วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

ปวดสะโพกซ้ายร้าวลงขาในวัย 35... กล้ามเนื้อตึง หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?

 



ปวดสะโพกซ้ายร้าวลงขาในวัย 35... กล้ามเนื้อตึง หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?

“คุณหมอครับ ผมอายุแค่ 35 เอง ทำไมช่วงนี้ปวดสะโพกซ้ายจัง แถมบางทีมันร้าวลงไปถึงขาด้วย แบบนี้อันตรายไหม ต้องรักษาความเสี่ยงอัมพฤกษ์หรือเปล่า?”

นี่คือคำถามยอดฮิตจากชายหนุ่มวัยทำงานครับ วัย 35 ปีเป็นวัยที่ร่างกายยังดูแข็งแรง แต่จริงๆ แล้วเป็นช่วงที่ความเสื่อมเริ่มมาเยือนแบบเงียบๆ โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานนานๆ หรือยกของหนัก วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจว่าอาการปวดสะโพกร้าวลงขานี้ เกิดจากอะไรได้บ้าง และต้องจัดการอย่างไรครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เคสของคุณเก่ง

คุณเก่ง (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8-10 ชั่วโมง เริ่มมีอาการปวดหนึบๆ ที่สะโพกซ้ายมาประมาณ 2 สัปดาห์ ต่อมาเริ่มรู้สึกเหมือนมี "ไฟช็อต" ร้าวจากสะโพกผ่านหลังขาลงไปถึงน่อง

ตอนแรกคุณเก่งคิดว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบเลยไปนวด แต่อาการกลับแย่ลงจนเริ่มรู้สึกชาที่ปลายเท้า หมอจึงได้ตรวจเช็กอย่างละเอียดจนพบว่าสาเหตุไม่ได้มาจากสะโพกโดยตรง แต่มาจาก หมอนรองกระดูกหลังทับเส้นประสาท ครับ


ปวดสะโพกร้าวลงขา... สัญญาณเตือนจากเส้นประสาท

อาการปวดร้าวลงขา (Sciatica) ไม่ใช่โรคครับ แต่เป็น "อาการ" ที่บอกว่า เส้นประสาทไซอาติก (Sciatic Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทเส้นใหญ่ที่สุดในร่างกายกำลังถูกรบกวน

ลองนึกภาพ "สายไฟ" ยาวๆ ที่ลากจากหลังส่วนล่าง ผ่านสะโพก ลงไปจนถึงปลายเท้าครับ ถ้ามีอะไรไปกดทับสายไฟเส้นนี้ที่ต้นทาง (ที่หลัง) หรือกลางทาง (ที่สะโพก) คุณจะรู้สึกปวดแปล๊บหรือชาไปตลอดสายไฟเส้นนั้นทันทีครับ


สาเหตุที่พบบ่อยในชายวัย 35 ปี

  1. หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท (Herniated Disc): พบได้บ่อยที่สุดในวัยทำงาน หมอนรองกระดูกที่เหมือน "ไส้ขนมปัง" ปลิ้นออกมาเบียดเส้นประสาทที่หลัง แต่เราจะไปปวดที่สะโพกและขาแทน

  2. กลุ่มอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome): เกิดจากกล้ามเนื้อลึกๆ ในก้นตึงตัวจัดจนไปกดทับเส้นประสาท มักเกิดกับคนที่นั่งนานๆ หรือกระเป๋าสตางค์ใบหนาเสียบไว้ที่กระเป๋าหลังกางเกงแล้วนั่งทับ

  3. ข้อต่อสะโพกอักเสบ: อาจเกิดจากท่าทางหรือการเล่นกีฬาที่รุนแรง

  4. กระดูกสันหลังเสื่อมก่อนวัย: จากพฤติกรรมการใช้งานหลังที่ไม่เหมาะสม


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ชายวัยทำงานควรระวัง

  • นั่งทำงานท่านานเกินไป: โดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ

  • ยกของหนักผิดท่า: ใช้หลังก้มยกแทนการใช้กำลังขา

  • น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์: ทำให้กระดูกสันหลังและสะโพกรับภาระหนัก

  • การสูบบุหรี่: ทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลง ส่งผลให้เสื่อมไว

  • ขาดการออกกำลังกาย: กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวไม่แข็งแรงพอจะประคองหลัง


การตรวจวินิจฉัย (ทำอย่างไรถึงจะรู้สาเหตุจริง?)

เมื่อมาหาหมอ หมอจะดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย: ทดสอบการยกขาตรง (Straight Leg Raise test) เพื่อดูว่ามีการตึงของเส้นประสาทหรือไม่ และเช็กกำลังกล้ามเนื้อ

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกสันหลังและข้อสะโพกเบื้องต้น

  • MRI: หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการชา/อ่อนแรง หมอจะใช้การสแกนแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อดู "หมอนรองกระดูก" และ "เส้นประสาท" ให้ชัดเจนครับ


แนวทางการรักษา (ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด!)

