วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569

ปวดหลังร้าวลงขา... สัญญาณเตือนภัยที่วัยเก๋าไม่ควรปล่อยไว้จนเดินไม่ไหว

 



ปวดหลังร้าวลงขา... สัญญาณเตือนภัยที่วัยเก๋าไม่ควรปล่อยไว้จนเดินไม่ไหว

“ปวดหลังร้าวลงขา... แค่ปวดเมื่อยตามวัย หรือเส้นประสาทกำลังถูกเบียดจนเดินไม่ได้?”

หลายคนพออายุเข้าเลข 6 มักจะคิดว่าอาการปวดหลังเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าอาการปวดนั้นเริ่มลามลงไปที่สะโพก ต้นขา หรือน่อง พร้อมกับรู้สึกชาหนึบ ๆ จนทำให้การเดินไปจ่ายตลาดหรือเดินเล่นหน้าบ้านกลายเป็นเรื่องทรมาน นี่อาจไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าจากการทำงานหนักในอดีต แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า “โพรงกระดูกสันหลัง” ของคุณกำลังมีปัญหาครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "น้าหมาย" เกือบเสียโอกาสใช้ชีวิตวัยเกษียณ

น้าหมาย ชายไทยอายุ 60 ปี เพิ่งเกษียณจากการทำงานรัฐวิสาหกิจมาได้ไม่นาน น้าหมายตั้งใจว่าชีวิตหลังเกษียณจะใช้เวลาดูแลสวนผลไม้เล็ก ๆ หลังบ้านและไปทำบุญที่วัดกับภรรยา แต่เมื่อ 3 เดือนก่อน น้าหมายเริ่มมีอาการปวดตื้อ ๆ ที่หลังส่วนล่าง

ทีแรกน้าหมายก็คิดว่าคงเป็นเพราะไปขุดดินทำสวนมากไป เลยไปซื้อแผ่นแปะแก้ปวดมาแปะและกินยาคลายเส้น แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น หนำซ้ำความปวดเริ่ม "ร้าว" ลงไปที่แก้มก้นและยาวไปถึงน่อง น้าหมายเล่าให้ผมฟังว่า "หมอครับ ตอนนี้ผมเดินได้ไม่ถึง 50 เมตร ก็ต้องหาเก้าอี้นั่งพักแล้ว มันปวดตึงขาไปหมด พอได้นั่งพักสักครู่ถึงจะเดินต่อได้"

ความกังวลของน้าหมายไม่ใช่แค่ความปวด แต่น้าหมายกลัวว่าตัวเองจะเดินไม่ได้ กลัวจะเป็นอัมพฤกษ์ และกลัวว่าจะเป็นภาระให้ลูกหลานในวันที่ควรจะมีความสุขที่สุดครับ


อธิบายโรคให้เข้าใจง่าย: เมื่อท่อสายไฟถูกบีบ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมอยากให้ลองจินตนาการว่า กระดูกสันหลัง ของเราเหมือนกับ ปลอกหุ้มสายไฟ ครับ ภายในปลอกนี้จะมีสายไฟเส้นใหญ่ที่เรียกว่า "เส้นประสาท" วิ่งผ่านเพื่อส่งสัญญาณไปควบคุมการทำงานของขา

เมื่อเราอายุมากขึ้น ปลอกหุ้มสายไฟนี้อาจจะมีการเสื่อมถอย มีหินปูนมาเกาะ หรือหมอนรองกระดูกซึ่งเปรียบเสมือน ไส้ขนมปัง เกิดการปลิ้นออกมา สิ่งเหล่านี้จะทำให้ช่องว่างภายในปลอกหุ้มแคบลง จนไปเบียดทับเส้นประสาท เหมือนเราเอาคีมไปบีบสายไฟไว้นั่นเองครับ เมื่อสายไฟถูกบีบ สัญญาณไฟฟ้าก็ส่งไปที่ขาได้ไม่สะดวก ทำให้เกิดอาการปวด ชา และขาอ่อนแรงในที่สุด


ทำความรู้จักกับ "โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ" (Spinal Stenosis)

โรคที่น้าหมายเป็นคือ โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis) ครับ เป็นโรคที่พบบ่อยมากในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป

สาเหตุหลัก: เกิดจากความเสื่อมตามวัย (Degeneration) เมื่อเราใช้งานร่างกายมานาน หมอนรองกระดูกจะเริ่มทรุดตัว ร่างกายจึงพยายามสร้างกระดูกงอกหรือหินปูนขึ้นมาเพื่อเพิ่มความมั่นคง แต่นั่นกลับทำให้ช่องว่างในโพรงกระดูกสันหลังลดน้อยลง

อาการเด่นที่สังเกตได้:

  1. ปวดหลังส่วนล่างร้าวลงไปที่สะโพกหรือขา

  2. อาการจะชัดเจนมากเวลา "เดิน" หรือ "ยืนตัวตรง"

  3. มีอาการที่หมอเรียกว่า "การเดินสลับพัก" คือเดินไปได้ระยะหนึ่งจะปวดน่องหรือขาจนต้องก้มตัวหรือนั่งพักถึงจะไปต่อได้

  4. รู้สึกขาหนัก ๆ เหมือนไม่มีแรง


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้โรคลามเร็วขึ้น

  1. อายุ: ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสื่อมของโครงสร้างกระดูกก็เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ

  2. พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การก้มเงยบ่อย ๆ หรือยกของหนักต่อเนื่องมานานหลายปี

  3. น้ำหนักตัว: น้ำหนักที่มากเกินไปทำให้กระดูกสันหลังส่วนล่างต้องแบกรับภาระหนักตลอดเวลา

  4. พันธุกรรม: บางคนมีโพรงกระดูกสันหลังที่แคบกว่าปกติมาแต่กำเนิด

  5. โรคประจำตัว: เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของเส้นประสาท


การตรวจวินิจฉัย: หมอจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้?

