โหนบาร์" แก้ปวดหลัง... สรรพคุณเทวดา หรือความเชื่อที่อันตราย?
“หมอครับ เพื่อนแนะนำว่าปวดหลังให้ไปโหนบาร์ทิ้งตัวลงมา มันจะช่วยยืดกระดูกให้หายปวดได้จริงไหมครับ?”
นี่คือคำถามยอดฮิตที่ผมเจอในคลินิกแทบทุกสัปดาห์ครับ ล่าสุดมีคนไข้ท่านหนึ่งชื่อ “พี่วิชัย” (นามสมมติ) อายุประมาณ 45 ปี พี่วิชัยเป็นพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานนานจนปวดหลังร้าวลงขา แกไปอ่านเจอในเน็ตมาว่าการโหนบาร์คือการ “ดึงหลัง” แบบธรรมชาติ แกเลยไปซื้อบาร์มาติดประตูบ้านแล้วโหนทิ้งตัวแรงๆ ผลปรากฏว่าเช้าวันต่อมา พี่วิชัยลุกไม่ขึ้นครับ ปวดแปลบจนน้ำตาเล็ด ต้องให้แฟนหามมาหาหมอ
ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้เล่าความจริงให้ฟังว่า การโหนบาร์นั้น “มีทั้งคุณและโทษ” อยู่ที่ว่าคุณโหนถูกวิธี และโหนในจังหวะที่ร่างกายพร้อมหรือเปล่าครับ
ความจริงที่แผ่นหลังอยากบอกคุณ
เวลาที่เราปวดหลัง โดยเฉพาะพวกหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท สาเหตุหลักๆ คือ “แรงกดทับ” ครับ หมอนรองกระดูกของเราเปรียบเหมือน “โดนัทสอดไส้เจลลี่” ที่อยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลัง เมื่อเรานั่งนานๆ หรือยกของหนัก แรงกดจะทำให้เจ้าเจลลี่นี่มันปลิ้นออกมาสะกิดเส้นประสาท จนเราปวดร้าวลงขา
การโหนบาร์ ในทางทฤษฎีคือการใช้แรงโน้มถ่วงของโลกช่วย “ดึง” (Traction) ให้ช่องว่างระหว่างข้อกระดูกสันหลังกว้างขึ้นชั่วคราว เพื่อให้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นอยู่มีโอกาส "หด" กลับเข้าที่ หรือลดแรงกดทับลง แต่นั่นคือภาพในอุดมคติครับ ในความเป็นจริงมันมีรายละเอียดมากกว่านั้นเยอะ
โรคปวดหลังจากการกดทับ คืออะไร?
ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ให้ลองนึกถึง “โช้คอัพรถยนต์” ครับ เมื่อใช้งานมานานหรือรับน้ำหนักเกิน โช้คจะทรุดจนกระแทกกันแรงๆ
- สาเหตุและการเกิดโรค: ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมตามวัย พฤติกรรมการนั่งที่ผิดสุขลักษณะ หรือการบาดเจ็บจากการยกของหนัก ทำให้หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่นและบางลง
- กลไกการเกิด (Pathogenesis): เมื่อกระดูกสันหลังเบียดกัน แผ่นพังผืดรอบๆ จะหนาตัวขึ้น หรือหมอนรองกระดูกจะยื่นออกมาข้างหลัง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเส้นประสาทวิ่งผ่านพอดี
- อาการ: ปวดตื้อๆ บริเวณเอว, ปวดร้าวลงสะโพกหรือขา, รู้สึกชาที่เท้า หรือในรายที่รุนแรงอาจจะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา
โหนบาร์ช่วยได้จริงไหม?
คำตอบคือ “ช่วยได้ในบางราย และอาจทำร้ายในหลายราย” ครับ
- ถ้าคุณแค่กล้ามเนื้อตึง: การโหนบาร์แบบยืดตัวเบาๆ (Active Hanging) จะช่วยยืดกล้ามเนื้อหลังและสะบักที่หดเกร็งจากการนั่งนานๆ ได้ดีมากครับ
- ถ้าคุณเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท:
- ข้อดี: ลดแรงกดชั่วคราวขณะโหน
- ข้อเสีย: เมื่อคุณ "ปล่อยมือ" และเท้ากระแทกพื้น แรงกดจะกลับมาทันทีและอาจแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ! นอกจากนี้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังไม่แข็งแรงพอ การโหนทิ้งตัวแรงๆ อาจทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลัง (Facet Joint) เกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบเฉียบพลันได้เหมือนเคสพี่วิชัยครับ
ใครบ้างที่ "ห้าม" โหนบาร์สุ่มสี่สุ่มห้า?