คนไข้กว่า 90% หายได้ด้วยวิธีไม่ต้องผ่าตัดครับ

  1. ปรับพฤติกรรม: งดยกของหนัก เปลี่ยนเก้าอี้ทำงาน ลุกยืดเหยียดทุก 1 ชั่วโมง

  2. กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์ หรืออัลตราซาวด์ และฝึกท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อสะโพกและเพิ่มความแข็งแรงของหลัง

  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาบำรุงเส้นประสาท

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หากปวดมาก หมออาจใช้เครื่อง Ultrasound นำวิถีเพื่อฉีดยาลดอักเสบไปที่รอบเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อที่กดทับได้อย่างแม่นยำ

  5. การผ่าตัด: จะทำเฉพาะเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นไม่พ้นผล หรือเริ่มมีอาการอ่อนแรง ปัสสาวะอุจจาระลำบากเท่านั้นครับ


พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

  • หายไหม? ส่วนใหญ่หายขาดได้ครับภายใน 4-8 สัปดาห์ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำเคร่งครัด

  • รักษานานไหม? ช่วงแรกอาจต้องกายภาพบำบัดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

  • มีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหม? มีสูงครับ ถ้าเรายังกลับไปนั่งท่าเดิมๆ หรือยกของผิดท่าแบบเดิมอีก


ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยทิ้งไว้

  • กล้ามเนื้อขาฝ่อลีบ

  • ชาถาวรบริเวณปลายเท้าหรือขาหนีบ

  • สูญเสียการควบคุมการขับถ่าย (กรณีรุนแรงมาก)


5 วิธีป้องกันอาการปวดสะโพกร้าวลงขา

  1. จัดท่านั่งให้ถูกต้อง: หลังพิงพนัก เท้าวางราบพื้น จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา

  2. หมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อก้น (Gluteal stretch): ลดการกดทับเส้นประสาท

  3. ลดน้ำหนัก: ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

  4. ออกกำลังกายแบบ Low impact: เช่น เดินเร็ว หรือว่ายน้ำ

  5. นอนที่นอนที่รับสรีระ: ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป


Q&A Section

Q: ปวดสะโพกร้าวลงขา จำเป็นต้องทำ MRI ทุกรายไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ถ้าปวดครั้งแรกและไม่มีอาการอ่อนแรง หมอจะลองรักษาด้วยยาและกายภาพดูก่อน 2-4 สัปดาห์ ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยพิจารณา MRI ครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: นวดผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัด ดึง หรือเหยียบ" เพราะถ้าสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกทับเส้น การดัดที่รุนแรงอาจทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นเพิ่มขึ้นจนเป็นอันตรายได้ครับ

Q: นานแค่ไหนถึงควรมาพบแพทย์? A: ถ้าปวดต่อเนื่องเกิน 1 สัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการชา ร้าวลงไปใต้เข่า หรือขาเริ่มอ่อนแรง ควรมาพบหมอทันทีครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  • ปวดสะโพกร้าวลงขาในคนวัย 35 มักเกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูกหลัง หรือกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท

  • อาการปวดร้าวเหมือนไฟช็อตคือสัญญาณเตือนว่า "เส้นประสาท" กำลังมีปัญหา

  • การตรวจร่างกายอย่างละเอียดช่วยแยกโรคได้ว่าสาเหตุอยู่ที่ "หลัง" หรือ "สะโพก"

  • การรักษาเน้นการปรับพฤติกรรม ยา และกายภาพบำบัด ซึ่งได้ผลดีในคนส่วนใหญ่

  • การป้องกันที่ดีที่สุดคือการไม่นั่งแช่ท่านานๆ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดสะโพก #ปวดร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ชามือชเท้า #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดหลัง #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ #สุขภาพผู้ชาย #Sciatica #HerniatedDisc #PiriformisSyndrome #OfficeSyndrome #DoctorKeng


Reference List

  1. Jensen RK, Ongchi P, Kongsted A, et al. Diagnosis and treatment of sciatica. BMJ. 2019;367:l6273. doi:10.1136/bmj.l6273. PMID:31744830.
    บทความนี้อธิบายวิธีวินิจฉัยอาการปวดร้าวลงขาแบบเป็นขั้นตอน เช่น ดูอาการเตือนอันตราย ประเมินระบบประสาท และเน้นว่าคนส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบประคับประคองก่อน

  2. Kreiner DS, Matz P, Bono CM, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. Spine J. 2014;14(1):180-191. doi:10.1016/j.spinee.2013.08.003. PMID:24239490.
    แนวทางนี้สรุปหลักฐานเรื่องการวินิจฉัยหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวทับเส้นประสาท และบอกเมื่อไรควรใช้ยา กายภาพ ฉีดยา หรือผ่าตัด ให้หมอใช้ตัดสินใจรักษาได้อย่างเป็นระบบ

  3. Cass SP. Piriformis syndrome: a cause of nondiscogenic sciatica. Curr Sports Med Rep. 2015;14(1):41-44. doi:10.1249/JSR.0000000000000110. PMID:25574881.
    บทความนี้อธิบายว่าอาการปวดร้าวลงขาบางรายไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูก แต่เกิดจากกล้ามเนื้อไพริฟอร์มิสกดเส้นประสาทไซอาติก พร้อมเล่าอาการตรวจร่างกายและการรักษา

  4. Ropper AH, Zafonte RD. Sciatica. N Engl J Med. 2015;372(13):1240-1248. doi:10.1056/NEJMra1410151. PMID:25806916.
    รีวิวจาก NEJM ฉบับนี้อธิบายสาเหตุหลักของ sciatica เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้น การตีบของช่องกระดูกสันหลัง แนวโน้มการหายเอง และการเลือกใช้ยา กายภาพ หรือผ่าตัดในแต่ละกรณี

  5. Foster NE, Anema JR, Cherkin D, et al. Prevention and treatment of low back pain: evidence, challenges, and promising directions. Lancet. 2018;391(10137):2368-2383. doi:10.1016/S0140-6736(18)30489-6. PMID:29573872.
    บทความนี้สรุปว่าปวดหลังส่วนล่างเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก และแนะนำให้ใช้แนวคิดดูแลแบบองค์รวม เน้นการให้ข้อมูล ฝึกออกกำลังกาย ปรับการทำงาน และใช้ยา/ผ่าตัดเท่าที่จำเป็นเพื่อลดโอกาสปวดเรื้อรัง



วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

ปวดหลังจนก้มไม่ได้... แค่กล้ามเนื้อยึด หรือหมอนรองกระดูกกำลังประท้วง?

