เดินลงบันได ต้องค่อยๆ ทีละขั้น ยืนรอแถวสักพัก เริ่มปวดร้าวลงขา ไอ จาม ทีไร แปลบลงไปถึงน่อง
คุณป้าท่านหนึ่ง อายุ 52 ปี ทนปวดหลังร้าวลงขาซ้ายมาเดือนกว่า คิดว่าเดี๋ยวก็หาย แต่ยิ่งวันยิ่งปวดมากขึ้น จนนั่งทำงานบ้านนานๆ ไม่ได้ ลูกชวนไปหาหมอ แต่ใจหนึ่งก็กลัว "ถ้าหมอบอกต้องผ่าหลังจะทำยังไง"
บทความนี้จะอธิบายว่าอาการปวดร้าวลงขาแบบนี้เกิดจากอะไร และทำไมหลายกรณีถึงรักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ครับ
――――――――――――――――――――――――
ปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกทับเส้น ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป
――――――――――――――――――――――――
เคยไหมครับ ที่อยู่ดีๆ ก็ปวดหลังร้าวลงก้น ลงขา ลงไปถึงน่อง บางทีปวดแปลบเหมือนไฟช็อต บางทีชาๆ เหมือนขาไม่ใช่ของเรา
อาการแบบนี้ไม่ใช่ "ปวดหลังธรรมดา" และก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจจนนอนไม่หลับ เพราะส่วนใหญ่มีทางดูแลให้ดีขึ้นได้
วันนี้หมอเก่งอยากชวนทำความเข้าใจเรื่องนี้แบบง่ายๆ ให้เห็นภาพว่าเกิดอะไรขึ้นในหลังของเรา และมีทางเลือกอะไรบ้าง
――――――――――――――――――――――――
ขอเล่าเรื่องคนไข้ท่านหนึ่งให้ฟังครับ
คุณป้าท่านนี้ อายุ 52 ปี เป็นแม่บ้านที่เคยทำงานบ้าน รดน้ำต้นไม้ ไปตลาดเองได้ทุกวัน
วันหนึ่งเริ่มปวดหลังช่วงเอว แล้วค่อยๆ ร้าวลงสะโพก ลงก้น ลงขา ลงไปถึงน่องด้านซ้าย ตอนแรกคิดว่าทำงานหนักไป พักสักหน่อยคงหาย
แต่ผ่านไปเดือนกว่า อาการกลับเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ นั่งนานก็ปวด ยืนนานก็ปวด เดินไปไหนไกลๆ ไม่ไหว ต้องคอยจับโน่นจับนี่
สิ่งที่ทำให้ลังเลไม่กล้าไปหาหมอ ไม่ใช่ความปวด แต่เป็นความกลัวว่า "ถ้าเป็นหมอนรองกระดูก แล้วต้องผ่าหลัง จะเดินได้เหมือนเดิมไหม"
ความกลัวแบบนี้ หมอเก่งเข้าใจดีครับ และเชื่อว่าหลายท่านที่กำลังอ่านอยู่ ก็อาจเคยรู้สึกแบบเดียวกัน
――――――――――――――――――――――――
หลายคนพอได้ยินคำว่า "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" ก็นึกถึงการผ่าตัดทันที ทั้งที่ความจริงแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบนั้น
ลองนึกภาพง่ายๆ แบบนี้ครับ
กระดูกสันหลังของเราวางซ้อนกันเป็นข้อๆ ระหว่างกระดูกแต่ละข้อ มี "หมอนรองกระดูก (intervertebral disc)" คั่นอยู่ ทำหน้าที่เหมือนหมอนนุ่มๆ ที่ช่วยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง ยกของ
หมอนรองกระดูกนี้ ข้างในเป็นเหมือนเจลนุ่มๆ ข้างนอกเป็นปลอกเหนียวๆ หุ้มไว้ พอเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานหลังหนักๆ ก้มยกของบ่อยๆ ปลอกข้างนอกก็เริ่มเสื่อม มีรอยปริ
ทีนี้เวลาเรายกของหนัก หรือบิดตัวผิดท่า เจลข้างในก็ปลิ้นทะลักออกมาทางรอยปริ ไปเบียดโดน "เส้นประสาท (nerve root)" ที่วิ่งผ่านอยู่ข้างๆ พอดี
เส้นประสาทเส้นนี้ เปรียบเหมือนสายไฟที่ส่งสัญญาณจากหลังลงไปที่ขา พอถูกเบียดและเกิดการอักเสบรอบๆ สัญญาณก็รวนไปหมด นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงปวดร้าว ชา หรือเหมือนไฟช็อตลงไปตามแนวขา ทั้งที่จุดเริ่มต้นอยู่ที่หลัง
