วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

ปวดหลังร้าวลงขา... แค่ปวดเมื่อย หรือหมอนรองกระดูกกำลังทับเส้นประสาท?

 



ปวดหลังร้าวลงขา... แค่ปวดเมื่อย หรือหมอนรองกระดูกกำลังทับเส้นประสาท?

สวัสดีครับ ผมหมอเก่งนะครับ วันนี้เราจะมาคุยเรื่องที่หลายคนกังวลใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เวลาที่มีอาการปวดหลัง นั่นคือโรค “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ครับ

เชื่อไหมครับว่า ในแต่ละวันที่ผมตรวจคนไข้ คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “หมอครับ ผมปวดหลังแบบนี้ จะเดินไม่ได้ไหม?” หรือ “ต้องผ่าตัดไหมครับหมอ?” อาการปวดหลังธรรมดากับอาการที่เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้นมีความแตกต่างกันพอสมควรครับ และที่สำคัญคือ ถ้าเรารู้ตัวเร็ว รักษาได้ถูกวิธี ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดครับ

ลองมาฟังเรื่องของ คุณสมชาย อายุ 45 ปีกันครับ คุณสมชายทำงานเป็นพนักงานบริษัทที่ต้องนั่งประชุมนานๆ และบางครั้งก็ต้องยกกล่องเอกสารหนักๆ เอง วันหนึ่งหลังจากยกของหนัก คุณสมชายรู้สึก "กึก" ที่หลังส่วนล่าง ตอนแรกก็คิดว่าแค่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่ผ่านไป 2 วัน อาการเริ่มเปลี่ยนไปครับ เขาเริ่มมีอาการปวดเสียวแปล๊บจากเอวร้าวลงไปที่สะโพก และลามไปถึงน่องซ้าย เวลาไอหรือจามจะรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตวิ่งลงขา แถมปลายนิ้วเท้ายังเริ่มรู้สึกชาๆ เหมือนเป็นเหน็บชาตลอดเวลา

เรื่องของคุณสมชายคืออาการคลาสสิกของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า โรคนี้มีอาการอย่างไร และเราจะจัดการกับมันได้อย่างไรครับ


ไส้ขนมปังทะลัก: คำอธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย

ผมอยากให้ทุกท่านลองจินตนาการว่า กระดูกสันหลังของเราเหมือนก้อนอิฐที่วางซ้อนกันเป็นคอนโดมิเนียมครับ ระหว่างอิฐแต่ละก้อนจะมี “หมอนรองกระดูก” (Intervertebral Disc) คั่นกลางอยู่ เจ้าหมอนนี้ทำหน้าที่เหมือน "โช้คอัพ" รถยนต์ครับ ช่วยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง หรือยกของ

ตัวหมอนรองกระดูกนี้มีลักษณะเหมือน “ขนมปังไส้เยลลี่” ครับ ขอบนอกจะเป็นพังผืดที่เหนียวและแข็งแรง (เหมือนเนื้อขนมปัง) ส่วนตรงกลางจะเป็นสารนิ่มๆ คล้ายเจลลี่ (เหมือนไส้ขนมปัง)

เมื่อเราใช้งานหนักเกินไป ยกของผิดท่า หรือเสื่อมตามวัย ขอบขนมปังที่เหนียวๆ อาจจะเริ่มปริหรือฉีกขาด ทำให้ "ไส้เยลลี่" ที่อยู่ตรงกลางมัน "ปลิ้น" หรือทะลักออกมาครับ ซึ่งปัญหาใหญ่คือ ด้านหลังของกระดูกสันหลังเรามี “สายไฟเส้นใหญ่” หรือเส้นประสาทวางตัวอยู่พอดี เมื่อไส้เยลลี่ที่ปลิ้นออกมาไป "ทับ" หรือไปเบียดสายไฟเส้นนี้ ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงนั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus - HNP) คือภาวะที่ส่วนประกอบภายในของหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นออกมาผ่านรอยฉีกขาดของพังผืดหุ้มรอบนอก และไปกดทับรากประสาทหรือไขสันหลัง

