วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569

นั่งนานแล้วเจ็บจี๊ดที่ก้น... ไม่ใช่ปวดหลังร้าวลงขา แต่เป็น "ถุงน้ำที่กระดูกก้นยิ้ม" อักเสบ

 



นั่งนานแล้วเจ็บจี๊ดที่ก้น... ไม่ใช่ปวดหลังร้าวลงขา แต่เป็น "ถุงน้ำที่กระดูกก้นยิ้ม" อักเสบ

อาการปวดก้นเป็นความทรมานที่คนวัยเก๋าหลายท่านต้องเผชิญ บางคนกังวลไปไกลว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือเปล่า? ทำไมปวดลึกๆ เวลาหย่อนก้นลงนั่ง แต่พอขยับตัวเดินกลับดูเหมือนจะดีขึ้น อาการนี้อาจไม่ใช่เรื่องของกระดูกสันหลังเสมอไปครับ แต่อาจเกิดจากจุดเล็กๆ ที่เราใช้นั่งทับอยู่ทุกวัน

ลองนึกถึงเคสของคุณป้าสมศรี (นามสมมติ) อายุ 67 ปี คุณป้าชอบนั่งสมาธิและนั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้ไม้แข็งๆ เป็นเวลานาน ช่วงเดือนที่ผ่านมาเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณแก้มก้นข้างขวา เวลาลุกนั่งจะรู้สึกขัดๆ เจ็บจนต้องเอามือกุมก้นไว้ อาการปวดนี้ไม่ได้ร้าวลงไปถึงปลายเท้าเหมือนคนเป็นโรคเส้นประสาททับเส้น แต่จะเป็นจุดที่ชัดเจนมากคือ "ตรงหัวกระดูกที่ใช้นั่งทับ" พอดีเป๊ะ เมื่อมาตรวจร่างกาย หมอพบว่ามีจุดกดเจ็บที่รุนแรงบริเวณกระดูกก้น (Ischial Tuberosity) จึงวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะถุงน้ำกระดูกก้นอักเสบ (Ischial Tuberosity Bursitis) ครับ


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: "โช้คอัพก้นพัง"

ร่างกายของเราถูกออกแบบมาอย่างมหัศจรรย์ครับ ตรงบริเวณกระดูกก้นที่สัมผัสกับเก้าอี้เวลาเรานั่ง จะมีถุงน้ำเล็กๆ ทำหน้าที่เหมือน "เบาะรองกระแทก" หรือ "โช้คอัพ" กั้นกลางระหว่างหัวกระดูกกับกล้ามเนื้อ เพื่อลดแรงเสียดสี

ลองจินตนาการว่าถุงน้ำนี้เหมือน "ลูกโป่งใส่น้ำใบเล็กๆ" ครับ ถ้าเรานั่งทับมันนานๆ บนพื้นแข็ง หรือมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring) ที่รุนแรงเกินไป ลูกโป่งนี้จะเกิดการอักเสบ บวมเต่ง และคัดตึงขึ้นมา จนกลายเป็นก้อนความเจ็บปวดที่ทำให้เรานั่งไม่ติดที่นั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค

ภาวะถุงน้ำกระดูกก้นอักเสบ (Ischial Tuberosity Bursitis) คือการอักเสบของถุงน้ำที่อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างกระดูกก้นยิ้มกับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังครับ

  • สาเหตุ: เกิดจากการถูกกดทับเป็นเวลานาน (เช่น นั่งเก้าอี้แข็งนานๆ) หรือเกิดจากอุบัติเหตุล้มก้นกระแทก รวมถึงการใช้งานกล้ามเนื้อขาด้านหลังหนักเกินไปในกลุ่มผู้สูงอายุที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ

  • อาการ: เจ็บลึกๆ บริเวณแก้มก้นข้างที่อักเสบ อาการจะชัดเจนมากตอนนั่งลงบนพื้นแข็ง หรือตอนเดินขึ้นบันได แต่จะ ไม่มี อาการปวดเสียวเหมือนไฟฟ้าช็อตร้าวลงขาแบบหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทครับ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