และที่อาการมักร้าวลงขาข้างเดียว เพราะหมอนรองกระดูกมักปลิ้นไปเบียดเส้นประสาทข้างใดข้างหนึ่ง ส่วนที่ปวดมากเวลาไอหรือจาม เพราะตอนนั้นแรงดันในช่องไขสันหลังเพิ่มขึ้น ไปกดเส้นประสาทที่อักเสบอยู่แล้วให้เจ็บมากขึ้นชั่วขณะ
――――――――――――――――――――――――
มาทำความรู้จักโรคนี้ให้ชัดขึ้นอีกนิดครับ
โรคนี้มีชื่อว่า "หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation)" เมื่อมันไปกดเส้นประสาทแล้วทำให้ปวดร้าวลงขา เราเรียกอาการนั้นว่า "อาการปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท (Sciatica)"
ตำแหน่งที่เกิดบ่อยที่สุด คือข้อกระดูกช่วงเอวส่วนล่าง เพราะเป็นจุดที่รับน้ำหนักและมีการเคลื่อนไหวมากที่สุดเวลาเราก้ม เงย บิดตัว
สาเหตุหลักมักมาจากความเสื่อมตามวัยของหมอนรองกระดูก บวกกับการใช้งานหลังที่ไม่ถูกท่า เช่น ก้มยกของหนักโดยไม่ย่อเข่า นั่งนานๆ หรือมีน้ำหนักตัวมาก
อาการที่พบบ่อยมี
• ปวดหลังช่วงเอว ร้าวลงก้น ลงขา ลงน่อง มักเป็นข้างเดียว
• ปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม หรือเบ่ง
• ชา หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มตามแนวขา
• บางรายมีอาการขาอ่อนแรง ยกปลายเท้าหรือกระดกข้อเท้าได้ไม่ดี
――――――――――――――――――――――――
ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคนี้มากขึ้น มีดังนี้ครับ
[1] อายุที่มากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมตามธรรมชาติ
[2] การก้มยกของหนักบ่อยๆ โดยใช้หลังแทนการย่อเข่า
[3] น้ำหนักตัวมาก ทำให้หลังต้องรับภาระเพิ่ม
[4] การสูบบุหรี่ ซึ่งส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและความแข็งแรงของหมอนรองกระดูก
[5] การนั่งทำงานท่าเดิมนานๆ โดยไม่ค่อยขยับ
――――――――――――――――――――――――
แล้วหมอวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างไร
ขั้นแรก หมอจะ "ซักประวัติ" ว่าปวดตรงไหน ร้าวไปทางไหน เป็นมานานแค่ไหน อะไรทำให้ปวดมากขึ้นหรือดีขึ้น ข้อมูลตรงนี้สำคัญมาก เพราะรูปแบบการปวดบอกได้ค่อนข้างชัดว่าเส้นประสาทเส้นไหนถูกกด
ต่อมาคือ "การตรวจร่างกาย" หมอจะทดสอบกำลังขา การรับความรู้สึก และทดสอบยกขาตรงเพื่อดูว่ากระตุ้นอาการปวดร้าวได้หรือไม่
ถ้าจำเป็นต้องดูภาพให้ชัด หมออาจส่ง "เอกซเรย์ (X-ray)" เพื่อดูแนวกระดูกและช่องว่างระหว่างข้อ และในรายที่อาการชัดเจนหรือไม่ดีขึ้น อาจส่งตรวจ "คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)" ซึ่งเห็นหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้ละเอียดที่สุด
สิ่งสำคัญที่หมอเก่งอยากย้ำ คือภาพเอกซเรย์หรือ MRI เป็นเพียงส่วนหนึ่ง การวินิจฉัยที่ดีต้องดูอาการและการตรวจร่างกายประกอบกันเสมอ เพราะคนที่ภาพดูน่ากลัว บางคนกลับมีอาการน้อย ส่วนคนที่ภาพดูไม่มาก บางคนกลับปวดมาก
――――――――――――――――――――――――
ทีนี้มาถึงเรื่องที่หลายคนกังวลที่สุด คือการรักษา
ข่าวดีคือ คนไข้ส่วนใหญ่ที่ปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูก อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นได้เองเมื่อเวลาผ่านไป โดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะร่างกายมีกลไกค่อยๆ ย่อยสลายส่วนของหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมา และลดการอักเสบรอบเส้นประสาทลง