 


ปวดหลังจนก้มไม่ได้... แค่กล้ามเนื้อยึด หรือหมอนรองกระดูกกำลังประท้วง?

“หมอครับ ผมปวดหลังมา 3 อาทิตย์แล้ว นั่งก็ปวด ยืนนานๆ ก็ไม่ไหว โดยเฉพาะเวลาจะก้มเก็บของนี่เจ็บแปล๊บขึ้นมาเลยครับ ตอนนี้จะงอตัวแทบไม่ได้เลย อายุแค่ 40 เอง ผมจะเป็นอัมพฤกษ์ไหมครับ?”

นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากครับ สำหรับชายวัยทำงานอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า "ใช้งานหนักเกินไปแล้วนะ" อาการปวดหลังที่ลามตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไปจนทำให้ขยับตัวลำบาก ก้มไม่ได้ นั่งไม่ติดแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องจบลงที่การผ่าตัดเสมอไปครับ วันนี้หมอจะมาชวนคุยให้เห็นภาพชัดๆ ว่าข้างในหลังของเราเกิดอะไรขึ้น และเราจะจัดการกับมันอย่างไรให้กลับมาคล่องตัวเหมือนเดิมครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "หลังแข็ง" ทำพิษให้คุณวิชัย

คุณวิชัย (นามสมมติ) ชายไทยอายุ 40 ปี ทำงานพนักงานบริษัทที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8-10 ชั่วโมง และบางครั้งก็ต้องก้มๆ เงยๆ จัดเอกสารหนักๆ ครับ คุณวิชัยเริ่มมีอาการปวดตื้อๆ ที่หลังส่วนล่างเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน ช่วงแรกก็คิดว่าแค่เมื่อยธรรมดา เลยไปซื้อแผ่นแปะแก้ปวดมาติด แต่พอผ่านไปอาทิตย์ที่สอง อาการเริ่มหนักขึ้น

คุณวิชัยเล่าว่า “ตอนนี้ผมก้มตัวเก็บของไม่ได้เลยหมอ มันเจ็บเหมือนมีใครเอาเข็มมาแทงที่หลัง แล้วมันก็แข็งเกร็งไปหมด จะลุกจะนั่งลำบากมาก” ความกังวลของคุณวิชัยคือ กลัวว่ากระดูกจะทับเส้นประสาท หรือต้องผ่าตัดหลัง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหัวหน้าครอบครัววัย 40 ปีอย่างเขามากครับ แต่หลังจากที่หมอได้ตรวจและวางแผนรักษา คุณวิชัยก็เริ่มเข้าใจว่า ปัญหานี้แก้ไขได้ถ้าทำถูกวิธีครับ


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: เมื่อ "ยางรองโช้ค" ในหลังเริ่มเสื่อมสภาพ

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า กระดูกสันหลังของเราเหมือน "เสาบ้าน" ที่ต่อกันเป็นข้อๆ ครับ ระหว่างข้อกระดูกแต่ละข้อจะมีแผ่นนิ่มๆ ที่เรียกว่า หมอนรองกระดูก ทำหน้าที่เหมือน "โช้คอัพ" หรือ "ยางรอง" คอยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง หรือก้มตัว

ในวัย 40 ปี ยางรองเหล่านี้เริ่มสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่นครับ เปรียบเหมือนยางรถยนต์ที่เริ่มแห้งกรอบ เมื่อเรานั่งนานๆ หรือก้มผิดท่า ยางรองนี้อาจจะปลิ้นหรือเคลื่อนไปกดเบียดเส้นประสาท หรือบางครั้งกล้ามเนื้อหลังที่คอยประคองเสาบ้านนี้เกิดการ "เกร็งค้าง" เพื่อปกป้องกระดูกที่อักเสบ ผลที่ตามมาคือ อาการหลังแข็ง งอตัวไม่ได้ และปวดแปล๊บเวลาขยับ เหมือนบานพับประตูที่สนิมเกาะจนฝืดนั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐาน: ปวดหลังแบบนี้ เป็นอะไรได้บ้าง?

อาการปวดหลังช่วงเอวขึ้นไปที่ก้มไม่ได้มา 3 สัปดาห์ (ระยะกึ่งเฉียบพลัน) ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุดังนี้ครับ:

  1. กล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน (Acute Back Strain): เกิดจากการใช้งานผิดจังหวะ หรือก้มยกของหนักเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวอย่างรุนแรงจนขยับไม่ได้

  2. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus - HNP): หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาเบียดเส้นประสาท มักมีอาการปวดร้าวลงขาหรือปวดแปล๊บเวลาไอ จาม หรือก้มตัว

  3. ข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบ (Facet Joint Syndrome): ข้อต่อเล็กๆ ระหว่างกระดูกสันหลังเกิดการอักเสบ ทำให้ปวดมากเวลาแอ่นตัวหรือก้ม

  4. โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative Disc Disease): เป็นความเสื่อมตามวัยที่เริ่มพบได้บ่อยในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ชายวัย 40 ต้องระวัง