ก่อนจะกระโดดคว้าบาร์ เช็กตัวเองก่อนนะครับ:
- คนที่มีอาการปวดร้าวลงขาชัดเจน: หรือมีอาการชา อ่อนแรง การโหนอาจทำให้เส้นประสาทถูกยืดกระชากจนอักเสบหนักกว่าเดิม
- ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน: แรงดึงที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบกระดูกได้
- คนที่มีปัญหาไหล่หลุดง่ายหรือเอ็นไหล่อักเสบ: การโหนบาร์ใช้แรงจากไหล่เยอะมาก ปวดหลังอาจไม่หาย แต่อาจได้ปวดไหล่เพิ่มมาเป็นของแถมครับ
- คนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป: แรงดึงจากน้ำหนักตัวที่มากเกินจะทำลายข้อต่อมากกว่าที่จะช่วยยืดครับ
แนวทางการรักษา: ทางสายกลางที่ปลอดภัย
ถ้าปวดหลัง หมอแนะนำให้เริ่มจากวิธีที่ชัวร์กว่าครับ:
- ปรับพฤติกรรม (Ergonomics): ปรับเก้าอี้ทำงาน ลุกยืดเส้นยืดสายทุก 45 นาที
- การทำกายภาพบำบัด: การดึงหลังด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ (Mechanical Traction) ปลอดภัยกว่าการโหนบาร์ เพราะนักกายภาพสามารถควบคุม "แรงดึง" ที่พอเหมาะกับน้ำหนักตัวและอาการของคุณได้เป๊ะๆ
- การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของแกนกลาง (Core Muscle): เช่น ท่าแพลงก์ (Plank) หรือโยคะบางท่า วิธีนี้เป็นการสร้าง "เกราะป้องกัน" ให้กระดูกสันหลังในระยะยาวครับ
- การรักษาด้วยยา: ใช้ยาแก้ปวดลดอักเสบตามความเหมาะสม
- การรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่: เช่น การทำ Shockwave หรือการฉีดยาลดการอักเสบภายใต้อัลตราซาวด์นำทาง เพื่อระบุจุดที่ปวดให้แม่นยำที่สุดโดยไม่ต้องผ่าตัด
พยากรณ์โรค: จะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไหม?
อาการปวดหลังส่วนใหญ่ 90% หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ การดำเนินโรคมักจะเป็นๆ หายๆ ตามพฤติกรรมของเรา หากเราดูแลกล้ามเนื้อแกนกลางให้แข็งแรง และเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง โอกาสที่โรคจะกลับมาเป็นซ้ำก็น้อยลงมากครับ
สรุป
การโหนบาร์ “ไม่ใช่ทางออกสำหรับทุกคน” ครับ หากคุณอยากลอง แนะนำให้เริ่มจากการ "เขย่งเท้า" ไว้บนพื้นก่อน อย่าเพิ่งทิ้งตัวทั้งหมด เพื่อดูว่าร่างกายรับแรงดึงได้แค่ไหน แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงกับหมอกระดูกก่อนเริ่มออกกำลังกายแบบสุดโต่ง จะช่วยให้คุณไม่ต้องเจ็บตัวฟรีเหมือนพี่วิชัยครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #โหนบาร์ #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังร้าวลงขา #หมอเก่ง #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัด #ดูแลหลัง #ออกกำลังกายถูกวิธี #กระดูกสันหลัง
References
- Kim SY, et al. (2024). Effects of Spinal Traction on Disc Pressure and Pain. Journal of Spinal Disorders. (สรุปผลการดึงหลังต่อแรงดันในหมอนรองกระดูก)
- American College of Physicians (ACP). (2023). Clinical Practice Guidelines for Noninvasive Treatment of Low Back Pain. (แนวทางการรักษาปวดหลังแบบไม่ผ่าตัด)
- Choi J, et al. (2022). *The Influence of Hanging Exercises on Core Muscle Activation and Spinal Decompression.*Journal of Physical Therapy Science. (วิจัยเรื่องการโหนบาร์กับการทำงานของกล้ามเนื้อแกนกลาง)
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE). (2025). Low back pain and sciatica in over 16s: assessment and management. (อัปเดตการจัดการอาการปวดหลังและไซอาติก้า)
- Smith JW, et al. (2023). Risks of Self-Traction in Patients with Herniated Nucleus Pulposus. Orthopedic Clinical Review. (เตือนภัยความเสี่ยงจากการดึงหลังด้วยตนเองโดยผิดวิธี)