แนวทางการรักษาจะเริ่มจากเบาไปหาหนัก เพื่อให้คนไข้กลับไปใช้ชีวิต ทำสิ่งที่รักได้ตามปกติ
ขั้นที่หนึ่ง ปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงท่าที่กระตุ้นอาการ เช่น ก้มยกของหนัก แต่ไม่ใช่นอนนิ่งห้ามขยับ เพราะการขยับเบาๆ ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
ขั้นที่สอง ใช้ยาเพื่อลดปวดและลดการอักเสบ รวมถึงยาที่ช่วยลดอาการปวดจากเส้นประสาทโดยเฉพาะ ตามที่แพทย์พิจารณา
ขั้นที่สาม ทำกายภาพบำบัด เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และปรับท่าทางการเคลื่อนไหว
ขั้นที่สี่ ในรายที่ปวดมากและไม่ดีขึ้นจากวิธีข้างต้น อาจพิจารณา "การฉีดยาลดการอักเสบเข้าโพรงประสาทภายใต้เครื่องเอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์ (Epidural Steroid Injection)" เพื่อลดการอักเสบตรงตำแหน่งเส้นประสาทที่ถูกกด ช่วยบรรเทาปวดและซื้อเวลาให้ร่างกายฟื้นตัว
ขั้นที่ห้า การผ่าตัด จะพิจารณาในรายที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น มีอาการขาอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือปวดรุนแรงมากที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น
จะเห็นว่า การผ่าตัดเป็นทางเลือกท้ายๆ ไม่ใช่ทางเลือกแรก สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยให้ถูกว่าเป็นที่ตำแหน่งใด รุนแรงแค่ไหน เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน
――――――――――――――――――――――――
หลายคนถามว่า แล้วโรคนี้จะหายไหม ใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไป อาการปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูก มักค่อยๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน เมื่อได้รับการดูแลที่เหมาะสม
บางรายอาจดีขึ้นเร็วภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ บางรายใช้เวลานานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของหมอนรองกระดูกที่ปลิ้น และความรุนแรงของอาการตั้งแต่แรก
ส่วนเรื่องการกลับมาเป็นซ้ำ มีโอกาสเกิดได้ โดยเฉพาะถ้ายังใช้งานหลังไม่ถูกท่า ดังนั้นการดูแลตัวเองและออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงหลังจากหายแล้ว จึงสำคัญมาก
――――――――――――――――――――――――
ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ดูแลเลย จะเป็นอย่างไร
ในกรณีส่วนใหญ่ อาการอาจค่อยๆ ดีขึ้นได้เอง แต่ในบางราย ถ้าเส้นประสาทถูกกดเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการดูแล อาจทำให้การฟื้นตัวช้าลง และอาการชาหรืออ่อนแรงอาจคงอยู่นานขึ้น
มีสัญญาณบางอย่างที่บอกว่าควรรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอ ได้แก่ ขาอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ยกปลายเท้าไม่ขึ้น ควบคุมการปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือมีอาการชารอบก้นและอวัยวะเพศ
อาการเหล่านี้พบได้ไม่บ่อย แต่ถ้ามี ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม การรู้เท่าทันไว้ก่อนจะช่วยให้เราดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อให้กังวล แต่เพื่อให้อุ่นใจ