เมื่อคุณมาหาหมอกระดูก หมอจะเริ่มจากการ ซักประวัติ อย่างละเอียดเหมือนที่ผมคุยกับน้าหมาย และทำการ ตรวจร่างกายเพื่อดูการตอบสนองของเส้นประสาท กำลังกล้ามเนื้อขา และจุดที่ปวด

หลังจากนั้นอาจมีการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ดังนี้:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูกสันหลัง ดูว่ามีกระดูกงอกหรือกระดูกเคลื่อนไหม

  • MRI (Magnetic Resonance Imaging): เป็นการตรวจที่สำคัญที่สุด เพราะเห็นภาพเนื้อเยื่ออ่อน หมอนรองกระดูก และเส้นประสาทได้ชัดเจนมาก ช่วยให้หมอเห็นจุดที่ถูกกดทับได้อย่างแม่นยำ

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG): ในบางกรณีหมออาจสั่งตรวจเพื่อดูความเสียหายของเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขา


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัดเสมอไป

หลายคนกังวลว่ามาหาหมอกระดูกแล้วต้อง "ผ่าตัด" เท่านั้น ผมขอยืนยันตรงนี้เลยครับว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายหรืออาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากมาพบหมอตั้งแต่เริ่มมีอาการ โดยเราจะเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดไปหาหนักครับ

1. ปรับพฤติกรรมและการทำงาน: ลดการยกของหนัก เลี่ยงการก้มเงย และเลือกใช้รองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าได้ดีขณะเดิน

2. กายภาพบำบัด: การออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) จะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรงขึ้นและช่วยพยุงกระดูกสันหลังได้ดีขึ้นมากครับ

3. การใช้ยา: หมอจะสั่งยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และยาบำรุงเส้นประสาท เพื่อลดอาการบวมและอักเสบภายใน

4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided injection): นี่เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันครับ โดยหมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยส่องดูตำแหน่งที่เส้นประสาทถูกกดทับอย่างแม่นยำ แล้วฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดนั้นโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดความปวดได้รวดเร็วและมีความปลอดภัยสูง เพราะหมอเห็นปลายเข็มตลอดเวลาครับ

5. การผ่าตัด (Surgery): เราจะพิจารณาในกรณีที่การรักษาด้วยวิธีอื่นไม่เป็นผล หรือผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือขาอ่อนแรงมากจนเดินไม่ได้เลย ปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดก้าวหน้ามาก มีการผ่าตัดแบบแผลเล็กที่ช่วยให้ฟื้นตัวไวครับ


พยากรณ์โรค: โรคนี้หายไหม?

หลายคนถามผมว่า "หมอครับ ผมจะกลับไปเดินคล่องเหมือนเดิมไหม?" คำตอบคือ "มีโอกาสสูงมากครับ" โดยเฉพาะหากรีบรักษาตั้งแต่ระยะแรก

แม้ความเสื่อมของกระดูกจะย้อนกลับไปเหมือนอายุ 20 ไม่ได้ แต่เราสามารถหยุดยั้งอาการและทำให้อาการปวดหายไป จนผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำบุญ เดินเล่น หรือดูแลสวนได้ตามปกติครับ อย่างไรก็ตาม โรคนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากเรากลับไปทำพฤติกรรมเดิม ๆ ดังนั้นการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องจึงสำคัญที่สุดครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา เส้นประสาทที่ถูกกดทับอาจเสียหายถาวร นำไปสู่:

  • แขนขาอ่อนแรงจนลีบเล็กลง

  • อาการชาที่กลายเป็นความรู้สึกหนา ๆ เหมือนใส่ถุงเท้าตลอดเวลา

  • ปัญหาเรื่องการขับถ่าย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที


5 วิธีป้องกัน เพื่อกระดูกสันหลังที่แข็งแรง

  1. ควบคุมน้ำหนักตัว: ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดแรงกดทับต่อกระดูกสันหลัง

  2. จัดท่าทางให้ถูก: ไม่นั่งหลังค่อม ไม่ก้มหน้าเล่นมือถือนาน ๆ และใช้ท่าลุกนั่งที่ถูกต้อง

  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เน้นการเดินในน้ำ หรือปั่นจักรยานเพื่อลดแรงกระแทก

  4. งดสูบบุหรี่: บุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลง ส่งผลให้เสื่อมเร็วขึ้น

  5. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี: เพื่อบำรุงความแข็งแรงของกระดูก


Q&A: คำถามที่พบบ่อย

Q: ปวดหลังร้าวลงขา อันตรายไหม? A: อันตรายหากเริ่มมีอาการขาอ่อนแรง หรือชาหนึบจนเดินลำบากครับ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือโพรงกระดูกตีบ

