เดินไปตลาดได้ไม่ถึงร้อยเมตร ขาเริ่มชา เริ่มล้า ต้องหาที่นั่งพัก
ยืนรอลูกหลานนานหน่อย หลังเริ่มปวดร้าวลงขา
พอนั่งลง หรือก้มตัวไปข้างหน้า อาการกลับดีขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุณป้าท่านหนึ่ง อายุ 70 ปี ทนแบบนี้มานาน
วันที่มาตรวจ ภาพเอกซเรย์พบว่ากระดูกสันหลังข้อหนึ่งเลื่อนไปด้านหน้า
พอได้ยินคำว่า "กระดูกเลื่อน" สิ่งแรกที่ถามคือ "ต้องผ่าตัดไหมหมอ"
บทความนี้จะอธิบายว่ากระดูกสันหลังเคลื่อนแบบไหน ที่ยังดูแลได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และแบบไหนที่ควรผ่าตัด ครับ
――――――――――――――――――――――――
กระดูกสันหลังเคลื่อน ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป
――――――――――――――――――――――――
หลายคนพอได้ยินว่า "กระดูกสันหลังเคลื่อน" ก็ตกใจ คิดว่าต้องผ่าตัดอย่างเดียว บางคนกลัวจนไม่กล้ามาตรวจ ปล่อยให้ทนปวดอยู่หลายปี ทั้งที่ความจริงแล้ว คนไข้ส่วนใหญ่ดูแลให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
แล้วโรคนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
"ทำไมถึงเกิด"
ลองนึกถึงกระดูกสันหลังของเราเหมือนตึกที่วางกระดูกซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ระหว่างแต่ละชั้นมีหมอนรองกระดูกคอยรับแรงกระแทก และมีข้อต่อเล็ก ๆ ด้านหลังคอยล็อกไม่ให้กระดูกเลื่อนไปมา
พออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกค่อย ๆ แบนลงเหมือนฟองน้ำที่เก่าและแห้ง ส่วนข้อต่อด้านหลังก็สึกและหลวมลง เหมือนบานพับประตูที่ใช้มานานจนคลอน
"เกิดทีละขั้นอย่างไร"
เมื่อข้อต่อด้านหลังที่เคยล็อกไว้เริ่มหลวม กระดูกชั้นบนจึงค่อย ๆ ไถลมาด้านหน้าทีละนิด เหมือนหนังสือที่วางซ้อนกันแล้วเล่มบนเลื่อนหลุดออกมาเล็กน้อย ในผู้หญิงพบบ่อยกว่าผู้ชายหลายเท่า โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี และมักเกิดที่กระดูกบั้นเอวข้อที่สี่
"ทำไมอาการจึงเป็นแบบนี้"
พอกระดูกเลื่อนมาด้านหน้า ช่องทางที่เส้นประสาทเดินออกจากไขสันหลังก็แคบลง เส้นประสาทเลยถูกบีบ ทำให้ปวดร้าวลงขา ชา หรือขาล้า
ที่น่าสนใจคือ อาการมักเป็นมากตอนยืนหรือเดินนาน เพราะตอนนั้นช่องทางเดินของเส้นประสาทยิ่งแคบ แต่พอนั่งลงหรือก้มตัวไปข้างหน้า ช่องทางจะเปิดกว้างขึ้น อาการเลยดีขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายคนบอกว่า "เดินไม่ค่อยไหว แต่ปั่นจักรยานหรือเข็นรถเข็นได้สบาย"
――――――――――――――――――――――――
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคนี้
โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนจากความเสื่อม (Degenerative Spondylolisthesis) คือภาวะที่กระดูกสันหลังข้อหนึ่งเลื่อนไปด้านหน้าเมื่อเทียบกับข้อที่อยู่ถัดลงไป สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อด้านหลังตามอายุ
อาการที่พบบ่อย
• ปวดหลังส่วนล่าง โดยเฉพาะเวลายืนหรือเดินนาน
• ปวดร้าวลงสะโพกหรือขา ชา หรือขาล้า
• เดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ ต้องหยุดพักบ่อย
• อาการดีขึ้นเมื่อนั่งพักหรือก้มตัวไปข้างหน้า
――――――――――――――――――――――――
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค
[1] อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะหลัง 50 ปี
[2] เพศหญิง ซึ่งพบโรคนี้บ่อยกว่าผู้ชายหลายเท่า อาจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
[3] น้ำหนักตัวที่มาก ทำให้กระดูกสันหลังรับภาระมากขึ้น
[4] การใช้งานหลังหนักสะสมเป็นเวลานาน
