“ยกของหนักจนหลังลั่น... ปวดร้าวลงขา ชาถึงปลายเท้า หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือเปล่า?”
“หมอครับ แค่ก้มลงไปยกลังน้ำหนักไม่กี่กิโล พอเงยหน้าขึ้นมามันเจ็บเหมือนไฟช็อตที่หลัง แล้วตอนนี้มันลามไปปวดที่น่อง ชาที่เท้าจนเดินแทบไม่ไหวแล้วครับ” นี่คือเสียงสั่นๆ ของคุณวิชัย (นามสมมติ) ชายวัย 45 ปี หัวหน้าครอบครัวที่ขยันทำงานมาตลอด แต่ต้องหยุดชะงักลงเพราะความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน
คุณวิชัยเล่าว่าอาการเริ่มจากการยกของหนักในท่าก้มตัว หลังจากนั้นมีอาการปวดหลังส่วนล่างอย่างรุนแรง พยายามทานยาแก้ปวดก็ไม่ทุเลา จนเริ่มมีอาการใหม่ที่น่ากลัวคือ “อาการชาและปวดร้าวลงไปตามขา” เหมือนมีเข็มเป็นพันเล่มมาทิ่มแทง เวลาไอหรือจามจะยิ่งเจ็บจนตัวงอ ผลตรวจ MRI ยืนยันชัดเจนว่า หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท ซึ่งทำให้คุณวิชัยกังวลมากว่า “ผมต้องผ่าตัดไหมหมอ? จะกลับมาเดินได้ปกติหรือเปล่า?”
เหตุการณ์ของคุณวิชัยเป็นภาพสะท้อนของคนวัยทำงานอายุ 40-50 ปีครับ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงภายในที่ศัตรูตัวร้ายมักซ่อนตัวอยู่
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ... หมอนรองกระดูกคืออะไร?
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมออยากให้ลองนึกภาพ “โดนัทไส้ลาวา” ครับ ตัวกระดูกสันหลังของเราคือแป้งโดนัท และระหว่างกระดูกแต่ละข้อจะมี “หมอนรองกระดูก” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพคอยรับแรงกระแทก ไส้ลาวาข้างในคือวุ้นนิ่มๆ (Nucleus) ที่ช่วยให้เราก้มเงยได้สะดวก
เมื่อเราอายุมากขึ้นบวกกับการใช้งานหนัก เช่น การก้มยกของผิดท่า แป้งโดนัทอาจจะปริหรือแตกออก ทำให้ “ไส้ลาวา” ข้างในมันปลิ้นออกมาข้างนอก และความโชคร้ายคือ ข้างๆ หมอนรองกระดูกนั้นมี “เส้นประสาท” วางตัวอยู่พอดีครับ เมื่อไส้ที่ปลิ้นออกมาไปกดทับเส้นประสาทเข้า จึงเกิดอาการปวดร้าวและชาลงไปตามทางที่เส้นประสาทนั้นไปเลี้ยงนั่นเองครับ
โรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation)
โรคนี้ไม่ได้เกิดแค่กับคนยกของหนักเท่านั้นครับ แต่สะสมมาจากการนั่งนานๆ หรือความเสื่อมตามวัย
สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: เมื่อหมอนรองกระดูกรับแรงกดมหาศาลจากการก้มยกของ วุ้นข้างในจะถูกดันจนเยื่อหุ้มรอบนอกฉีกขาด และปลิ้นออกมาเบียดเส้นประสาท นอกจากจะกดทับโดยตรงแล้ว สารเคมีในวุ้นนั้นยังทำให้เกิดอาการอักเสบอย่างรุนแรงรอบๆ เส้นประสาทด้วยครับ
อาการที่ต้องสังเกต:
ปวดหลังส่วนล่างรุนแรง
ปวดร้าวจากสะโพกลงไปที่น่องหรือเท้า (Sciatica)
มีอาการชา หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม
กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ขยับข้อเท้าลำบาก
ในรายที่รุนแรงมาก อาจมีปัญหาเรื่องการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ
5 ปัจจัยเสี่ยงที่คนวัย 45 ต้องระวัง
การยกของผิดท่า: ใช้หลังก้มยกแทนการใช้กำลังจากขา
น้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์: ทำให้หมอนรองกระดูกต้องรับภาระหนักตลอดเวลา
การสูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกน้อยลง จนเสื่อมไวขึ้น
พฤติกรรมการนั่งนาน: การนั่งทำงานออฟฟิศนานๆ โดยไม่เปลี่ยนท่าทาง
พันธุกรรม: บางครอบครัวมีโครงสร้างหมอนรองกระดูกที่อ่อนแอกว่าปกติ
การตรวจวินิจฉัยเพื่อความแม่นยำ
เมื่อมาพบหมอ เราจะไม่จบแค่การสอบถามอาการครับ
การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบการยกขาเหยียดตึง (Straight Leg Raise Test) เพื่อดูว่ามีการตึงรั้งของเส้นประสาทหรือไม่ พร้อมตรวจกำลังกล้ามเนื้อและระบบประสาทสัมผัส
การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูกและช่องว่างระหว่างข้อ
การตรวจเอ็มอาร์ไอ (MRI): นี่คือหัวใจสำคัญครับ เพราะจะเห็นภาพเนื้อเยื่ออ่อน หมอนรองกระดูก และเส้นประสาทได้อย่างชัดเจนที่สุดว่ากดทับที่ระดับไหนและรุนแรงเพียงใด
การตรวจกระแสไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG): ในบางกรณีหมออาจส่งตรวจเพื่อยืนยันว่าเส้นประสาททำงานผิดปกติจริงหรือไม่
แนวทางการรักษา: ข่าวดีคือ ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด!
คนไข้หลายคนกลัวว่าพอหมอบอกว่า "ทับเส้น" แล้วต้องผ่าตัดสถานเดียว จริงๆ แล้วกว่า 90% ของผู้ป่วยสามารถหายได้ด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดครับ
การปรับพฤติกรรม: ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการอักเสบเฉียบพลัน ควรพักการใช้งานหลัง หลีกเลี่ยงการก้มเงย หรือนั่งนานๆ
การใช้ยา: หมอจะจ่ายยาลดการอักเสบ (NSAIDs) และยาลดอาการปวดปลายประสาท เพื่อลดการอักเสบรอบๆ เส้นประสาทที่ถูกกดทับ
กายภาพบำบัด: การทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี เช่น การดึงหลัง (Traction) หรือการใช้เครื่องมือลดปวด และที่สำคัญที่สุดคือการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) เพื่อมาช่วยรับน้ำหนักแทนกระดูกสันหลัง
การฉีดยาลดการอักเสบเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection): หากปวดมากจนทานยาไม่ไหว หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์ช่วยระบุตำแหน่ง แล้วฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดที่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดบวมและลดปวดได้เร็วมากครับ
การผ่าตัดส่องกล้อง (Microdiscectomy): เราจะทำเฉพาะในกรณีที่มีอาการอ่อนแรงชัดเจน กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือรักษาด้วยวิธีอื่นมา 6-12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น โดยปัจจุบันเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง แผลเล็กนิดเดียวและฟื้นตัวเร็วมากครับ
โรคนี้หายไหม และพยากรณ์โรคเป็นอย่างไร?