Q: ต้องตรวจ MRI ทุกรายหรือไม่? A: ไม่จำเป็นครับ หากอาการไม่รุนแรง หมออาจเริ่มจากการกินยาและกายภาพก่อน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ การทำ MRI จะช่วยวางแผนการรักษาได้ตรงจุดครับ

Q: ปวดนานแค่ไหนควรมาหาหมอ? A: หากปวดต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ หรือมีอาการปวดร้าวลงขาชัดเจนแม้จะพักแล้ว แนะนำให้มาตรวจครับ


สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  1. ปวดหลังร้าวลงขาในผู้สูงอายุ มักเกิดจากโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบทับเส้นประสาท

  2. อาการเด่นคือ ปวดเวลาเดิน ยืนนาน ๆ แต่จะดีขึ้นเมื่อได้นั่งพักหรือก้มตัว

  3. การตรวจ MRI เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการดูการกดทับของเส้นประสาท

  4. การรักษาไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป การใช้ยา กายภาพ และการฉีดยาเฉพาะจุดช่วยได้มาก

  5. การป้องกันที่ดีที่สุดคือการควบคุมน้ำหนักและการออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังร้าวลงขา #โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ #กระดูกเสื่อม #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังในผู้สูงอายุ #ชามือขา #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดน่อง #เดินลำบาก #BackPain #SpinalStenosis #Sciatica #Orthopedics #HealthTips

Reference List

  1. Genevay S, Atlas SJ. Lumbar spinal stenosis. Best Pract Res Clin Rheumatol. 2010 Apr;24(2):253-65. doi:10.1016/j.berh.2009.11.001.
    บทความนี้อธิบายพื้นฐานของโรคโพรงกระดูกสันหลังเอวตีบจากการเสื่อมของกระดูกและหมอนรองกระดูก ตั้งแต่กลไกที่โพรงตีบ การแสดงอาการแบบปวดหลังร้าวลงขา การวินิจฉัยทางคลินิกและภาพถ่าย จนถึงแนวทางรักษาอนุรักษ์และการผ่าตัดเบื้องต้น.

  2. Lurie J, Tomkins-Lane C. Management of lumbar spinal stenosis. BMJ. 2016 Jan 4;352:h6234. doi:10.1136/bmj.h6234.
    บทความนี้ให้ภาพรวมการดูแลผู้ป่วยโพรงกระดูกสันหลังตีบในเวชปฏิบัติทั่วไป ตั้งแต่การจำแนกอาการ neurogenic claudication การใช้ยา กายภาพ การฉีดยาเข้าช่องไขสันหลัง การปรับพฤติกรรม ไปจนถึงข้อบ่งชี้ในการส่งผ่าตัด พร้อมเน้นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย.

  3. Zaina F, Tomkins-Lane C, Carragee E, Negrini S. Surgical versus non-surgical treatment for lumbar spinal stenosis. Cochrane Database Syst Rev. 2016 Jan 29;2016(1):CD010264. doi:10.1002/14651858.CD010264.pub2.
    การทบทวน Cochrane นี้เปรียบเทียบผลของการผ่าตัดกับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดในผู้ป่วยโพรงกระดูกสันหลังตีบ พบว่าหลักฐานมีคุณภาพต่ำถึงปานกลางและผลลัพธ์ไม่ชัดเจนในหลายระยะเวลา จึงยังสรุปไม่ได้แน่ชัดว่าการผ่าตัดดีกว่าการรักษาอนุรักษ์อย่างไร แต่ชี้ให้เห็นว่าการผ่าตัดมีภาวะแทรกซ้อนพอสมควรและต้องอธิบายให้ผู้ป่วยทราบก่อนตัดสินใจ.

  4. Manchikanti L, Kaye AD, Falco FJE, Hirsch JA. Efficacy of epidural injections in managing chronic spinal pain: a systematic review. Pain Physician. 2015 Nov;18(6):E939-1004.
    บทความ systematic review นี้รวบรวม RCTs เกี่ยวกับการฉีดยาเอพิดูรัลในผู้ป่วยปวดกระดูกสันหลังเรื้อรังหลายสาเหตุ พบหลักฐานระดับปานกลางว่าสามารถลดปวดและเพิ่มการทำงานได้ในบางกลุ่ม เช่น หมอนรองกระดูกปลิ้นร้าวลงขา หรือ post‑lumbar surgery syndrome แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพงานวิจัยยังหลากหลายและไม่สามารถรวมผลแบบ meta‑analysis ได้ทั้งหมด.

  5. Katz JN, Harris MB. Clinical practice. Lumbar spinal stenosis. N Engl J Med. 2008 Feb 21;358(8):818-25. doi:10.1056/NEJMcp0708097.
    บทความ clinical practice นี้อธิบายอาการปวดหลังและปวดร้าวลงขาจากโพรงกระดูกสันหลังตีบได้อย่างละเอียด ครอบคลุมการตรวจร่างกายที่ช่วยแยกจากโรคอื่น การตีความภาพถ่าย การเลือกใช้การรักษาไม่ผ่าตัด และเกณฑ์พิจารณาการผ่าตัด รวมถึงการพยากรณ์โรคในระยะยาว.


วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

ปวดสะโพกซ้ายร้าวลงขาในวัย 35... กล้ามเนื้อตึง หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?

