วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

ปวดหลัง" เหมือนกัน แต่ทำไมอันตรายไม่เท่ากัน? แยกให้ออกระหว่าง "กล้ามเนื้อตึง" กับ "เส้นประสาทถูกทับ"

 



ปวดหลัง" เหมือนกัน แต่ทำไมอันตรายไม่เท่ากัน? แยกให้ออกระหว่าง "กล้ามเนื้อตึง" กับ "เส้นประสาทถูกทับ"

"หมอครับ ผมปวดหลังมาหลายวันแล้ว ไปนวดก็ไม่หาย แถมตอนนี้มันเริ่มเสียวแปล๊บลงไปที่ขาด้วย แบบนี้ยังเป็นแค่ออฟฟิศซินโดรมอยู่ไหมครับ?"

คำถามนี้เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญมากครับ เพราะคนไข้ส่วนใหญ่มักเหมาเอาว่าอาการปวดหลังทุกลักษณะคือเรื่องของกล้ามเนื้อ แต่ในความเป็นจริง "ระยะทาง" ของความปวดบอกอะไรเราได้มากกว่าที่คิดครับ ถ้าปวดกระจุกอยู่แค่ที่หลัง หมอก็เบาใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ถ้าความปวดนั้นเริ่ม "เดินทาง" ร้าวลงไปที่สะโพก ต้นขา หรือน่อง นั่นคือสัญญาณว่า "ระบบไฟฟ้า" หรือเส้นประสาทในร่างกายกำลังมีปัญหาครับ


"เกือบจะเดินไม่ได้เพราะนวดผิดจุด" เรื่องเล่าจากน้าหมาย

น้าหมาย (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เดินกะเผลกเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าเหยเก แกเล่าว่าตอนแรกแค่ปวดหลังล่างธรรมดาจากการยกกระถางต้นไม้ คิดว่าเป็นกล้ามเนื้ออักเสบเลยไปให้หมอนวดแถวบ้าน "เหยียบ" สลักเพชรเพื่อคัดเส้น ปรากฏว่าพอกลับมาบ้านนอกจากไม่หายแล้ว คราวนี้ปวดร้าวเหมือนโดนไฟช็อตวิ่งปรี๊ดลงไปที่หลังเท้าจนก้าวขาไม่ออก

เคสของน้าหมายคือตัวอย่างคลาสสิกครับ การที่น้าหมายมีอาการปวดร้าวลงขาชัดเจนแบบนี้ มันไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อระบม แต่มันคือ "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" ที่ถูกซ้ำเติมจากการกดทับขยี้เส้นประสาทให้บวมมากขึ้น การรักษาปวดหลังสองแบบนี้จึงใช้วิธีที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวครับ


อธิบายความจริง: เมื่อความปวดเริ่ม "เดินทาง"

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ หลังของเราเหมือน "ตู้คอนโทรลไฟฟ้า" ครับ

  • ปวดกล้ามเนื้อ: เหมือน "ตัวตู้" หรือ "เปลือกนอก" มันบุบหรืออักเสบจากการถูกกระแทกหรือใช้งานหนัก ปวดแค่ตรงนั้น เจ็บแค่จุดนั้น
  • ปวดร้าวลงขา: เหมือน "สายไฟ" ที่วิ่งออกจากตู้คอนโทรลไปเลี้ยงส่วนขาเกิดถูกทับหรือไฟฟ้าลัดวงจร ต่อให้ตู้ดูปกติ แต่ไฟที่ปลายทาง (ขา) จะติดๆ ดับๆ ชา หรือปวดแสบปวดร้อนครับ

เจาะลึกอาการ: ปวดกล้ามเนื้อ (Office Syndrome / Muscle Strain)

อาการปวดแบบนี้มักจะมีสาเหตุมาจากการใช้งานหนัก นั่งนาน หรือก้มยกของผิดท่า

  • ลักษณะความปวด: จะรู้สึกปวดตื้อๆ เมื่อยๆ ระบม เหมือนคนเอาของแข็งมากดทับ
  • จุดที่ชัดเจน: มักจะปวดแค่บริเวณเอวหรือหลังส่วนล่าง ไม่ลามไปไหนไกล อาจมีจุดกดเจ็บที่ชัดเจน (Trigger Point)
  • พฤติกรรม: ปวดมากตอนขยับร่างกาย แต่พอนอนพักนิ่งๆ หรือประคบอุ่นมักจะทุเลาลงอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์

เจาะลึกอาการ: ปวดร้าวลงขา (Nerve Root Compression)

นี่คืออาการที่เกิดจากหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือกระดูกสันหลังเสื่อมจนไปเบียดเส้นประสาทไซอาติก (Sciatic Nerve)

  • ลักษณะความปวด: จะไม่ได้ปวดเมื่อยธรรมดา แต่มันจะ "เสียวแปล๊บ" เหมือนโดนไฟช็อต หรือ "แสบร้อน" เหมือนโดนพริกทา
  • ทิศทางความปวด: ความปวดจะวิ่งเป็นเส้นยาวๆ จากเอว ผ่านก้นกบ ลงไปที่ต้นขาด้านหลัง หรือร้าวไปถึงปลายนิ้วเท้า
  • อาการเตือนอันตราย: มักมีอาการ "ชา" ร่วมด้วยเหมือนเท้าหนาๆ หรือรู้สึกว่าขาไม่มีแรง กระดกข้อเท้าไม่ออก หากไอ จาม หรือเบ่งอุจจาระ จะรู้สึกปวดสะดุ้งปรี๊ดขึ้นมาทันที

ตรวจให้ชัวร์: หมอทำอย่างไรบ้าง?

