ปวดหลังร้าวลงขาจนเดินไม่ได้... สัญญาณอันตรายจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
อาการปวดหลังเป็นเรื่องที่คนวัยทำงานเจอจนชิน หลายคนคิดว่าแค่ "ยอก" หรือ "เมื่อย" เดี๋ยวก็หาย แต่สำหรับบางคน อาการปวดนั้นอาจรุนแรงถึงขั้นขยับตัวไม่ได้ จนกลายเป็นฝันร้ายที่กระทบทั้งการงานและชีวิตครอบครัว
ลองนึกภาพคุณเอก (นามสมมติ) ชายวัย 40 ปี คุณพ่อลูกสองที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของบ้าน คุณเอกทำงานหนักมาตลอด ทั้งยกของหนักในชีวิตประจำวันและไปช่วยที่บ้านกรีดยางในช่วงกลางคืน วันหนึ่งหลังจากก้มลงยกของหนักผิดจังหวะ คุณเอกรู้สึกเหมือนมีเสียง "กึ๊ก" ที่หลังส่วนล่างตามมาด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนล้มฟุบลง
จากที่เคยเดินเหินคล่องแคล่ว กลับกลายเป็นว่าแค่จะลุกไปเข้าห้องน้ำยังทำไม่ได้ มีอาการปวดร้าวจากเอวลงไปที่ขาซ้าย พร้อมกับความรู้สึกชาหนึบๆ เหมือนไฟฟ้าช็อต เมื่อไปตรวจ MRI ที่โรงพยาบาล ผลระบุชัดเจนว่า หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนกดทับเส้นประสาท บริเวณข้อที่ 4 และ 5 ครับ
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร?
ถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ให้เราลองนึกถึง "ขนมปังไส้ครีม" ครับ ตัวกระดูกสันหลังของเราคือแป้งขนมปังที่แข็งแรง ส่วนหมอนรองกระดูกคือไส้ครีมที่อยู่ตรงกลาง ทำหน้าที่เป็นโช้คอัพคอยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง หรือยกของ
เมื่อเราใช้งานหนัก ก้มๆ เงยๆ หรือยกของหนักผิดท่าบ่อยๆ เจ้า "ไส้ครีม" หรือหมอนรองกระดูกนี้อาจจะแตกหรือปลิ้นออกมานอกขอบกระดูก และบังเอิญว่าด้านหลังของกระดูกสันหลังเรามี "เส้นประสาท" วางตัวอยู่พอดี เมื่อหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาไปเบียดหรือกดทับเส้นประสาทเหล่านั้น จึงทำให้เกิดอาการปวดร้าวและชาลงไปที่ขานั่นเองครับ
อาการที่บอกว่าคุณกำลังแย่
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation) ไม่ได้มีแค่ปวดหลังอย่างเดียว แต่จะมีอาการเฉพาะตัวที่สังเกตได้ดังนี้ครับ:
ปวดร้าวลงขา: ปวดจากเอว ร้าวลงไปที่สะโพก ต้นขา หรือยาวไปถึงน่องและเท้า
อาการชา: รู้สึกชาหนึบๆ หรือเหมือนมีเข็มจิ้มที่บริเวณขาหรือเท้า
กล้ามเนื้ออ่อนแรง: กระดกข้อเท้าไม่ได้ นิ้วโป้งเท้าไม่มีแรง หรือเดินแล้วขาสั่น
อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อไอ จาม หรือเบ่งถ่าย
5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หมอนรองกระดูกพัง
การยกของหนักผิดท่า: โดยเฉพาะการก้มหลังลงไปยกของ แทนการย่อเข่า
พฤติกรรมการทำงาน: การนั่งทำงานท่าเดิมนานๆ หรือการขับรถระยะไกลโดยไม่พัก
น้ำหนักตัวที่มากเกินไป: ทำให้หมอนรองกระดูกต้องรับภาระหนักตลอดเวลา
อายุและการเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะเริ่มสูญเสียน้ำและมีความยืดหยุ่นน้อยลง
การสูบบุหรี่: สารในบุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกน้อยลง จนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย
เมื่อมาพบแพทย์ หมอจะเริ่มจากการ สอบถามประวัติ อย่างละเอียด เช่น ปวดตอนไหน ท่าไหนปวดมากที่สุด จากนั้นจะทำการ ตรวจร่างกาย เพื่อดูการตอบสนองของเส้นประสาท เช่น การให้นอนหงายแล้วยกขาเหยียดตรง (Straight Leg Raising Test) เพื่อดูว่ามีอาการปวดร้าวหรือไม่
หากอาการรุนแรงหรือรักษาเบื้องต้นไม่ดีขึ้น หมอจะแนะนำให้ทำ MRI (การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ซึ่งวิธีนี้ดีที่สุดครับ เพราะจะเห็นภาพหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้อย่างชัดเจนว่ากดทับที่จุดไหนและรุนแรงเพียงใด ส่วนการเอกซเรย์ธรรมดานั้นจะเห็นเพียงโครงสร้างกระดูก แต่ไม่เห็นตัวหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาครับ
แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด
เชื่อไหมครับว่า ผู้ป่วยกว่า 90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเราจะไล่เรียงลำดับการรักษาดังนี้ครับ:
การปรับพฤติกรรม: พักการใช้งานหนัก งดการก้มเงย และปรับท่านั่งนอนให้ถูกต้อง
การใช้ยา: หมอจะจ่ายยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ และยาบำรุงเส้นประสาทเพื่อช่วยลดอาการปวดในระยะเฉียบพลัน
กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อ การใช้เครื่องมือลดปวด และการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวให้แข็งแรงเพื่อช่วยพยุงกระดูกสันหลัง
การฉีดยาลดการอักเสบที่โพรงประสาท: หากปวดมาก หมอสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ช่วยนำทางเพื่อฉีดยาลดการอักเสบไปที่บริเวณเส้นประสาทที่ถูกกดทับโดยตรง ช่วยลดปวดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
การผ่าตัด: จะทำเฉพาะในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือมีอาการรุนแรง เช่น ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ปัจจุบันมีการผ่าตัดผ่านกล้องขนาดเล็ก แผลจิ๋ว และฟื้นตัวไวมากครับ
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: ปวดหลังร้าวลงขา ต้องผ่าตัดทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการพัก กินยา และทำกายภาพบำบัด หมอจะพิจารณาผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้ายครับ
Q: ต้องนอนพักยาวๆ เลยไหมถึงจะหาย? A: ในช่วง 1-2 วันแรกที่ปวดมาก การนอนพักช่วยได้ครับ แต่หลังจากนั้นควรเริ่มขยับตัวช้าๆ เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อยึดติดและอ่อนแรงครับ
Q: เป็นแล้วหายขาดไหม? A: หายได้ครับ แต่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากเรายังกลับไปใช้พฤติกรรมเดิมๆ เช่น ยกของหนักผิดท่า หรือปล่อยให้น้ำหนักตัวเกินครับ
สรุปประเด็นสำคัญ
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดจากการที่ส่วนนิ่มของหมอนรองกระดูกปลิ้นไปกดเบียดเส้นประสาท
อาการเด่นคือปวดหลังร้าวลงขา ร่วมกับอาการชาหรืออ่อนแรง
การยกของหนักผิดท่าและพฤติกรรมการทำงานเป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยในคนวัยทำงาน
การตรวจ MRI ช่วยให้เห็นตำแหน่งการกดทับได้อย่างแม่นยำที่สุด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการปรับพฤติกรรม กายภาพ และการฉีดยาเฉพาะจุด
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดหลังร้าวลงขา #ชามือ #ชาน่อง #ยกของหนัก #กระดูกสันหลังเสื่อม #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #BackPain #Sciatica #HerniatedDisc #SpineHealth #Orthopedics
References
Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar Disc Herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017;10(4):507-516. (อธิบายกลไกการเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนเอวและการวินิจฉัยในปัจจุบัน)
Jordan J, Konstantinou K, O'Dowd J. Herniated lumbar disc. BMJ Clin Evid. 2016;2016:1118. (รวบรวมหลักฐานการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาททั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด)
Kreiner DS, Matz P, Bono CM, et al. An algorithmic approach to the diagnosis and management of lumbar disc herniation. Spine J. 2014;14(9):1941-1991. (แนวทางการรักษาที่เป็นมาตรฐานสากล ตั้งแต่การตรวจร่างกายจนถึงการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม)
Deyo RA, Mirza SK. Herniated Lumbar Intervertebral Disk. N Engl J Med. 2016;374(18):1763-1772. (บทความวิชาการที่เน้นย้ำว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่)
Jensen RK, Kongsted A, Kjaer P, Koes B. Diagnosis and treatment of sciatica. BMJ. 2019;367:l6273. (อธิบายอาการปวดร้าวลงขาหรือ Sciatica ที่เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและการดูแลรักษาเบื้องต้น)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น