สาเหตุและการเกิดโรค:

  1. ความเสื่อมตามวัย: เมื่อเราอายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่น ทำให้ปริแตกได้ง่าย

  2. แรงกดทับฉับพลัน: เช่น การยกของหนักในท่าก้มหลัง หรือการบิดตัวอย่างรวดเร็ว

  3. น้ำหนักตัวที่มากเกินไป: ทำให้หมอนรองกระดูกต้องแบกรับภาระหนักตลอดเวลา

  4. อุบัติเหตุ: การตกจากที่สูงหรือกระแทกอย่างรุนแรง

อาการของโรค: อาการจะขึ้นอยู่กับว่าหมอนรองกระดูกไปทับเส้นประสาทเส้นไหนและรุนแรงเพียงใด แต่โดยส่วนใหญ่จะมีอาการดังนี้ครับ:

  • ปวดหลังส่วนล่าง: มักเป็นอาการนำ แต่อาจจะไม่รุนแรงเท่าอาการที่ขา

  • ปวดร้าวลงขา (Sciatica): ปวดเสียวแปล๊บจากหลังร้าวลงไปที่สะโพก ต้นขา น่อง หรือเท้า

  • อาการชา (Numbness): รู้สึกชา ยิบๆ หรือรู้สึกหนาๆ ตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกด

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Weakness): เช่น กระดกข้อเท้าไม่ได้ ถีบปลายเท้าไม่มีแรง หรือเดินแล้วขาลาก

  • อาการปวดเมื่อไอหรือจาม: เนื่องจากแรงดันในช่องไขสันหลังเพิ่มขึ้นไปดันหมอนรองกระดูกให้ทับเส้นประสาทมากขึ้น


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

  1. พฤติกรรมการนั่งนาน: นั่งทำงานท่าเดิมนานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ เพิ่มแรงดันในหมอนรองกระดูกมากกว่าการยืนหรือเดิน

  2. การยกของหนักผิดท่า: ใช้หลังยกแทนการใช้กำลังขา

  3. น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์: พุงที่ยื่นออกมาจะดึงให้กระดูกหลังแอ่นและหมอนรองกระดูกรับภาระหนัก

  4. การสูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลง ส่งผลให้เสื่อมเร็วขึ้น

  5. พันธุกรรม: หากคนในครอบครัวเป็น มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป


การตรวจวินิจฉัย

เมื่อคุณมาพบหมอ กระบวนการตรวจจะมีดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะทดสอบการยกขาเหยียดตรง (Straight Leg Raise Test) เพื่อดูว่ามีอาการปวดร้าวไหม ตรวจกำลังกล้ามเนื้อ และการรับความรู้สึก

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกสันหลัง ดูช่องว่างระหว่างข้อ (แม้จะเห็นหมอนรองกระดูกไม่ชัด แต่ช่วยแยกโรคกระดูกเสื่อมหรือเคลื่อนได้)

  • การตรวจ MRI (เอ็มอาร์ไอ): เป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุด เห็นภาพหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทว่าถูกทับตรงไหน รุนแรงเพียงใด

  • การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG): ในบางรายที่อาการไม่ชัดเจน หมอจะตรวจการนำไฟฟ้าของเส้นประสาทเพื่อยืนยันจุดที่ถูกกดทับ


แนวทางการรักษา: 90% หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ผมเน้นย้ำเสมอครับว่า อย่าเพิ่งตกใจไป การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกเสมอไป

  1. ปรับพฤติกรรม: พักการใช้งานหนัก เลี่ยงการก้มเงย จัดท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง (Ergonomics)

  2. กายภาพบำบัด: การใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์, อัลตราซาวด์ และการฝึกบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle Exercise) เพื่อสร้าง "เฝือกธรรมชาติ" มาพยุงหลัง