  1. การนั่งบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน: เช่น นั่งเก้าอี้ไม้ เก้าอี้พลาสติก หรือนั่งสมาธิบนพื้นแข็ง

  2. อายุที่มากขึ้น: เนื้อเยื่อและไขมันบริเวณก้นเริ่มบางลง ทำให้แรงกดลงไปที่กระดูกและถุงน้ำโดยตรงมากขึ้น

  3. กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังตึงตัว: ทำให้เกิดแรงดึงรั้งที่จุดเกาะของกระดูกก้นตลอดเวลา

  4. น้ำหนักตัวที่น้อยเกินไป: ไม่มีไขมันช่วยรองรับแรงกระแทกขณะนั่ง

  5. การเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหว: เช่น เริ่มเดินเร็วหรือขึ้นบันไดบ่อยขึ้นอย่างกะทันหัน


การตรวจวินิจฉัย

สำหรับการวินิจฉัยโรคนี้ ส่วนใหญ่หมอจะเน้นที่ การตรวจร่างกาย เป็นหลักครับ:

  • การกดจุดเจ็บ: หมอจะคลำหาตำแหน่งกระดูกก้น (Ischial Tuberosity) ถ้ากดแล้วคนไข้สะดุ้งเจ็บทันที มักจะใช่โรคนี้ครับ

  • การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้เห็นผลชัดมากครับ หมอจะเห็นถุงน้ำที่บวมและมีน้ำขังอยู่รอบๆ กระดูกก้น ช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้ทันที

  • MRI: มักจะทำในกรณีที่อาการไม่ชัดเจน หรือต้องการแยกแยะโรคอื่น เช่น กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือเนื้องอก

  • เอกซเรย์: เพื่อดูว่ามีหินปูนเกาะที่จุดเกาะกล้ามเนื้อ หรือมีรอยร้าวของกระดูกหรือไม่


แนวทางการรักษา: คืนความสุขให้การนั่ง

ข่าวดีคือโรคนี้รักษาไม่ยากครับ หากรู้วิธีที่ถูกต้อง:

  1. ปรับพฤติกรรม: นี่คือหัวใจสำคัญครับ ต้องเปลี่ยนไปนั่งบนเบาะนุ่มๆ หรือใช้ "หมอนรองนั่งรูปโดนัท" เพื่อเว้นช่องว่างตรงจุดที่เจ็บ ไม่ให้ถูกกดทับ

  2. กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังอย่างอ่อนโยน และการใช้ความร้อนหรือเลเซอร์ช่วยลดการอักเสบในชั้นลึก

  3. การใช้ยา: กินยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการปวดบวม

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หากปวดรุนแรง หมอจะใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ นำทางเพื่อฉีดยาลดการอักเสบเข้าในถุงน้ำที่บวมโดยตรง วิธีนี้แม่นยำและช่วยให้หายปวดได้เร็วมากครับ

  5. การผ่าตัด: พบน้อยมากครับ จะทำเฉพาะกรณีที่ถุงน้ำอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นพังผืดหนาและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล


พยากรณ์โรค

โรคนี้ หายขาดได้ครับ แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ในการพักฟื้น และที่สำคัญคือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงมาก หากคุณป้ายังกลับไปนั่งบนเก้าอี้แข็งๆ หรือพื้นแข็งๆ นานๆ เหมือนเดิม


ภาวะแทรกซ้อน

หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาการปวดจะทำให้คุณป้าเดินกะเผลก จนส่งผลเสียต่อเข่าและหลังตามมา นอกจากนี้ความเจ็บปวดเรื้อรังอาจส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้นอนหลับยากหรือเบื่ออาหารได้ครับ


