนนี้ทำหน้าที่เหมือน "โช้คอัพ" รถยนต์ครับ ช่วยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง หรือยกของ

ตัวหมอนรองกระดูกนี้มีลักษณะเหมือน “ขนมปังไส้เยลลี่” ครับ ขอบนอกจะเป็นพังผืดที่เหนียวและแข็งแรง (เหมือนเนื้อขนมปัง) ส่วนตรงกลางจะเป็นสารนิ่มๆ คล้ายเจลลี่ (เหมือนไส้ขนมปัง)

เมื่อเราใช้งานหนักเกินไป ยกของผิดท่า หรือเสื่อมตามวัย ขอบขนมปังที่เหนียวๆ อาจจะเริ่มปริหรือฉีกขาด ทำให้ "ไส้เยลลี่" ที่อยู่ตรงกลางมัน "ปลิ้น" หรือทะลักออกมาครับ ซึ่งปัญหาใหญ่คือ ด้านหลังของกระดูกสันหลังเรามี “สายไฟเส้นใหญ่” หรือเส้นประสาทวางตัวอยู่พอดี เมื่อไส้เยลลี่ที่ปลิ้นออกมาไป "ทับ" หรือไปเบียดสายไฟเส้นนี้ ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงนั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus - HNP) คือภาวะที่ส่วนประกอบภายในของหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นออกมาผ่านรอยฉีกขาดของพังผืดหุ้มรอบนอก และไปกดทับรากประสาทหรือไขสันหลัง

สาเหตุและการเกิดโรค:

  1. ความเสื่อมตามวัย: เมื่อเราอายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่น ทำให้ปริแตกได้ง่าย

  2. แรงกดทับฉับพลัน: เช่น การยกของหนักในท่าก้มหลัง หรือการบิดตัวอย่างรวดเร็ว

  3. น้ำหนักตัวที่มากเกินไป: ทำให้หมอนรองกระดูกต้องแบกรับภาระหนักตลอดเวลา

  4. อุบัติเหตุ: การตกจากที่สูงหรือกระแทกอย่างรุนแรง

อาการของโรค: อาการจะขึ้นอยู่กับว่าหมอนรองกระดูกไปทับเส้นประสาทเส้นไหนและรุนแรงเพียงใด แต่โดยส่วนใหญ่จะมีอาการดังนี้ครับ:

  • ปวดหลังส่วนล่าง: มักเป็นอาการนำ แต่อาจจะไม่รุนแรงเท่าอาการที่ขา

  • ปวดร้าวลงขา (Sciatica): ปวดเสียวแปล๊บจากหลังร้าวลงไปที่สะโพก ต้นขา น่อง หรือเท้า

  • อาการชา (Numbness): รู้สึกชา ยิบๆ หรือรู้สึกหนาๆ ตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกด

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Weakness): เช่น กระดกข้อเท้าไม่ได้ ถีบปลายเท้าไม่มีแรง หรือเดินแล้วขาลาก

  • อาการปวดเมื่อไอหรือจาม: เนื่องจากแรงดันในช่องไขสันหลังเพิ่มขึ้นไปดันหมอนรองกระดูกให้ทับเส้นประสาทมากขึ้น


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

  1. พฤติกรรมการนั่งนาน: นั่งทำงานท่าเดิมนานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ เพิ่มแรงดันในหมอนรองกระดูกมากกว่าการยืนหรือเดิน

  2. การยกของหนักผิดท่า: ใช้หลังยกแทนการใช้กำลังขา

  3. น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์: พุงที่ยื่นออกมาจะดึงให้กระดูกหลังแอ่นและหมอนรองกระดูกรับภาระหนัก

  4. การสูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลง ส่งผลให้เสื่อมเร็วขึ้น

  5. พันธุกรรม: หากคนในครอบครัวเป็น มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป


การตรวจวินิจฉัย

เมื่อคุณมาพบหมอ กระบวนการตรวจจะมีดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะทดสอบการยกขาเหยียดตรง (Straight Leg Raise Test) เพื่อดูว่ามีอาการปวดร้าวไหม ตรวจกำลังกล้ามเนื้อ และการรับความรู้สึก

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกสันหลัง ดูช่องว่างระหว่างข้อ (แม้จะเห็นหมอนรองกระดูกไม่ชัด แต่ช่วยแยกโรคกระดูกเสื่อมหรือเคลื่อนได้)