  1. พฤติกรรมการนั่ง: นั่งทำงานนานเกิน 1 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่า ทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงกดทับต่อเนื่อง

  2. น้ำหนักตัว: หน้าท้องที่ยื่นออกมาจะดึงให้กระดูกสันหลังส่วนเอวแอ่นมากกว่าปกติ ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักตลอดเวลา

  3. การยกของผิดท่า: ก้มตัวลงไปยกโดยไม่ย่อเข่า เป็นการใช้หลังรับน้ำหนักทั้งหมด

  4. ขาดการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลาง: กล้ามเนื้อท้องและหลังที่ไม่แข็งแรง จะไม่สามารถช่วยพยุงกระดูกสันหลังได้

  5. ความเครียดและการพักผ่อน: ทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวและขบวนการซ่อมแซมร่างกายช้าลง


การตรวจวินิจฉัย: หมอจะเช็กอะไรบ้าง?

เมื่อมาพบหมอด้วยอาการปวดมา 3 สัปดาห์ การวินิจฉัยจะเน้นหาต้นตอเพื่อวางแผนรักษาครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบการยกขา (Straight Leg Raise Test) เพื่อดูว่ามีเส้นประสาทถูกกดทับไหม เช็กกำลังกล้ามเนื้อขา และดูจุดที่กดเจ็บที่สุดที่หลัง

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกสันหลังเบื้องต้นว่ามีกระดูกงอก กระดูกเคลื่อน หรือช่องว่างหมอนรองกระดูกแคบลงไหม

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): หมอจะพิจารณาในกรณีที่ปวดรุนแรง มีอาการชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย เพื่อดูรายละเอียดของหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทที่ชัดเจน (มักทำถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาเบื้องต้น 4-6 สัปดาห์)

  • การตรวจเลือด: ทำในกรณีที่สงสัยการติดเชื้อหรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (ซึ่งพบน้อยในกลุ่มปวดหลังทั่วไป)


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด

กว่า 90% ของผู้ป่วยปวดหลังหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยลำดับการรักษาเป็นดังนี้:

  1. ปรับพฤติกรรม: นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ ต้องหยุดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการปวด เช่น หยุดยกของหนัก เปลี่ยนท่านั่งทุก 45 นาที และที่สำคัญ ห้ามก้มตัวเก็บของแบบเหยียดขา ให้ใช้การย่อเข่าแทน

  2. กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser), คลื่นเหนือเสียง (Ultrasound) หรือการดึงหลัง (Traction) เพื่อลดการกดทับของหมอนรองกระดูก

  3. การใช้ยา: หมอจะให้ยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อลดวงจรการเกร็งค้างของหลัง

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: หากปวดรุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่งข้อต่อหรือเส้นประสาทที่อักเสบ แล้วฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดนั้นโดยตรง วิธีนี้แม่นยำและเห็นผลเร็วมากครับ

  5. การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6-12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอ่อนแรงของขาและควบคุมการขับถ่ายไม่ได้เท่านั้นครับ


พยากรณ์โรค: นานไหมกว่าจะหาย?

สำหรับอาการปวดที่เพิ่งเป็นมา 3 สัปดาห์ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและคนไข้ปรับพฤติกรรมอย่างเคร่งครัด ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นมากภายใน 2-4 สัปดาห์ครับ โรคนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ถ้าพฤติกรรมเดิมๆ ยังอยู่ แต่ถ้าฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง โอกาสที่ปวดจนก้มไม่ได้จะลดลงอย่างมากครับ


ภาวะแทรกซ้อน: ปล่อยไว้นานจะเป็นอย่างไร?

  • เส้นประสาทถูกกดทับเรื้อรัง: อาจทำให้กล้ามเนื้อขาฝ่อ ลีบ และอ่อนแรงจนเดินลำบาก

  • อาการปวดเรื้อรัง: พังผืดอาจจะเกาะตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ ทำให้ปวดหลังถาวร

  • บุคลิกภาพเสีย: หลังจะเริ่มโก่งหรือเบี้ยวจากการพยายามหลบความเจ็บปวด


5 วิธีป้องกันให้หลังแข็งแรงในวัย 40+

  1. จัดท่านั่งทำงาน: เก้าอี้ต้องมีที่ซัพพอร์ตหลังส่วนล่าง และหน้าจอต้องอยู่ในระดับสายตา

  2. ออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core Muscle Training): เช่น ท่าแพลงก์ (Plank) เพื่อสร้าง "เกราะธรรมชาติ" ให้กระดูกสันหลัง

  3. ควบคุมน้ำหนัก: อย่าให้มีพุง เพราะพุงคือภาระที่หลังต้องแบกตลอดเวลา

  4. เปลี่ยนท่าบ่อยๆ: ตั้งนาฬิกาปลุกให้ลุกเดินทุก 50 นาที

  5. เลือกที่นอนที่เหมาะสม: ที่นอนควรมีความแน่นปานกลาง (Firm) ไม่นิ่มจนหลังยวบหรือแข็งจนเจ็บกระดูก


Q&A Section

Q: ปวดหลังมา 3 อาทิตย์แล้ว ควรทำ MRI ทันทีเลยไหม? หมอเก่ง: หากไม่มีอาการอ่อนแรงของขา หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หมอมักแนะนำให้รักษาเบื้องต้นด้วยยาและกายภาพก่อนประมาณ 4 อาทิตย์ครับ เพราะส่วนใหญ่จะดีขึ้นเองโดยไม่ต้องทำ MRI