 



ปวดสะโพกซ้ายร้าวลงขาในวัย 35... กล้ามเนื้อตึง หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท?

“คุณหมอครับ ผมอายุแค่ 35 เอง ทำไมช่วงนี้ปวดสะโพกซ้ายจัง แถมบางทีมันร้าวลงไปถึงขาด้วย แบบนี้อันตรายไหม ต้องรักษาความเสี่ยงอัมพฤกษ์หรือเปล่า?”

นี่คือคำถามยอดฮิตจากชายหนุ่มวัยทำงานครับ วัย 35 ปีเป็นวัยที่ร่างกายยังดูแข็งแรง แต่จริงๆ แล้วเป็นช่วงที่ความเสื่อมเริ่มมาเยือนแบบเงียบๆ โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานนานๆ หรือยกของหนัก วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจว่าอาการปวดสะโพกร้าวลงขานี้ เกิดจากอะไรได้บ้าง และต้องจัดการอย่างไรครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เคสของคุณเก่ง

คุณเก่ง (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8-10 ชั่วโมง เริ่มมีอาการปวดหนึบๆ ที่สะโพกซ้ายมาประมาณ 2 สัปดาห์ ต่อมาเริ่มรู้สึกเหมือนมี "ไฟช็อต" ร้าวจากสะโพกผ่านหลังขาลงไปถึงน่อง

ตอนแรกคุณเก่งคิดว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบเลยไปนวด แต่อาการกลับแย่ลงจนเริ่มรู้สึกชาที่ปลายเท้า หมอจึงได้ตรวจเช็กอย่างละเอียดจนพบว่าสาเหตุไม่ได้มาจากสะโพกโดยตรง แต่มาจาก หมอนรองกระดูกหลังทับเส้นประสาท ครับ


ปวดสะโพกร้าวลงขา... สัญญาณเตือนจากเส้นประสาท

อาการปวดร้าวลงขา (Sciatica) ไม่ใช่โรคครับ แต่เป็น "อาการ" ที่บอกว่า เส้นประสาทไซอาติก (Sciatic Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทเส้นใหญ่ที่สุดในร่างกายกำลังถูกรบกวน

ลองนึกภาพ "สายไฟ" ยาวๆ ที่ลากจากหลังส่วนล่าง ผ่านสะโพก ลงไปจนถึงปลายเท้าครับ ถ้ามีอะไรไปกดทับสายไฟเส้นนี้ที่ต้นทาง (ที่หลัง) หรือกลางทาง (ที่สะโพก) คุณจะรู้สึกปวดแปล๊บหรือชาไปตลอดสายไฟเส้นนั้นทันทีครับ


สาเหตุที่พบบ่อยในชายวัย 35 ปี

  1. หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท (Herniated Disc): พบได้บ่อยที่สุดในวัยทำงาน หมอนรองกระดูกที่เหมือน "ไส้ขนมปัง" ปลิ้นออกมาเบียดเส้นประสาทที่หลัง แต่เราจะไปปวดที่สะโพกและขาแทน

  2. กลุ่มอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome): เกิดจากกล้ามเนื้อลึกๆ ในก้นตึงตัวจัดจนไปกดทับเส้นประสาท มักเกิดกับคนที่นั่งนานๆ หรือกระเป๋าสตางค์ใบหนาเสียบไว้ที่กระเป๋าหลังกางเกงแล้วนั่งทับ

  3. ข้อต่อสะโพกอักเสบ: อาจเกิดจากท่าทางหรือการเล่นกีฬาที่รุนแรง

  4. กระดูกสันหลังเสื่อมก่อนวัย: จากพฤติกรรมการใช้งานหลังที่ไม่เหมาะสม


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ชายวัยทำงานควรระวัง

  • นั่งทำงานท่านานเกินไป: โดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ

  • ยกของหนักผิดท่า: ใช้หลังก้มยกแทนการใช้กำลังขา

  • น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์: ทำให้กระดูกสันหลังและสะโพกรับภาระหนัก

  • การสูบบุหรี่: ทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลง ส่งผลให้เสื่อมไว

  • ขาดการออกกำลังกาย: กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวไม่แข็งแรงพอจะประคองหลัง


การตรวจวินิจฉัย (ทำอย่างไรถึงจะรู้สาเหตุจริง?)

เมื่อมาหาหมอ หมอจะดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย: ทดสอบการยกขาตรง (Straight Leg Raise test) เพื่อดูว่ามีการตึงของเส้นประสาทหรือไม่ และเช็กกำลังกล้ามเนื้อ

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกสันหลังและข้อสะโพกเบื้องต้น

  • MRI: หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการชา/อ่อนแรง หมอจะใช้การสแกนแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อดู "หมอนรองกระดูก" และ "เส้นประสาท" ให้ชัดเจนครับ


แนวทางการรักษา (ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด!)