  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs), ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาบำรุงปลายประสาท

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง ultrasound: หากปวดมาก หมอสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าที่รอบรากประสาท (Selective Nerve Root Block) วิธีนี้มีความแม่นยำสูงและช่วยลดอาการปวดได้ดีมากโดยไม่ต้องผ่าตัด

  5. การผ่าตัด: จะทำเฉพาะในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่เป็นผลนานกว่า 6-8 สัปดาห์ หรือมีอาการอ่อนแรงชัดเจน หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ปัจจุบันมีการผ่าตัดผ่านกล้องขนาดเล็ก (Endoscopic surgery) แผลจิ๋วและฟื้นตัวไวครับ


พยากรณ์โรค

โรคนี้หายไหม? ตอบว่า "หายได้ครับ" ร่างกายเรามีกระบวนการย่อยสลายหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาได้เองตามธรรมชาติในระดับหนึ่ง รักษานานไหม? ส่วนใหญ่จะดีขึ้นมากภายใน 4-6 สัปดาห์ และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ภายใน 3 เดือนครับ โอกาสกลับมาเป็นอีกไหม? มีครับ ถ้าเราไม่ปรับพฤติกรรมและปล่อยให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอ


ภาวะแทรกซ้อน

หากทิ้งไว้นานหรือถูกกดทับรุนแรง อาจเกิด:

  • กล้ามเนื้อขาลีบ: เนื่องจากเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงทำงานไม่ได้

  • อาการชาถาวร: เส้นประสาทเสียหายจนไม่สามารถฟื้นคืนได้

  • ภาวะควบคุมการขับถ่ายไม่ได้: เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันที


5 วิธีป้องกัน

  1. ยกของให้ถูกวิธี: งอเข่าและให้ของชิดตัวเสมอ ห้ามก้มหลังยก

  2. จัดท่านั่ง: นั่งหลังตรง มีหมอนรองหนุนเอว และพักเปลี่ยนท่าทุก 1 ชั่วโมง

  3. ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อท้องและหลัง: เช่น ท่าแพลงก์ (Plank) เพื่อช่วยพยุงกระดูกสันหลัง

  4. ควบคุมน้ำหนักตัว: ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

  5. เลือกที่นอนที่เหมาะสม: ไม่นิ่มจนหลังแอ่น และไม่แข็งจนกดทับจุดเจ็บ


Q&A Section

Q: ปวดหลังร้าวลงขา อันตรายไหม? A: ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นประสาทกำลังถูกรบกวนครับ ถ้าเริ่มมีอาการอ่อนแรงหรือชาชัดเจน ควรรีบพบแพทย์ทันที

Q: ปวดหลังต้องทำ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ หมอจะส่งทำเฉพาะรายที่รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีสัญญาณอันตราย (Red Flags) เท่านั้น

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อพอทำได้ครับ แต่ ห้าม ดัดหลังหรือกระทืบหลังเด็ดขาด เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทรุนแรงฉับพลันได้


สรุป

  1. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดจากส่วนประกอบภายในหมอนรองปลิ้นไปกดทับเส้นประสาท

  2. อาการเด่นคือ "ปวดหลังร้าวลงขา" ร่วมกับอาการชาหรืออ่อนแรง

  3. การตรวจ MRI เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการดูตำแหน่งการทับ

  4. 90% ของผู้ป่วยดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด (กายภาพ, ยา, ฉีดยาเฉพาะจุด)

  5. การปรับพฤติกรรมและการสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวคือหัวใจของการรักษาที่ยั่งยืน

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดร้าวลงขา #ชามือ #อ่อนแรง #กายภาพบำบัด #ไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกสันหลัง #ออฟฟิศซินโดรม #BackPain #HerniatedDisc #Sciatica #Orthopedics #HealthTips