――――――――――――――――――――――――
เราป้องกันและดูแลหลังของเราได้อย่างไร
[1] ยกของให้ถูกท่า ย่อเข่าลงแทนการก้มหลัง และไม่ยกของหนักเกินกำลัง
[2] ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องอย่างสม่ำเสมอ
[3] ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
[4] ปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายทุกชั่วโมง
[5] งดสูบบุหรี่ เพราะส่งผลเสียต่อหมอนรองกระดูกโดยตรง
――――――――――――――――――――――――
คำถามที่คนไข้ถามหมอเก่งบ่อย
[1] เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น ต้องผ่าตัดเลยไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ คนไข้จำนวนมากอาการดีขึ้นได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด การผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะรายที่มีข้อบ่งชี้จริงๆ เท่านั้น
[2] ต้องนอนพักนิ่งๆ ห้ามขยับเลยใช่ไหม
ไม่ใช่ครับ การนอนนิ่งนานเกินไปกลับทำให้ฟื้นตัวช้า ควรขยับเบาๆ และเคลื่อนไหวเท่าที่ไม่กระตุ้นอาการปวดมาก
[3] ฉีดยาเข้าโพรงประสาท อันตรายไหม
เป็นหัตถการที่ทำภายใต้การนำทางด้วยเครื่องมือ เพื่อให้ตรงตำแหน่งและปลอดภัย ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาปวดได้ในหลายราย โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
[4] หายแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม
มีโอกาสเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะถ้ายังใช้งานหลังไม่ถูกท่า การออกกำลังกายและดูแลท่าทางจึงช่วยลดโอกาสเป็นซ้ำได้มาก
[5] ปวดแบบไหนที่ต้องรีบมาหาหมอ
ถ้าขาอ่อนแรงมากขึ้น ยกปลายเท้าไม่ขึ้น หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
――――――――――――――――――――――――
สรุปสิ่งที่อยากให้จำไว้
[1] อาการปวดหลังร้าวลงขา ส่วนใหญ่เกิดจากหมอนรองกระดูกปลิ้นไปเบียดเส้นประสาท
[2] คนไข้ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ร่างกายมีกลไกซ่อมแซมตัวเอง
[3] การวินิจฉัยที่ถูกต้อง ต้องดูทั้งอาการ การตรวจร่างกาย และภาพถ่ายประกอบกัน
[4] มีสัญญาณเตือนบางอย่าง เช่น ขาอ่อนแรงมากขึ้น หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ที่ควรรีบพบแพทย์
[5] การดูแลหลังให้ถูกท่าและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันและลดการเป็นซ้ำได้
อาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนอยู่คนเดียวครับ คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ และการดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ก็เพื่อให้เรากลับไปทำสิ่งที่รัก อยู่กับคนที่เรารักได้อย่างมีความสุขในทุกๆ วัน
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"
――――――――――――――――――――――――
#ปวดหลัง #ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดสะโพกร้าวลงขา #ปวดร้าวลงขา #กระดูกสันหลัง #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดเอว #รักษาปวดหลังไม่ผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #sciatica #lumbardischerniation #lowbackpain #radiculopathy #spinehealth
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น