คนไข้กว่า 90% หายได้ด้วยวิธีไม่ต้องผ่าตัดครับ

  1. ปรับพฤติกรรม: งดยกของหนัก เปลี่ยนเก้าอี้ทำงาน ลุกยืดเหยียดทุก 1 ชั่วโมง

  2. กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์ หรืออัลตราซาวด์ และฝึกท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อสะโพกและเพิ่มความแข็งแรงของหลัง

  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาบำรุงเส้นประสาท

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หากปวดมาก หมออาจใช้เครื่อง Ultrasound นำวิถีเพื่อฉีดยาลดอักเสบไปที่รอบเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อที่กดทับได้อย่างแม่นยำ

  5. การผ่าตัด: จะทำเฉพาะเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นไม่พ้นผล หรือเริ่มมีอาการอ่อนแรง ปัสสาวะอุจจาระลำบากเท่านั้นครับ


พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

  • หายไหม? ส่วนใหญ่หายขาดได้ครับภายใน 4-8 สัปดาห์ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำเคร่งครัด

  • รักษานานไหม? ช่วงแรกอาจต้องกายภาพบำบัดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

  • มีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหม? มีสูงครับ ถ้าเรายังกลับไปนั่งท่าเดิมๆ หรือยกของผิดท่าแบบเดิมอีก


ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยทิ้งไว้

  • กล้ามเนื้อขาฝ่อลีบ

  • ชาถาวรบริเวณปลายเท้าหรือขาหนีบ

  • สูญเสียการควบคุมการขับถ่าย (กรณีรุนแรงมาก)


5 วิธีป้องกันอาการปวดสะโพกร้าวลงขา

  1. จัดท่านั่งให้ถูกต้อง: หลังพิงพนัก เท้าวางราบพื้น จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา

  2. หมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อก้น (Gluteal stretch): ลดการกดทับเส้นประสาท

  3. ลดน้ำหนัก: ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

  4. ออกกำลังกายแบบ Low impact: เช่น เดินเร็ว หรือว่ายน้ำ

  5. นอนที่นอนที่รับสรีระ: ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป


Q&A Section

Q: ปวดสะโพกร้าวลงขา จำเป็นต้องทำ MRI ทุกรายไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ถ้าปวดครั้งแรกและไม่มีอาการอ่อนแรง หมอจะลองรักษาด้วยยาและกายภาพดูก่อน 2-4 สัปดาห์ ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยพิจารณา MRI ครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: นวดผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัด ดึง หรือเหยียบ" เพราะถ้าสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกทับเส้น การดัดที่รุนแรงอาจทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นเพิ่มขึ้นจนเป็นอันตรายได้ครับ

Q: นานแค่ไหนถึงควรมาพบแพทย์? A: ถ้าปวดต่อเนื่องเกิน 1 สัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการชา ร้าวลงไปใต้เข่า หรือขาเริ่มอ่อนแรง ควรมาพบหมอทันทีครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  • ปวดสะโพกร้าวลงขาในคนวัย 35 มักเกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูกหลัง หรือกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท

  • อาการปวดร้าวเหมือนไฟช็อตคือสัญญาณเตือนว่า "เส้นประสาท" กำลังมีปัญหา

  • การตรวจร่างกายอย่างละเอียดช่วยแยกโรคได้ว่าสาเหตุอยู่ที่ "หลัง" หรือ "สะโพก"

  • การรักษาเน้นการปรับพฤติกรรม ยา และกายภาพบำบัด ซึ่งได้ผลดีในคนส่วนใหญ่

  • การป้องกันที่ดีที่สุดคือการไม่นั่งแช่ท่านานๆ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดสะโพก #ปวดร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ชามือชเท้า #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดหลัง #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ #สุขภาพผู้ชาย #Sciatica #HerniatedDisc #PiriformisSyndrome #OfficeSyndrome #DoctorKeng


Reference List

  1. Jensen RK, Ongchi P, Kongsted A, et al. Diagnosis and treatment of sciatica. BMJ. 2019;367:l6273. doi:10.1136/bmj.l6273. PMID:31744830.
    บทความนี้อธิบายวิธีวินิจฉัยอาการปวดร้าวลงขาแบบเป็นขั้นตอน เช่น ดูอาการเตือนอันตราย ประเมินระบบประสาท และเน้นว่าคนส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบประคับประคองก่อน

  2. Kreiner DS, Matz P, Bono CM, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. Spine J. 2014;14(1):180-191. doi:10.1016/j.spinee.2013.08.003. PMID:24239490.
    แนวทางนี้สรุปหลักฐานเรื่องการวินิจฉัยหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวทับเส้นประสาท และบอกเมื่อไรควรใช้ยา กายภาพ ฉีดยา หรือผ่าตัด ให้หมอใช้ตัดสินใจรักษาได้อย่างเป็นระบบ

  3. Cass SP. Piriformis syndrome: a cause of nondiscogenic sciatica. Curr Sports Med Rep. 2015;14(1):41-44. doi:10.1249/JSR.0000000000000110. PMID:25574881.
    บทความนี้อธิบายว่าอาการปวดร้าวลงขาบางรายไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูก แต่เกิดจากกล้ามเนื้อไพริฟอร์มิสกดเส้นประสาทไซอาติก พร้อมเล่าอาการตรวจร่างกายและการรักษา

  4. Ropper AH, Zafonte RD. Sciatica. N Engl J Med. 2015;372(13):1240-1248. doi:10.1056/NEJMra1410151. PMID:25806916.
    รีวิวจาก NEJM ฉบับนี้อธิบายสาเหตุหลักของ sciatica เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้น การตีบของช่องกระดูกสันหลัง แนวโน้มการหายเอง และการเลือกใช้ยา กายภาพ หรือผ่าตัดในแต่ละกรณี