วิธีป้องกัน 5 ข้อ

  1. ใช้เบาะรองนั่งเสมอ: โดยเฉพาะเวลาต้องนั่งนานเกิน 30 นาที

  2. ลุกเปลี่ยนท่า: ทุกๆ 1 ชม. ควรลุกขึ้นเดินเพื่อกระจายแรงกดทับ

  3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อขา: ทำท่าสเตรทชิ่งต้นขาด้านหลังบ่อยๆ

  4. เสริมสร้างกล้ามเนื้อก้น: ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อช่วยรับน้ำหนักแทนกระดูก

  5. ควบคุมกิจกรรม: เลี่ยงการก้มตัวหรือยืดขาแรงๆ ในช่วงที่เริ่มมีอาการเจ็บใหม่ๆ


Q&A Section

Q: ปวดก้นแบบนี้ ใช่สลักเพชรจมไหม? A: ใกล้เคียงกันครับ แต่จุดเจ็บจะต่างกัน สลักเพชรมักเจ็บกลางแก้มก้น แต่โรคนี้จะเจ็บตรง "กระดูกที่นั่งทับ" พอดีครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: ในระยะอักเสบเฉียบพลัน หมอแนะนำให้เลี่ยงการกดนวดแรงๆ เพราะจะยิ่งทำให้ถุงน้ำอักเสบมากขึ้นครับ

Q: ต้องทำ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ แค่การตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทางและการอัลตราซาวด์เบื้องต้นก็เพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้วครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  • โรคถุงน้ำกระดูกก้นอักเสบ เกิดจากการนั่งทับจุดเดิมนานๆ จน "เบาะรองกระดูก" อักเสบ

  • อาการปวดจะอยู่ที่แก้มก้นชัดเจน แต่ไม่มีอาการชาร้าวลงเท้า

  • การปรับท่านั่งและใช้เบาะรองนั่ง คือหัวใจหลักของการรักษา

  • การฉีดยาโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยนำทาง เป็นวิธีที่แม่นยำและเห็นผลไว

  • อายุที่มากขึ้นทำให้ไขมันที่ก้นบางลง จึงต้องระวังการนั่งบนพื้นแข็งเป็นพิเศษ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดก้น #เจ็บก้น #ถุงน้ำก้นอักเสบ #นั่งนานแล้วปวดก้น #กระดูกก้นยิ้ม #สลักเพชร #ปวดสะโพก #ผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #IschialBursitis #ButtockPain #Orthopedics #HealthCare #ElderlyCare


References

  1. Lustenberger DP, Ng VY, Best TM, Pedowitz RA. Efficacy of treatment of trochanteric bursitis: a systematic review. Clin J Sport Med. 2011;21(5):447-453. (บทความทบทวนประสิทธิภาพการรักษาภาวะถุงน้ำอักเสบบริเวณรอบสะโพกและกระดูกก้น)

  2. Wisniewski SJ, Hurdle MF. Ultrasound-guided Ischial Bursa Injection: Technique and Case Series. Pain Med. 2011;12(1):153-161. (อธิบายเทคนิคการใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาเข้าถุงน้ำกระดูกก้นเพื่อความแม่นยำ)

  3. Choi JH, Lee J, Lee SH, et al. Ischial bursa calcification in patients with ischial bursitis: a case series. Ann Rehabil Med. 2014;38(6):859-863. (การศึกษาภาพเอกซเรย์และ MRI ในคนไข้ที่มีภาวะถุงน้ำกระดูกก้นอักเสบเรื้อรัง)

  4. Cohen SP. Sacroiliac joint pain: a comprehensive review of anatomy, diagnosis, and treatment. Anesth Analg. 2005;101(5):1440-1453. (ช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคระหว่างอาการปวดก้นจากข้อต่อเชิงกรานกับถุงน้ำอักเสบ)

  5. Lee JH, Kim DW, Lee SH, et al. Effectiveness of Ultrasound-Guided Injection for Ischial Bursitis. J Korean Soc Phys Med. 2015;10(2):201-208. (ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยการฉีดยาโดยใช้ภาพอัลตราซาวด์ช่วยในผู้ป่วยคนเอเชียที่มีภาวะถุงน้ำอักเสบ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น