ส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ครับ หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาในบางรายร่างกายสามารถดูดซึมกลับไปได้เองตามธรรมชาติ แต่สิ่งสำคัญคือ มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ หากคนไข้ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
หากนิ่งนอนใจและปล่อยทิ้งไว้นาน เส้นประสาทที่ถูกกดทับอาจเสียหายถาวร นำไปสู่:
อาการขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ (Drop Foot)
อาการชาถาวร
ภาวะสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่าย ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมระบบประสาทครับ
5 วิธีป้องกันหลังพังในอนาคต
ยกของให้ถูกวิธี: ย่อเข่าลงให้ใกล้ของ แล้วใช้กำลังจากขาในการยืนขึ้น ห้ามก้มหลังยกเด็ดขาด
ควบคุมน้ำหนัก: ลดภาระให้หมอนรองกระดูกสันหลัง
บริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง: เพื่อสร้าง "เฝือกธรรมชาติ" ให้กระดูกสันหลัง
ปรับท่านั่ง: ใช้เก้าอี้ที่มีส่วนรองรับส่วนโค้งของหลัง และเปลี่ยนท่าทุก 1 ชั่วโมง
งดสูบบุหรี่: เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของหมอนรองกระดูกให้ยาวนานที่สุด
Q&A Section
Q: ปวดหลังร้าวลงขา ต้องนอนนิ่งๆ บนเตียงตลอดเวลาไหม? A: ไม่จำเป็นครับ การนอนนิ่งนานเกินไปอาจทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบและฟื้นตัวช้าลง ควรเคลื่อนไหวเท่าที่ไหวในท่าที่ถูกต้องครับ
Q: ถ้า MRI พบหมอนรองกระดูกเคลื่อน แต่ไม่ปวด ต้องรักษาไหม? A: หากไม่มีอาการปวดหรือชา และการทำงานของระบบประสาทปกติ มักไม่ต้องทำการรักษาแบบใช้ยาหรือผ่าตัดครับ แค่เฝ้าระวังและปรับพฤติกรรมก็พอ
Q: นวดดึงเส้นช่วยให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่ได้ไหม? A: การนวดแรงๆ หรือการ "กระทืบหลัง" อันตรายมากครับ อาจทำให้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นอยู่แล้วแตกออกมามากขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางดีกว่าครับ
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับคนวัย 45 ที่ปวดหลังลงขา
อาการปวดหลังร้าวลงขาและชามือ/เท้า เป็นสัญญาณเด่นของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
วัย 45 ปีเป็นช่วงที่หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมและเปราะบางต่อการบาดเจ็บจากการยกของหนัก
การทำ MRI ช่วยบอกตำแหน่งและขนาดของหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนได้อย่างแม่นยำ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้ด้วยการพัก ยา การทำกายภาพ และการฉีดยาลดอักเสบ โดยไม่ต้องผ่าตัด
การฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง (Core Muscle) คือกุญแจสำคัญในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดหลังเรื้อรัง #ชามือชาเท้า #ยกของหนัก #วัยทำงาน #สุขภาพหลัง #ฉีดยาลดอักเสบ #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #LumbarDiscHerniation #Sciatica #LowBackPain #SpineHealth #MRI #OrthopedicSurgeon
REFERENCES
Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar Disc Herniation. Current Reviews in Musculoskeletal Medicine. 2017 Dec;10(4):507-516. บทความนี้สรุปภาพรวมของโรคหมอนรองกระดูกส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท ตั้งแต่พยาธิสภาพไปจนถึงแนวทางการรักษาในปัจจุบัน
Kreiner DS, Matz P, Bono CM, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. The Spine Journal. 2014 Jan;14(1):180-191. แนวทางการรักษาทางคลินิกที่อ้างอิงหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับการวินิจฉัยและรักษาภาวะรากประสาทถูกกดทับจากหมอนรองกระดูก
Jordan J, Konstantinou K, O'Dowd J. Herniated lumbar disc. BMJ Clinical Evidence. 2016 Mar 26;2016:1118. รวบรวมข้อมูลประสิทธิภาพของการรักษาแบบต่างๆ ทั้งการใช้ยา การทำกายภาพ และการผ่าตัดสำหรับโรคนี้
Schoenfeld AJ, Weiner BK. Treatment of lumbar disc herniation: Evidence-based management. Journal of the American Academy of Orthopaedic Surgeons. 2010 Mar;18(3):170-180. เน้นการจัดการผู้ป่วยตามหลักฐานทางการแพทย์ โดยเฉพาะการเปรียบเทียบผลการรักษาระหว่างการผ่าตัดและไม่ผ่าตัด
Jensen RK, Kongsted A, Kjaer P, Koes B. Diagnosis and treatment of sciatica. BMJ. 2019 Nov 19;367:l6273. บทความทบทวนเรื่องการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดร้าวลงขา (Sciatica) ซึ่งเป็นอาการหลักของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น