  5. Foster NE, Anema JR, Cherkin D, et al. Prevention and treatment of low back pain: evidence, challenges, and promising directions. Lancet. 2018;391(10137):2368-2383. doi:10.1016/S0140-6736(18)30489-6. PMID:29573872.
    บทความนี้สรุปว่าปวดหลังส่วนล่างเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก และแนะนำให้ใช้แนวคิดดูแลแบบองค์รวม เน้นการให้ข้อมูล ฝึกออกกำลังกาย ปรับการทำงาน และใช้ยา/ผ่าตัดเท่าที่จำเป็นเพื่อลดโอกาสปวดเรื้อรัง



วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

ปวดหลังจนก้มไม่ได้... แค่กล้ามเนื้อยึด หรือหมอนรองกระดูกกำลังประท้วง?

 


ปวดหลังจนก้มไม่ได้... แค่กล้ามเนื้อยึด หรือหมอนรองกระดูกกำลังประท้วง?

“หมอครับ ผมปวดหลังมา 3 อาทิตย์แล้ว นั่งก็ปวด ยืนนานๆ ก็ไม่ไหว โดยเฉพาะเวลาจะก้มเก็บของนี่เจ็บแปล๊บขึ้นมาเลยครับ ตอนนี้จะงอตัวแทบไม่ได้เลย อายุแค่ 40 เอง ผมจะเป็นอัมพฤกษ์ไหมครับ?”

นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากครับ สำหรับชายวัยทำงานอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า "ใช้งานหนักเกินไปแล้วนะ" อาการปวดหลังที่ลามตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไปจนทำให้ขยับตัวลำบาก ก้มไม่ได้ นั่งไม่ติดแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องจบลงที่การผ่าตัดเสมอไปครับ วันนี้หมอจะมาชวนคุยให้เห็นภาพชัดๆ ว่าข้างในหลังของเราเกิดอะไรขึ้น และเราจะจัดการกับมันอย่างไรให้กลับมาคล่องตัวเหมือนเดิมครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "หลังแข็ง" ทำพิษให้คุณวิชัย

คุณวิชัย (นามสมมติ) ชายไทยอายุ 40 ปี ทำงานพนักงานบริษัทที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8-10 ชั่วโมง และบางครั้งก็ต้องก้มๆ เงยๆ จัดเอกสารหนักๆ ครับ คุณวิชัยเริ่มมีอาการปวดตื้อๆ ที่หลังส่วนล่างเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน ช่วงแรกก็คิดว่าแค่เมื่อยธรรมดา เลยไปซื้อแผ่นแปะแก้ปวดมาติด แต่พอผ่านไปอาทิตย์ที่สอง อาการเริ่มหนักขึ้น

คุณวิชัยเล่าว่า “ตอนนี้ผมก้มตัวเก็บของไม่ได้เลยหมอ มันเจ็บเหมือนมีใครเอาเข็มมาแทงที่หลัง แล้วมันก็แข็งเกร็งไปหมด จะลุกจะนั่งลำบากมาก” ความกังวลของคุณวิชัยคือ กลัวว่ากระดูกจะทับเส้นประสาท หรือต้องผ่าตัดหลัง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหัวหน้าครอบครัววัย 40 ปีอย่างเขามากครับ แต่หลังจากที่หมอได้ตรวจและวางแผนรักษา คุณวิชัยก็เริ่มเข้าใจว่า ปัญหานี้แก้ไขได้ถ้าทำถูกวิธีครับ


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: เมื่อ "ยางรองโช้ค" ในหลังเริ่มเสื่อมสภาพ

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า กระดูกสันหลังของเราเหมือน "เสาบ้าน" ที่ต่อกันเป็นข้อๆ ครับ ระหว่างข้อกระดูกแต่ละข้อจะมีแผ่นนิ่มๆ ที่เรียกว่า หมอนรองกระดูก ทำหน้าที่เหมือน "โช้คอัพ" หรือ "ยางรอง" คอยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง หรือก้มตัว

ในวัย 40 ปี ยางรองเหล่านี้เริ่มสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่นครับ เปรียบเหมือนยางรถยนต์ที่เริ่มแห้งกรอบ เมื่อเรานั่งนานๆ หรือก้มผิดท่า ยางรองนี้อาจจะปลิ้นหรือเคลื่อนไปกดเบียดเส้นประสาท หรือบางครั้งกล้ามเนื้อหลังที่คอยประคองเสาบ้านนี้เกิดการ "เกร็งค้าง" เพื่อปกป้องกระดูกที่อักเสบ ผลที่ตามมาคือ อาการหลังแข็ง งอตัวไม่ได้ และปวดแปล๊บเวลาขยับ เหมือนบานพับประตูที่สนิมเกาะจนฝืดนั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐาน: ปวดหลังแบบนี้ เป็นอะไรได้บ้าง?