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? หมอเก่ง: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัด ดึง หรือเหยียบหลัง" อย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมามากกว่าเดิมได้ ควรนวดแบบผ่อนคลายเบาๆ เท่านั้น

Q: ก้มตัวไม่ได้เลย อันตรายไหม? หมอเก่ง: เป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวอย่างรุนแรง (Muscle Guarding) เพื่อปกป้องการอักเสบภายในครับ ไม่ใช่อาการอันตรายร้ายแรงหากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แต่ควรมาพบหมอเพื่อแยกแยะโรคให้ชัดเจนครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. ปวดหลังในชายวัย 40 ปีที่ก้มไม่ได้ มักเกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งค้างหรือหมอนรองกระดูกเริ่มมีปัญหา

  2. อาการปวดมา 3 สัปดาห์ คือช่วงสำคัญที่จะรักษาให้หายขาดก่อนกลายเป็นโรคเรื้อรัง

  3. การปรับพฤติกรรม เช่น เลิกยกของหนักและการนั่งนาน คือหัวใจสำคัญของการรักษา

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้อัลตราซาวด์ช่วยลดปวดได้เร็วและแม่นยำในรายที่ปวดรุนแรง

  5. ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ผ่าตัด หากทำกายภาพและบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางอย่างสม่ำเสมอ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #ปวดเอว #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #หลังแข็ง #ก้มไม่ได้ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพชาย #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัด #กระดูกสันหลังเสื่อม #ปวดหลังเรื้อรัง #บริหารหลัง #วัยทำงาน #อัลตราซาวด์ลดปวด #BackPain #LowerBackPain #DiscHerniation #Orthopedics #CoreStrength #SpineHealth


Reference List

  1. Chou R, Qaseem A, Snow V, Casey D, Cross JT Jr, Shekelle P, et al. Diagnosis and treatment of low back pain: a joint clinical practice guideline from the American College of Physicians and the American Pain Society. Ann Intern Med. 2007 Oct 2;147(7):478-91. doi: 10.7326/0003-4819-147-7-200710020-00006. PMID: 17909209.
    แนวทางนี้บอกวิธีซักประวัติ ตรวจร่างกาย แบ่งกลุ่มปวดหลัง และเน้นว่าปวดหลังทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ต้องถ่ายเอกซเรย์หรือ MRI ทันที แนะนำให้คนไข้คงกิจกรรมและดูแลตัวเองเป็นหลัก

  2. Hoy D, Brooks P, Blyth F, Buchbinder R. The epidemiology of low back pain. Best Pract Res Clin Rheumatol. 2010 Dec;24(6):769-81. doi: 10.1016/j.berh.2010.10.002. PMID: 21665125.
    บทความนี้รวบรวมตัวเลขว่าในชีวิตคนเราส่วนใหญ่เคยปวดหลังอย่างน้อยหนึ่งครั้ง มีความชุกสูงสุดช่วงวัยทำงานกลางคน และปัจจัยอย่างงานหนัก เครียด และภาวะจิตใจมีผลต่อการปวดหลังเรื้อรัง

  3. Kreiner DS, Matz P, Bono CM, Cho CH, Watters WC 3rd, Shaffer WO, et al. Guideline summary review: an evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of low back pain. Spine J. 2020 Jul;20(7):998-1024. doi: 10.1016/j.spinee.2020.04.006. PMID: 32333996.
    บทความนี้สรุปแนวทางของสมาคม North American Spine Society ในการวินิจฉัยและรักษาปวดหลังแบบไม่จำเพาะ โดยไล่ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้น ยา กายภาพ ไปจนถึงข้อบ่งชี้การฉีดยาและผ่าตัด

  4. Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar disc herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017 Dec;10(4):507-516. doi: 10.1007/s12178-017-9441-4. PMID: 28980275.
    บทความนี้อธิบายโรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวทับเส้นประสาท ตั้งแต่สาเหตุ อาการปวดร้าวลงขา การวินิจฉัยด้วยภาพ และทางเลือกการรักษาทั้งยา กายภาพ การฉีดยา และการผ่าตัดส่องกล้อง

  5. Maher C, Underwood M, Buchbinder R. Non-specific low back pain. Lancet. 2017 Feb 18;389(10070):736-747. doi: 10.1016/S0140-6736(16)30970-9. PMID: 27745712.
    บทความนี้อธิบายปวดหลังชนิดไม่ทราบสาเหตุจำเพาะ ซึ่งเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด แนะให้คัดกรองโรคอันตราย ใช้คำแนะนำ การออกกำลังกาย และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการใช้ยาแรง ภาพถ่าย และผ่าตัดเกินจำเป็น

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569

“แค่ปวดหลังธรรมดา หรือหมอนรองกระดูกกำลังมีปัญหา?” เช็กให้ชัวร์ก่อนจะสายเกินแก้


 


“แค่ปวดหลังธรรมดา หรือหมอนรองกระดูกกำลังมีปัญหา?” เช็กให้ชัวร์ก่อนจะสายเกินแก้

เชื่อไหมครับว่า ในชีวิตหนึ่งของคนเรา แทบทุกคนต้องเคยผ่านประสบการณ์ “ปวดหลัง” กันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการปวดตื้อๆ หลังเลิกงาน หรือปวดแปล๊บจนขยับตัวไม่ได้ หลายคนเลือกที่จะซื้อยากินเอง พลาสเตอร์ปิดหลัง หรือไปนวดแผนโบราณ เพราะคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบ เดี๋ยวก็หาย แต่สิ่งที่หมอกังวลที่สุดในฐานะหมอกระดูก คือการที่คนไข้แยกไม่ออกว่า อาการที่กำลังเป็นอยู่คือ “กล้ามเนื้อประท้วง” หรือ “หมอนรองกระดูกกำลังแตกพ่าย” กันแน่ เพราะการรักษาและผลลัพธ์นั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยครับ

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ วันหนึ่งคุณตื่นมาแล้วรู้สึกเสียวแปล๊บที่หลังส่วนล่าง พอก้มหยิบของก็เจ็บจี๊ดจนหน้ามืด คุณอาจจะคิดว่า “สงสัยเมื่อวานยกของหนักไปหน่อย” แต่ถ้าอาการปวดนั้นมันเริ่มวิ่งลงไปที่ขา หรือทำให้ปลายนิ้วเท้าชาล่ะ? นั่นแหละครับคือสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียวแล้ว


เรื่องเล่าจากคนไข้

หมออยากเล่าเรื่องของ คุณสมชาย (นามสมมติ) อายุ 42 ปี เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ขยันมากครับ ทำงานเอกสารหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8-10 ชั่วโมง และชอบจัดสวนในวันหยุด วันหนึ่งคุณสมชายก้มลงยกกระถางต้นไม้แล้วเกิดอาการ “ก๊อก” ที่หลัง ตอนแรกเขาคิดว่ากล้ามเนื้อยอกธรรมดา เลยไปนวดและทานยาแก้ปวดเอง อาการดูเหมือนจะดีขึ้นในช่วงแรก แต่ผ่านไป 2 สัปดาห์ เขาสังเกตว่าเริ่มมีอาการปวดร้าวลงไปที่น่องข้างซ้าย เวลาไอหรือจามจะเจ็บเหมือนมีไฟฟ้าช็อตลงขา

คุณสมชายเริ่มกังวล เพราะนอกจากจะปวดจนนอนไม่ได้แล้ว เขายังรู้สึกว่าขาข้างซ้ายเริ่มอ่อนแรง เดินสะดุดบ่อยๆ จนในที่สุดตัดสินใจมาหาหมอ เมื่อหมอตรวจร่างกายและทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แม่เหล็ก (MRI) จึงพบว่า หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ครับ ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบอย่างที่เขาเข้าใจตอนแรก โชคดีที่คุณสมชายมาหาหมอก่อนที่เส้นประสาทจะเสียหายถาวร ทำให้เราสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ


เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: ยางรถยนต์กับโช้คอัพ

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมออยากให้ลองเปรียบเทียบกระดูกสันหลังของเราเหมือนกับ “รถยนต์” ครับ

  • กล้ามเนื้อหลัง เปรียบเสมือน ยางรถยนต์หรือตัวถัง ที่คอยพยุงให้รถวิ่งไปได้ ถ้าเราใช้งานหนัก ขับรถทางไกลบ่อยๆ ยางก็สึกหรอ กล้ามเนื้อก็ล้า เจ็บปวดได้ แต่มักจะหายได้ถ้าได้พักหรือเปลี่ยนยางใหม่

  • หมอนรองกระดูก เปรียบเสมือน โช้คอัพ ที่อยู่ระหว่างรอยต่อของกระดูกแต่ละข้อ ข้างในหมอนรองกระดูกจะมีลักษณะนิ่มๆ เหมือน “ไส้ขนมปัง” หรือ “เจล” ที่คอยรับแรงกระแทก

ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อโช้คอัพนี้มัน “แตก” หรือ “ปลิ้น” ออกมาครับ เหมือนไส้ขนมปังที่ทะลักออกมาแล้วไปเบียดเอา “สายไฟ” ซึ่งก็คือเส้นประสาทที่อยู่ข้างๆ พอสายไฟโดนกดทับ สัญญาณไฟก็รวน ทำให้เกิดอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงตามมานั่นเองครับ


ทำความรู้จักกับโรค: สองตัวการร้ายที่ทำให้ปวดหลัง

  1. กล้ามเนื้อหลังอักเสบ (Back Muscle Strain): คือการบาดเจ็บของเส้นใยกล้ามเนื้อหรือเอ็นยึดบริเวณหลัง มักเกิดจากการขยับผิดจังหวะ หรือใช้งานหนักเกินกำลัง อาการปวดมักจะกระจุกตัวอยู่แค่บริเวณหลัง อาจจะลามไปถึงสะโพกได้บ้าง แต่จะไม่ลามลงไปต่ำกว่าเข่า

  2. หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus): คือภาวะที่ส่วนประกอบภายในของหมอนรองกระดูกเคลื่อนที่ออกมาทับเส้นประสาท มักเกิดจากความเสื่อมตามวัย หรือแรงกระแทกที่รุนแรง อาการจะมีความเฉพาะตัวคือ ปวดร้าวเหมือนไฟช็อต และมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

  • พฤติกรรมการนั่ง: นั่งทำงานท่าเดิมนานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงกดทับต่อเนื่อง

  • น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน: หน้าท้องที่ยื่นออกมาจะดึงให้กระดูกสันหลังแอ่น และหมอนรองกระดูกต้องแบกรับน้ำหนักมหาศาล

  • การยกของหนักผิดท่า: การก้มหลังหยิบของแทนการย่อเข่า คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้น

  • อายุและความเสื่อม: เมื่ออายุมากขึ้น น้ำในหมอนรองกระดูกจะลดลง ทำให้เปราะและแตกง่ายขึ้น

  • การสูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกน้อยลง ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วกว่าปกติ


การตรวจวินิจฉัย: หมอรู้ได้อย่างไรว่าเป็นอะไร?