นอกจากถามประวัติอย่างละเอียดแล้ว หมอจะใช้การตรวจพิเศษที่เรียกว่า "Straight Leg Raise Test" คือการให้คนไข้นอนหงายแล้วหมอจะค่อยๆ ยกขาคนไข้ขึ้นทีละข้าง

  • ถ้าคุณปวดแค่กล้ามเนื้อ คุณจะยกขาได้สูงมากจนเกือบ 90 องศาโดยไม่เจ็บ
  • แต่ถ้าเส้นประสาทถูกทับ แค่ยกขึ้นมาเพียง 30-60 องศา คุณจะรู้สึกปวดร้าวเหมือนไฟช็อตลงไปที่ขาทันทีจนต้องร้องขอให้วางขาลง

หากมีสัญญาณเหล่านี้ หมออาจส่งตรวจ MRI เพื่อดูว่าหมอนรองกระดูกชิ้นไหนที่มันปลิ้นออกมาทับเส้นประสาท เพื่อจะได้วางแผนการรักษาที่แม่นยำครับ


แนวทางการรักษา: รักษาที่ต้นเหตุ

  • ถ้าเป็นแค่กล้ามเนื้อ: การพักผ่อน ทานยาคลายกล้ามเนื้อ ประคบอุ่น และปรับท่านั่งก็เพียงพอครับ
  • ถ้าเป็นเส้นประสาทถูกทับ: 1. ระยะแรก: ใช้ยาลดการอักเสบของเส้นประสาทโดยเฉพาะ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อ "ดึงหลัง" เพิ่มช่องว่างให้เส้นประสาท 2. การฉีดยา: หากปวดมาก หมอจะฉีดสารลดอักเสบเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection) โดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง เพื่อให้ยาไปเคลือบเส้นประสาทที่อักเสบโดยตรง 3. การผ่าตัด: เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับเคสที่รักษาด้วยยาไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการกล้ามเนื้อลีบฝัด ซึ่งปัจจุบันใช้การผ่าตัดผ่านกล้อง แผลจิ๋วเดียวและไม่ต้องพักฟื้นนานครับ

พยากรณ์โรค: หายขาดไหม?

อาการปวดกล้ามเนื้อหายขาดได้แน่นอนครับถ้าเปลี่ยนนิสัยการใช้งาน ส่วนอาการปวดร้าวลงขานั้น กว่า 80% ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากมาหาหมอตั้งแต่ระยะแรกๆ ที่เส้นประสาทเริ่มถูกกดทับ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเส้นประสาทเสียหายหนัก ต่อให้หายปวดแล้ว แต่อาการชาหรืออ่อนแรงอาจจะยังหลงเหลืออยู่ครับ


สรุป

ปวดหลังเหมือนกัน แต่อันตรายต่างกันครับ ถ้าปวดแค่ที่หลังก็ดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ แต่ถ้าความปวดเริ่ม "เดินทางร้าวลงขา" เมื่อไหร่ นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าคุณต้องมาพบหมอกระดูกโดยเร็วที่สุด การรักษาที่รวดเร็วคือการรักษาที่ดีที่สุดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #ปวดร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังชาลงขา #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพวัยทำงาน #รักษาปวดหลัง #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดแผลเล็ก


References

  1. Frymoyer JW, et al. (2021). The Clinical Diagnosis of Sciatica. New England Journal of Medicine.
    • (สรุป: การวิเคราะห์ลักษณะความปวดร้าวลงขาที่เกิดจากรากประสาทเทียบกับการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป)
  2. Deyo RA, Mirza SK. (2022). Herniated Lumbar Intervertebral Disk. JAMA.
    • (สรุป: อธิบายพยาธิสภาพของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและแนวทางการวินิจฉัย)
  3. Jensen RK, et al. (2020). Diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. BMJ.
    • (สรุป: แนวทางการแยกแยะอาการปวดหลังร้าวลงขาในเวชปฏิบัติทั่วไป)
  4. Koes BW, et al. (2023). Diagnosis and treatment of sciatica. Lancet.
    • (สรุป: ข้อมูลการดำเนินโรคและโอกาสในการหายของผู้ป่วยที่มีอาการปวดร้าวลงขา)
  5. Chou R, et al. (2021). Noninvasive Treatments for Low Back Pain. Annals of Internal Medicine.
    • (สรุป: การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการรักษารูปแบบต่างๆ สำหรับคนไข้ปวดหลัง)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น