Reference List

  1. Peul WC, van Houwelingen HC, van den Hout WB, Brand R, Eekhof JA, Tans JT, et al. Surgery versus prolonged conservative treatment for sciatica. N Engl J Med. 2007 May 31;356(22):2245–2256. doi:10.1056/NEJMoa064039. PMID: 17538084.
    งานวิจัยนี้สุ่มเปรียบเทียบคนไข้ปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ให้กลุ่มหนึ่งผ่าตัดเร็ว กับอีกกลุ่มรักษาด้วยยาและกายภาพต่อเนื่อง พบว่าผ่าตัดช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วกว่าในช่วงแรก แต่ระยะยาวหลายปีผลใกล้เคียงกัน ช่วยอธิบายได้ว่าบางรายอาจเริ่มจากการรักษาแบบประคับประคองก่อนได้.

  2. Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar Disc Herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017 Dec;10(4):507–516. doi:10.1007/s12178-017-9441-4. PMID: 28861683.
    บทความนี้สรุปตั้งแต่โครงสร้างหมอนรองกระดูกสันหลัง กลไกที่ทำให้หมอนรองปลิ้นกดเส้นประสาท อาการปวดหลังและปวดร้าวลงขา การตรวจร่างกาย การอ่าน MRI และแนวทางรักษาทั้งยา กายภาพ การฉีดยา และการผ่าตัด ช่วยให้เข้าใจโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นแบบครบวงจร.

  3. Kreiner DS, Matz P, Bono CM, Cho CH, Watters WC 3rd, Shaffer WO, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. Spine J. 2014 Jan;14(1):180–191. doi:10.1016/j.spinee.2013.08.003. PMID: 24239401.
    แนวทางจาก North American Spine Society ชุดนี้รวบรวมหลักฐานวิจัยเกี่ยวกับการวินิจฉัยและรักษาหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดเส้นประสาทขา เช่น ข้อบ่งชี้ทำ MRI เมื่อไร ควรให้ยาหรือกายภาพแบบไหน และเมื่อไรควรพิจารณาผ่าตัด ช่วยให้แพทย์มีกรอบตัดสินใจที่ชัดและสอดคล้องกับหลักฐาน.

  4. Jensen MC, Brant-Zawadzki MN, Obuchowski N, Modic MT, Malkasian D, Ross JS. Magnetic resonance imaging of the lumbar spine in people without back pain. N Engl J Med. 1994 Jul 14;331(2):69–73. doi:10.1056/NEJM199407143310201. PMID: 8208267.
    งานนี้ทำ MRI หลังส่วนเอวในคนที่ “ไม่มีอาการปวดหลังเลย” พบว่ามีภาพหมอนรองกระดูกเสื่อม ปลิ้น หรือยุบในสัดส่วนสูงกว่าครึ่งหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าภาพ MRI ผิดปกติไม่ได้หมายความว่าคนไข้ต้องป่วยรุนแรงเสมอไป และการรักษาต้องดูอาการคนไข้ประกอบ ไม่ใช่ดูจากฟิล์มอย่างเดียว.

  5. Fardon DF, Williams AL, Dohring EJ, Murtagh FR, Gabriel Rothman SL, Sze GK. Lumbar disc nomenclature: version 2.0: recommendations of the combined task forces of the North American Spine Society, the American Society of Neuroradiology and the American Society of Spine Radiology. Spine J. 2014 Nov 1;14(11):2525–2545. doi:10.1016/j.spinee.2014.04.022. PMID: 24768737.
    เอกสารนี้กำหนดคำศัพท์มาตรฐานเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก เช่น คำว่า bulging, protrusion, extrusion, sequestration เพื่อให้หมอรังสีและหมอผ่าตัดกระดูกสันหลังใช้ภาษาตรงกันเมื่อตีความฟิล์มและเขียนรายงาน ทำให้ลดความสับสนและช่วยให้สื่อสารข้อมูลโรคหมอนรองกระดูกได้ชัดเจนขึ้น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น