  • การตรวจ MRI (เอ็มอาร์ไอ): เป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุด เห็นภาพหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทว่าถูกทับตรงไหน รุนแรงเพียงใด

  • การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG): ในบางรายที่อาการไม่ชัดเจน หมอจะตรวจการนำไฟฟ้าของเส้นประสาทเพื่อยืนยันจุดที่ถูกกดทับ


แนวทางการรักษา: 90% หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ผมเน้นย้ำเสมอครับว่า อย่าเพิ่งตกใจไป การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกเสมอไป

  1. ปรับพฤติกรรม: พักการใช้งานหนัก เลี่ยงการก้มเงย จัดท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง (Ergonomics)

  2. กายภาพบำบัด: การใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์, อัลตราซาวด์ และการฝึกบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle Exercise) เพื่อสร้าง "เฝือกธรรมชาติ" มาพยุงหลัง

  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs), ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาบำรุงปลายประสาท

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง ultrasound: หากปวดมาก หมอสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าที่รอบรากประสาท (Selective Nerve Root Block) วิธีนี้มีความแม่นยำสูงและช่วยลดอาการปวดได้ดีมากโดยไม่ต้องผ่าตัด

  5. การผ่าตัด: จะทำเฉพาะในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่เป็นผลนานกว่า 6-8 สัปดาห์ หรือมีอาการอ่อนแรงชัดเจน หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ปัจจุบันมีการผ่าตัดผ่านกล้องขนาดเล็ก (Endoscopic surgery) แผลจิ๋วและฟื้นตัวไวครับ


พยากรณ์โรค

โรคนี้หายไหม? ตอบว่า "หายได้ครับ" ร่างกายเรามีกระบวนการย่อยสลายหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาได้เองตามธรรมชาติในระดับหนึ่ง รักษานานไหม? ส่วนใหญ่จะดีขึ้นมากภายใน 4-6 สัปดาห์ และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ภายใน 3 เดือนครับ โอกาสกลับมาเป็นอีกไหม? มีครับ ถ้าเราไม่ปรับพฤติกรรมและปล่อยให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอ


ภาวะแทรกซ้อน

หากทิ้งไว้นานหรือถูกกดทับรุนแรง อาจเกิด:

  • กล้ามเนื้อขาลีบ: เนื่องจากเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงทำงานไม่ได้

  • อาการชาถาวร: เส้นประสาทเสียหายจนไม่สามารถฟื้นคืนได้

  • ภาวะควบคุมการขับถ่ายไม่ได้: เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันที


5 วิธีป้องกัน

  1. ยกของให้ถูกวิธี: งอเข่าและให้ของชิดตัวเสมอ ห้ามก้มหลังยก

  2. จัดท่านั่ง: นั่งหลังตรง มีหมอนรองหนุนเอว และพักเปลี่ยนท่าทุก 1 ชั่วโมง

  3. ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อท้องและหลัง: เช่น ท่าแพลงก์ (Plank) เพื่อช่วยพยุงกระดูกสันหลัง

  4. ควบคุมน้ำหนักตัว: ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

  5. เลือกที่นอนที่เหมาะสม: ไม่นิ่มจนหลังแอ่น และไม่แข็งจนกดทับจุดเจ็บ


Q&A Section

Q: ปวดหลังร้าวลงขา อันตรายไหม? A: ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นประสาทกำลังถูกรบกวนครับ ถ้าเริ่มมีอาการอ่อนแรงหรือชาชัดเจน ควรรีบพบแพทย์ทันที

Q: ปวดหลังต้องทำ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ หมอจะส่งทำเฉพาะรายที่รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีสัญญาณอันตราย (Red Flags) เท่านั้น

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อพอทำได้ครับ แต่ ห้าม ดัดหลังหรือกระทืบหลังเด็ดขาด เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทรุนแรงฉับพลันได้


สรุป

  1. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดจากส่วนประกอบภายในหมอนรองปลิ้นไปกดทับเส้นประสาท

  2. อาการเด่นคือ "ปวดหลังร้าวลงขา" ร่วมกับอาการชาหรืออ่อนแรง

  3. การตรวจ MRI เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการดูตำแหน่งการทับ

  4. 90% ของผู้ป่วยดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด (กายภาพ, ยา, ฉีดยาเฉพาะจุด)

  5. การปรับพฤติกรรมและการสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวคือหัวใจของการรักษาที่ยั่งยืน

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดร้าวลงขา #ชามือ #อ่อนแรง #กายภาพบำบัด #ไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกสันหลัง #ออฟฟิศซินโดรม #BackPain #HerniatedDisc #Sciatica #Orthopedics #HealthTips



Reference List

  1. Peul WC, van Houwelingen HC, van den Hout WB, Brand R, Eekhof JA, Tans JT, et al. Surgery versus prolonged conservative treatment for sciatica. N Engl J Med. 2007 May 31;356(22):2245–2256. doi:10.1056/NEJMoa064039. PMID: 17538084.
    งานวิจัยนี้สุ่มเปรียบเทียบคนไข้ปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ให้กลุ่มหนึ่งผ่าตัดเร็ว กับอีกกลุ่มรักษาด้วยยาและกายภาพต่อเนื่อง พบว่าผ่าตัดช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วกว่าในช่วงแรก แต่ระยะยาวหลายปีผลใกล้เคียงกัน ช่วยอธิบายได้ว่าบางรายอาจเริ่มจากการรักษาแบบประคับประคองก่อนได้.

  2. Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar Disc Herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017 Dec;10(4):507–516. doi:10.1007/s12178-017-9441-4. PMID: 28861683.
    บทความนี้สรุปตั้งแต่โครงสร้างหมอนรองกระดูกสันหลัง กลไกที่ทำให้หมอนรองปลิ้นกดเส้นประสาท อาการปวดหลังและปวดร้าวลงขา การตรวจร่างกาย การอ่าน MRI และแนวทางรักษาทั้งยา กายภาพ การฉีดยา และการผ่าตัด ช่วยให้เข้าใจโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นแบบครบวงจร.

  3. Kreiner DS, Matz P, Bono CM, Cho CH, Watters WC 3rd, Shaffer WO, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. Spine J. 2014 Jan;14(1):180–191. doi:10.1016/j.spinee.2013.08.003. PMID: 24239401.
    แนวทางจาก North American Spine Society ชุดนี้รวบรวมหลักฐานวิจัยเกี่ยวกับการวินิจฉัยและรักษาหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดเส้นประสาทขา เช่น ข้อบ่งชี้ทำ MRI เมื่อไร ควรให้ยาหรือกายภาพแบบไหน และเมื่อไรควรพิจารณาผ่าตัด ช่วยให้แพทย์มีกรอบตัดสินใจที่ชัดและสอดคล้องกับหลักฐาน.

  4. Jensen MC, Brant-Zawadzki MN, Obuchowski N, Modic MT, Malkasian D, Ross JS. Magnetic resonance imaging of the lumbar spine in people without back pain. N Engl J Med. 1994 Jul 14;331(2):69–73. doi:10.1056/NEJM199407143310201. PMID: 8208267.
    งานนี้ทำ MRI หลังส่วนเอวในคนที่ “ไม่มีอาการปวดหลังเลย” พบว่ามีภาพหมอนรองกระดูกเสื่อม ปลิ้น หรือยุบในสัดส่วนสูงกว่าครึ่งหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าภาพ MRI ผิดปกติไม่ได้หมายความว่าคนไข้ต้องป่วยรุนแรงเสมอไป และการรักษาต้องดูอาการคนไข้ประกอบ ไม่ใช่ดูจากฟิล์มอย่างเดียว.

  5. Fardon DF, Williams AL, Dohring EJ, Murtagh FR, Gabriel Rothman SL, Sze GK. Lumbar disc nomenclature: version 2.0: recommendations of the combined task forces of the North American Spine Society, the American Society of Neuroradiology and the American Society of Spine Radiology. Spine J. 2014 Nov 1;14(11):2525–2545. doi:10.1016/j.spinee.2014.04.022. PMID: 24768737.
    เอกสารนี้กำหนดคำศัพท์มาตรฐานเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก เช่น คำว่า bulging, protrusion, extrusion, sequestration เพื่อให้หมอรังสีและหมอผ่าตัดกระดูกสันหลังใช้ภาษาตรงกันเมื่อตีความฟิล์มและเขียนรายงาน ทำให้ลดความสับสนและช่วยให้สื่อสารข้อมูลโรคหมอนรองกระดูกได้ชัดเจนขึ้น.