[5] ความเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อตามธรรมชาติ
――――――――――――――――――――――――
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติอาการและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด แพทย์จะคลำแนวกระดูกสันหลังเพื่อดูว่ามีรอยสะดุดหรือขั้นบันไดที่บอกถึงการเลื่อนหรือไม่ และตรวจกำลังกล้ามเนื้อขากับการรับความรู้สึก
จากนั้นจึงส่งตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
• เอกซเรย์ในท่ายืน เพื่อดูการเลื่อนของกระดูกขณะลงน้ำหนักจริง
• เอกซเรย์ท่าก้มและแอ่นหลัง เพื่อดูว่ากระดูกเลื่อนเพิ่มขึ้นเวลาขยับหรือไม่ ซึ่งสำคัญต่อการวางแผนรักษา
• เอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อดูว่าเส้นประสาทถูกกดเบียดมากน้อยแค่ไหน และตรงระดับไหน
แพทย์ยังต้องแยกโรคอื่นที่ทำให้ปวดขาเวลาเดินคล้ายกัน เช่น โรคของหลอดเลือดที่ขา หรือปลายประสาทเสื่อม เพราะการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง
――――――――――――――――――――――――
แนวทางการรักษา จากเบาไปหาหนัก
หัวใจสำคัญคือ คนไข้ส่วนใหญ่ดูแลให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เป้าหมายแรกคือให้กลับไปใช้ชีวิต เดินเที่ยว ดูแลลูกหลาน และทำสิ่งที่รักได้ตามปกติ การรักษาจึงเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อน
[1] ปรับพฤติกรรมและให้ความรู้ เข้าใจว่าอาการสัมพันธ์กับท่าทาง พยายามเคลื่อนไหวเท่าที่ไหว พักเฉพาะช่วงที่ปวดมาก
[2] ยาบรรเทาอาการ ใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ต้องระวังผลข้างเคียงต่อกระเพาะและไต
[3] กายภาพบำบัด ฝึกท่าบริหารที่เน้นการก้มและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว พร้อมโปรแกรมการเดิน
[4] การฉีดยาเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection) ช่วยลดการอักเสบรอบเส้นประสาท บรรเทาปวดและช่วยให้ใช้งานหลังได้ดีขึ้นในคนไข้ราวครึ่งหนึ่ง แม้ผลจะอยู่ได้ไม่เท่ากันในแต่ละคน
[5] การผ่าตัด เก็บไว้เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจน ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป
――――――――――――――――――――――――
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด มีเมื่อไหร่
แม้แนวทางหลักคือไม่ผ่าตัด แต่มีบางสถานการณ์ที่การผ่าตัดเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
• มีอาการอ่อนแรงของขาที่ชัดเจนและแย่ลงเรื่อย ๆ
• ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ซึ่งเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องพบแพทย์ทันที
• ปวดมากจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ และดูแลด้วยวิธีไม่ผ่าตัดอย่างเต็มที่แล้วนานพอสมควร แต่ยังไม่ดีขึ้น
การผ่าตัดมักเป็นการขยายช่องทางเดินของเส้นประสาทให้กว้างขึ้น และในบางรายอาจเชื่อมข้อกระดูกร่วมด้วยหากกระดูกเลื่อนไม่มั่นคง ทั้งนี้ขึ้นกับการพิจารณาร่วมกันระหว่างแพทย์และคนไข้เป็นรายบุคคล
――――――――――――――――――――――――
พยากรณ์โรค หายไหม ต้องดูแลนานแค่ไหน
ข่าวดีคือ คนไข้ส่วนใหญ่ที่ไม่มีอาการอ่อนแรงรุนแรง สามารถควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้ด้วยการดูแลแบบไม่ผ่าตัด และกระดูกที่เลื่อนในกลุ่มความเสื่อมนี้มักไม่เลื่อนเพิ่มจนรุนแรง
อาการอาจมีขึ้นลงเป็นช่วง ๆ ตามการใช้งาน จึงต้องดูแลต่อเนื่อง ทั้งการบริหาร ควบคุมน้ำหนัก และปรับท่าทาง ส่วนคนที่จำเป็นต้องผ่าตัดและได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสม ก็มักได้ผลดีในเรื่องการลดปวดและกลับมาเดินได้