เมื่อคุณมาพบหมอ ขั้นตอนแรกคือ การตรวจร่างกาย ครับ หมอจะให้คุณลองนอนหงายแล้วยกขาเหยียดตึง (Straight Leg Raising Test) ถ้าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คุณจะรู้สึกปวดแปล๊บลงขาอย่างรุนแรงแม้จะยกขาขึ้นได้เพียงไม่กี่องศา

จากนั้นอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้ครับ:

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกว่ามีข้อเคลื่อนหรือกระดูกงอกไหม

  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แม่เหล็ก (MRI): นี่คือพระเอกของการวินิจฉัยครับ เพราะเห็นภาพหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้ชัดเจนที่สุด ช่วยให้หมอระบุได้ว่าทับที่ข้อไหน และรุนแรงเพียงใด

  • การตรวจเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า (EMG): ใช้ในกรณีที่ต้องการยืนยันว่าเส้นประสาททำงานผิดปกติจริงหรือไม่


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด

หมออยากให้สบายใจก่อนนะครับว่า มากกว่า 90% ของผู้ป่วยปวดหลัง สามารถรักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ครับ โดยลำดับการรักษาจะเป็นดังนี้:

  1. การปรับพฤติกรรม: นี่คือหัวใจสำคัญครับ ต้องเลิกก้มยกของหนัก นั่งหลังตรง และหมั่นเปลี่ยนท่าบ่อยๆ

  2. กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อและการใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์ หรือคลื่นกระแทก (Shockwave) จะช่วยได้มาก

  3. การใช้ยา: หมอจะจ่ายยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาบำรุงเส้นประสาทตามความจำเป็น

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided injection): หากอาการปวดไม่ดีขึ้น หมอสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดการอักเสบไปที่บริเวณเส้นประสาทโดยตรง วิธีนี้แม่นยำและปลอดภัยสูงครับ

  5. การผ่าตัด: หมอจะพิจารณาก็ต่อเมื่อ คนไข้มีอาการรุนแรง เช่น กลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ หรือรักษาด้วยวิธีอื่นมา 6-8 สัปดาห์แล้วไม่เห็นผล ปัจจุบันการผ่าตัดทำผ่านกล้องขนาดเล็กมาก (Endoscopic) เจ็บน้อย แผลจิ๋ว และกลับบ้านได้เร็วครับ


พยากรณ์โรค: จะหายไหม?

อาการปวดหลังจากกล้ามเนื้อ มักจะหายดีภายใน 1-2 สัปดาห์ถ้าพักผ่อนเพียงพอ ส่วนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาจใช้เวลา 4-12 สัปดาห์ในการฟื้นตัวครับ โรคนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ถ้าเราไม่ปรับพฤติกรรม ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวัง

หากปล่อยไว้ไม่รักษา เส้นประสาทที่ถูกกดทับนานๆ อาจเกิดความเสียหายถาวร ทำให้กล้ามเนื้อขาฝ่อลีบ เดินกะเผลก หรือที่รุนแรงที่สุดคือ “กลุ่มอาการรากประสาทหางม้าถูกกดทับ” ซึ่งจะทำให้สูญเสียการควบคุมระบบขับถ่าย ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันทีครับ


5 วิธีป้องกันหลังพัง

  • ฝึกยกของให้ถูกวิธี: ย่อเข่าลงให้ใกล้ของที่สุด แล้วใช้แรงจากขาในการดันตัวขึ้น ห้ามก้มหลังเด็ดขาด

  • ปรับท่านั่งทำงาน: หน้าจอต้องอยู่ในระดับสายตา หลังต้องพิงพนัก และเท้าต้องวางราบกับพื้น

  • ควบคุมน้ำหนัก: การลดน้ำหนักเพียง 5% ก็ช่วยลดแรงกดทับที่หมอนรองกระดูกได้อย่างมหาศาลแล้วครับ

  • ออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง: เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้เป็น “เฝือกธรรมชาติ” คอยพยุงกระดูกสันหลัง

  • เลือกที่นอนที่เหมาะสม: ไม่นิ่มจนหลังยวบ และไม่แข็งจนกดทับจุดสำคัญ


Q&A ถาม-ตอบ ข้อสงสัยยอดฮิต

Q: ปวดหลังร้าวลงขา อันตรายมากไหม? หมอเก่ง: ถ้ามีอาการร้าวลงขาชัดเจน มักสื่อถึงการระคายเคืองของเส้นประสาทครับ ควรมาพบหมอเพื่อตรวจดูว่ากดทับมากน้อยแค่ไหน อย่าปล่อยไว้นานจนขาอ่อนแรงครับ

Q: ต้องทำ MRI ทุกเคสเลยไหม? หมอเก่ง: ไม่จำเป็นครับ ถ้าอาการปวดเป็นไม่มากและเพิ่งเป็น หมอจะเริ่มจากการรักษาก่อน แต่ถ้ามีอาการชา อ่อนแรง หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น การทำ MRI จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำที่สุดครับ

Q: ปวดหลังนานแค่ไหนถึงควรมาหาหมอ? หมอเก่ง: ถ้าปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น หรือมีอาการ “ธงแดง” เช่น ชาขา ขาอ่อนแรง หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบมาพบหมอทันทีครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  • แยกแยะอาการให้เป็น: กล้ามเนื้ออักเสบมักปวดเฉพาะจุด แต่หมอนรองกระดูกทับเส้นมักจะมีอาการปวดร้าวลงขาและอาการชา