อาการปวดหลังช่วงเอวขึ้นไปที่ก้มไม่ได้มา 3 สัปดาห์ (ระยะกึ่งเฉียบพลัน) ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุดังนี้ครับ:

  1. กล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน (Acute Back Strain): เกิดจากการใช้งานผิดจังหวะ หรือก้มยกของหนักเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวอย่างรุนแรงจนขยับไม่ได้

  2. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus - HNP): หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาเบียดเส้นประสาท มักมีอาการปวดร้าวลงขาหรือปวดแปล๊บเวลาไอ จาม หรือก้มตัว

  3. ข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบ (Facet Joint Syndrome): ข้อต่อเล็กๆ ระหว่างกระดูกสันหลังเกิดการอักเสบ ทำให้ปวดมากเวลาแอ่นตัวหรือก้ม

  4. โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative Disc Disease): เป็นความเสื่อมตามวัยที่เริ่มพบได้บ่อยในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ชายวัย 40 ต้องระวัง

  1. พฤติกรรมการนั่ง: นั่งทำงานนานเกิน 1 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่า ทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงกดทับต่อเนื่อง

  2. น้ำหนักตัว: หน้าท้องที่ยื่นออกมาจะดึงให้กระดูกสันหลังส่วนเอวแอ่นมากกว่าปกติ ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักตลอดเวลา

  3. การยกของผิดท่า: ก้มตัวลงไปยกโดยไม่ย่อเข่า เป็นการใช้หลังรับน้ำหนักทั้งหมด

  4. ขาดการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลาง: กล้ามเนื้อท้องและหลังที่ไม่แข็งแรง จะไม่สามารถช่วยพยุงกระดูกสันหลังได้

  5. ความเครียดและการพักผ่อน: ทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวและขบวนการซ่อมแซมร่างกายช้าลง


การตรวจวินิจฉัย: หมอจะเช็กอะไรบ้าง?

เมื่อมาพบหมอด้วยอาการปวดมา 3 สัปดาห์ การวินิจฉัยจะเน้นหาต้นตอเพื่อวางแผนรักษาครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบการยกขา (Straight Leg Raise Test) เพื่อดูว่ามีเส้นประสาทถูกกดทับไหม เช็กกำลังกล้ามเนื้อขา และดูจุดที่กดเจ็บที่สุดที่หลัง

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกสันหลังเบื้องต้นว่ามีกระดูกงอก กระดูกเคลื่อน หรือช่องว่างหมอนรองกระดูกแคบลงไหม

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): หมอจะพิจารณาในกรณีที่ปวดรุนแรง มีอาการชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย เพื่อดูรายละเอียดของหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทที่ชัดเจน (มักทำถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาเบื้องต้น 4-6 สัปดาห์)

  • การตรวจเลือด: ทำในกรณีที่สงสัยการติดเชื้อหรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (ซึ่งพบน้อยในกลุ่มปวดหลังทั่วไป)


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด

กว่า 90% ของผู้ป่วยปวดหลังหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยลำดับการรักษาเป็นดังนี้:

  1. ปรับพฤติกรรม: นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ ต้องหยุดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการปวด เช่น หยุดยกของหนัก เปลี่ยนท่านั่งทุก 45 นาที และที่สำคัญ ห้ามก้มตัวเก็บของแบบเหยียดขา ให้ใช้การย่อเข่าแทน

  2. กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser), คลื่นเหนือเสียง (Ultrasound) หรือการดึงหลัง (Traction) เพื่อลดการกดทับของหมอนรองกระดูก

  3. การใช้ยา: หมอจะให้ยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อลดวงจรการเกร็งค้างของหลัง

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: หากปวดรุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่งข้อต่อหรือเส้นประสาทที่อักเสบ แล้วฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดนั้นโดยตรง วิธีนี้แม่นยำและเห็นผลเร็วมากครับ

  5. การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6-12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอ่อนแรงของขาและควบคุมการขับถ่ายไม่ได้เท่านั้นครับ


พยากรณ์โรค: นานไหมกว่าจะหาย?

สำหรับอาการปวดที่เพิ่งเป็นมา 3 สัปดาห์ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและคนไข้ปรับพฤติกรรมอย่างเคร่งครัด ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นมากภายใน 2-4 สัปดาห์ครับ โรคนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ถ้าพฤติกรรมเดิมๆ ยังอยู่ แต่ถ้าฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง โอกาสที่ปวดจนก้มไม่ได้จะลดลงอย่างมากครับ


ภาวะแทรกซ้อน: ปล่อยไว้นานจะเป็นอย่างไร?

  • เส้นประสาทถูกกดทับเรื้อรัง: อาจทำให้กล้ามเนื้อขาฝ่อ ลีบ และอ่อนแรงจนเดินลำบาก

  • อาการปวดเรื้อรัง: พังผืดอาจจะเกาะตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ ทำให้ปวดหลังถาวร

  • บุคลิกภาพเสีย: หลังจะเริ่มโก่งหรือเบี้ยวจากการพยายามหลบความเจ็บปวด


5 วิธีป้องกันให้หลังแข็งแรงในวัย 40+

  1. จัดท่านั่งทำงาน: เก้าอี้ต้องมีที่ซัพพอร์ตหลังส่วนล่าง และหน้าจอต้องอยู่ในระดับสายตา

  2. ออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core Muscle Training): เช่น ท่าแพลงก์ (Plank) เพื่อสร้าง "เกราะธรรมชาติ" ให้กระดูกสันหลัง

  3. ควบคุมน้ำหนัก: อย่าให้มีพุง เพราะพุงคือภาระที่หลังต้องแบกตลอดเวลา

  4. เปลี่ยนท่าบ่อยๆ: ตั้งนาฬิกาปลุกให้ลุกเดินทุก 50 นาที

  5. เลือกที่นอนที่เหมาะสม: ที่นอนควรมีความแน่นปานกลาง (Firm) ไม่นิ่มจนหลังยวบหรือแข็งจนเจ็บกระดูก