――――――――――――――――――――――――
ถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแล จะเป็นอย่างไร
หากปล่อยให้เส้นประสาทถูกกดเบียดต่อเนื่องเป็นเวลานาน บางคนอาจเดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ คุณภาพชีวิตลดลง และในรายที่มีการกดเบียดมาก เส้นประสาทที่ถูกกดนานอาจฟื้นตัวได้ช้ากว่า
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นเหตุผลว่าทำไมการตรวจให้รู้แน่ชัดตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้วางแผนดูแลได้เหมาะสมกว่า
――――――――――――――――――――――――
วิธีดูแลและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง
[1] ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ลดภาระที่กระดูกสันหลัง
[2] บริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและหลังอย่างสม่ำเสมอ
[3] หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือแอ่นหลังมากเกินไป
[4] เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ ไม่นั่งหรือยืนท่าเดิมนานเกินไป
[5] พบแพทย์เมื่อมีอาการชาหรืออ่อนแรงที่เปลี่ยนไป ไม่ปล่อยทิ้งไว้
――――――――――――――――――――――――
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
ถาม กระดูกเลื่อนแล้วต้องผ่าตัดทุกคนไหม
ตอบ ไม่ใช่ครับ คนไข้ส่วนใหญ่ดูแลได้โดยไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดเก็บไว้เฉพาะรายที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน
ถาม กระดูกเลื่อนแล้วจะเลื่อนเพิ่มจนเป็นอัมพาตไหม
ตอบ ในกลุ่มความเสื่อมนี้ การเลื่อนมักไม่รุนแรงและไม่เลื่อนเพิ่มเร็ว แต่หากมีอาการอ่อนแรงหรือคุมการขับถ่ายไม่ได้ ต้องรีบพบแพทย์
ถาม ออกกำลังกายได้ไหม หรือต้องนอนพักอย่างเดียว
ตอบ การเคลื่อนไหวและบริหารที่เหมาะสมเป็นผลดี ไม่ควรนอนนิ่งนาน ๆ ควรขยับเท่าที่ไหว และพักเฉพาะช่วงปวดมาก
ถาม ทำไมเดินไม่ไหว แต่ปั่นจักรยานได้
ตอบ เพราะตอนปั่นจักรยานเราก้มตัวไปข้างหน้า ช่องทางเดินของเส้นประสาทจะเปิดกว้างขึ้น อาการจึงดีกว่าตอนยืนตัวตรง
――――――――――――――――――――――――
สรุปสิ่งที่ควรจำ
[1] กระดูกสันหลังเคลื่อนจากความเสื่อมพบบ่อยในผู้หญิงสูงอายุ และมักเกิดที่กระดูกบั้นเอว
[2] อาการปวดร้าวลงขาหรือชา มักเป็นมากเวลายืนเดิน และดีขึ้นเวลานั่งหรือก้มตัว
[3] ความรุนแรงของอาการไม่ได้ขึ้นกับว่ากระดูกเลื่อนมากแค่ไหนเสมอไป
[4] คนไข้ส่วนใหญ่ดูแลให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ผ่าตัดเก็บไว้เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจน
[5] สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจวินิจฉัยให้ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีดูแลที่เหมาะกับแต่ละคน คุณไม่ได้เผชิญกับอาการนี้อยู่คนเดียว และการดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตกับคนที่รักได้นาน ๆ
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยรายบุคคลได้ หากมีอาการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างเหมาะสม
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ปรึกษาเพิ่มเติม Line ID @doctorkeng หรือโทร 081-5303666
――――――――――――――――――――――――
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกสันหลังเคลื่อน #ปวดหลังร้าวลงขา #ปวดหลังผู้สูงอายุ #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #ธนินนิตย์คลินิก #เชียงใหม่ #กระดูกและข้อ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น