  • พฤติกรรมคือสาเหตุหลัก: การก้มยกของและการนั่งนานๆ คือศัตรูตัวร้ายของกระดูกสันหลัง

  • การวินิจฉัยที่แม่นยำ: การตรวจร่างกายโดยละเอียดและการทำ MRI (ถ้าจำเป็น) ช่วยให้รักษาได้ตรงจุด

  • ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด: การปรับพฤติกรรม ทำกายภาพ และใช้ยา คือทางออกหลักของผู้ป่วยส่วนใหญ่

  • อย่ารอจนสาย: หากมีอาการชาหรืออ่อนแรง ต้องรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันที

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #กล้ามเนื้อหลังอักเสบ #ชาร้าวลงขา #ออฟฟิศซินโดรม #กระดูกสันหลังเสื่อม #วิธีแก้ปวดหลัง #กายภาพบำบัด #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #สุขภาพหลัง #BackPain #Sciatica #HerniatedDisk #LumbarSpine #DoctorKeng


Reference List

  1. Deyo RA, Mirza SK. Herniated lumbar intervertebral disk. N Engl J Med. 2016 May 5;374(18):1763-1772. doi:10.1056/NEJMcp1512658. PMID:27144851.
    บทความนี้อธิบายโรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาทอย่างละเอียด ตั้งแต่สาเหตุ กลไกการกดทับเส้นประสาท ไปจนถึงอาการปวดร้าวลงขา.
    ยังสรุปแนวทางการวินิจฉัย การใช้ MRI หรือ CT และเปรียบเทียบผลการรักษาแบบไม่ผ่าตัดกับการผ่าตัดในระยะสั้นและยาว ซึ่งคนทั่วไปอ่านสรุปจะเข้าใจภาพรวมของโรคได้ดี.

  2. Qaseem A, Wilt TJ, McLean RM, Forciea MA. Noninvasive treatments for acute, subacute, and chronic low back pain: a clinical practice guideline from the American College of Physicians. Ann Intern Med. 2017 Apr 4;166(7):514-530. doi:10.7326/M16-2367. PMID:28192789.
    บทความนี้เป็นแนวทางรักษาอาการปวดหลังของสมาคมแพทย์อเมริกัน รวบรวมหลักฐานเรื่องการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การประคบร้อน นวด ฝังเข็ม กายภาพบำบัด และยาต้านการอักเสบ.
    เขาย้ำว่าคนส่วนใหญ่ปวดหลังเฉียบพลันจะดีขึ้นเอง จึงควรเริ่มจากวิธีไม่ใช้ยา หรือยาที่ปลอดภัยก่อน และเลี่ยงการใช้ยาแรงอย่างมอร์ฟีนถ้าไม่จำเป็น ทำให้คนทั่วไปเห็นลำดับการรักษาที่เหมาะสม.

  3. Maher C, Underwood M, Buchbinder R. Non-specific low back pain. Lancet. 2017 Feb 18;389(10070):736-747. doi:10.1016/S0140-6736(16)30970-9. PMID:27745712.
    บทความนี้พูดถึงอาการปวดหลังที่หาโรคชัดเจนไม่ได้ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของคนปวดหลัง โดยเน้นว่ามักเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ การใช้งานท่าทาง และปัจจัยทางจิตใจสังคม.
    เขาเสนอว่าการรักษาควรมุ่งลดอาการและผลกระทบ เช่น ให้ความรู้ การออกกำลังกาย และการใช้ยาอย่างเหมาะสม มากกว่าการพยายามหาความผิดปกติจุดเดียวในกระดูกสันหลัง ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าปวดหลังไม่ใช่แค่ “กระดูกเสื่อม”.

  4. Jensen MC, Brant-Zawadzki MN, Obuchowski N, Modic MT, Malkasian D, Ross JS. Magnetic resonance imaging of the lumbar spine in people without back pain. N Engl J Med. 1994 Jul 14;331(2):69-73. doi:10.1056/NEJM199407143310201. PMID:8208267.
    งานวิจัยนี้ทำ MRI หลังส่วนล่างในคนที่ไม่มีอาการปวดหลัง พบว่ามีหมอนรองกระดูกโป่งหรือยื่นออกมาค่อนข้างบ่อย แม้คนจะไม่รู้สึกปวดเลย.
    ข้อสรุปสำคัญคือภาพ MRI ที่ดู “ผิดปกติ” ไม่ได้แปลว่าเป็นสาเหตุของอาการเสมอไป ช่วยให้คนไข้และหมอระวังการตีความผล MRI ไม่ให้ตกใจเกินไป และไม่รีบผ่าตัดโดยไม่จำเป็น.

  5. Foster NE, Anema JR, Cherkin D, Chou R, Cohen SP, Gross DP, et al. Prevention and treatment of low back pain: evidence, challenges, and promising directions. Lancet. 2018 Jun 9;391(10137):2368-2383. doi:10.1016/S0140-6736(18)30489-6. PMID:29573872.
    บทความนี้เน้นเรื่องการป้องกันและดูแลอาการปวดหลังในระยะยาว โดยใช้มุมมองแบบองค์รวมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ งาน และสังคม เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการจัดการความเครียด.
    เขาชี้ว่าควรใช้ยาและการตรวจพิเศษอย่างพอดี ไม่มากเกินไป และเน้นให้คนไข้กลับไปใช้ชีวิต เคลื่อนไหว และทำงานตามปกติให้เร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสปวดหลังเรื้อรัง.