Q&A Section

Q: ปวดหลังมา 3 อาทิตย์แล้ว ควรทำ MRI ทันทีเลยไหม? หมอเก่ง: หากไม่มีอาการอ่อนแรงของขา หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หมอมักแนะนำให้รักษาเบื้องต้นด้วยยาและกายภาพก่อนประมาณ 4 อาทิตย์ครับ เพราะส่วนใหญ่จะดีขึ้นเองโดยไม่ต้องทำ MRI

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? หมอเก่ง: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัด ดึง หรือเหยียบหลัง" อย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมามากกว่าเดิมได้ ควรนวดแบบผ่อนคลายเบาๆ เท่านั้น

Q: ก้มตัวไม่ได้เลย อันตรายไหม? หมอเก่ง: เป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวอย่างรุนแรง (Muscle Guarding) เพื่อปกป้องการอักเสบภายในครับ ไม่ใช่อาการอันตรายร้ายแรงหากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แต่ควรมาพบหมอเพื่อแยกแยะโรคให้ชัดเจนครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. ปวดหลังในชายวัย 40 ปีที่ก้มไม่ได้ มักเกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งค้างหรือหมอนรองกระดูกเริ่มมีปัญหา

  2. อาการปวดมา 3 สัปดาห์ คือช่วงสำคัญที่จะรักษาให้หายขาดก่อนกลายเป็นโรคเรื้อรัง

  3. การปรับพฤติกรรม เช่น เลิกยกของหนักและการนั่งนาน คือหัวใจสำคัญของการรักษา

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้อัลตราซาวด์ช่วยลดปวดได้เร็วและแม่นยำในรายที่ปวดรุนแรง

  5. ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ผ่าตัด หากทำกายภาพและบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางอย่างสม่ำเสมอ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #ปวดเอว #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #หลังแข็ง #ก้มไม่ได้ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพชาย #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัด #กระดูกสันหลังเสื่อม #ปวดหลังเรื้อรัง #บริหารหลัง #วัยทำงาน #อัลตราซาวด์ลดปวด #BackPain #LowerBackPain #DiscHerniation #Orthopedics #CoreStrength #SpineHealth


Reference List

  1. Chou R, Qaseem A, Snow V, Casey D, Cross JT Jr, Shekelle P, et al. Diagnosis and treatment of low back pain: a joint clinical practice guideline from the American College of Physicians and the American Pain Society. Ann Intern Med. 2007 Oct 2;147(7):478-91. doi: 10.7326/0003-4819-147-7-200710020-00006. PMID: 17909209.
    แนวทางนี้บอกวิธีซักประวัติ ตรวจร่างกาย แบ่งกลุ่มปวดหลัง และเน้นว่าปวดหลังทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ต้องถ่ายเอกซเรย์หรือ MRI ทันที แนะนำให้คนไข้คงกิจกรรมและดูแลตัวเองเป็นหลัก

  2. Hoy D, Brooks P, Blyth F, Buchbinder R. The epidemiology of low back pain. Best Pract Res Clin Rheumatol. 2010 Dec;24(6):769-81. doi: 10.1016/j.berh.2010.10.002. PMID: 21665125.
    บทความนี้รวบรวมตัวเลขว่าในชีวิตคนเราส่วนใหญ่เคยปวดหลังอย่างน้อยหนึ่งครั้ง มีความชุกสูงสุดช่วงวัยทำงานกลางคน และปัจจัยอย่างงานหนัก เครียด และภาวะจิตใจมีผลต่อการปวดหลังเรื้อรัง

  3. Kreiner DS, Matz P, Bono CM, Cho CH, Watters WC 3rd, Shaffer WO, et al. Guideline summary review: an evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of low back pain. Spine J. 2020 Jul;20(7):998-1024. doi: 10.1016/j.spinee.2020.04.006. PMID: 32333996.
    บทความนี้สรุปแนวทางของสมาคม North American Spine Society ในการวินิจฉัยและรักษาปวดหลังแบบไม่จำเพาะ โดยไล่ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้น ยา กายภาพ ไปจนถึงข้อบ่งชี้การฉีดยาและผ่าตัด

  4. Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar disc herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017 Dec;10(4):507-516. doi: 10.1007/s12178-017-9441-4. PMID: 28980275.
    บทความนี้อธิบายโรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวทับเส้นประสาท ตั้งแต่สาเหตุ อาการปวดร้าวลงขา การวินิจฉัยด้วยภาพ และทางเลือกการรักษาทั้งยา กายภาพ การฉีดยา และการผ่าตัดส่องกล้อง

  5. Maher C, Underwood M, Buchbinder R. Non-specific low back pain. Lancet. 2017 Feb 18;389(10070):736-747. doi: 10.1016/S0140-6736(16)30970-9. PMID: 27745712.
    บทความนี้อธิบายปวดหลังชนิดไม่ทราบสาเหตุจำเพาะ ซึ่งเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด แนะให้คัดกรองโรคอันตราย ใช้คำแนะนำ การออกกำลังกาย และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการใช้ยาแรง ภาพถ่าย และผ่าตัดเกินจำเป็น