"ยกของหนักครั้งเดียว ปวดร้าวลงขาเป็นเดือน" ลุงสมชายอายุ 60 ปี ตื่นเช้ามาช่วยลูกชายขนของย้ายบ้าน ยกกล่องตู้เย็นเพียงครั้งเดียว ก็รู้สึก "จี๊ด" ที่หลัง วันรุ่งขึ้น อาการปวดเริ่มร้าวจากเอวลงไปถึงน่องขวา เดินไม่ได้นานเกิน 10 นาที ต้องนั่งพักทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
เมื่อมาตรวจที่คลินิก ภาพเอกซเรย์เผยให้เห็นว่า กระดูกสันหลังของลุงไม่ได้ตรงเหมือนคนทั่วไป แต่บิดโค้งเป็นรูปตัว "S" จากการเสื่อมตามวัย โรคที่หลายคนไม่เคยรู้จักว่ามีอยู่ ชื่อว่า "Degenerative Scoliosis" หรือ "กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม"
ข่าวดีคือ คนไข้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ "ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด" หากได้รับการรักษาด้วยวิธี Conservative ที่ถูกทาง โดยเฉพาะการฉีดยาเข้าโพรงประสาทไขสันหลังด้วย "Ultrasound Guide Epidural Injection" ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ที่ทำให้การฉีดแม่นยำ ปลอดภัย และเห็นผลเร็ว
บทความนี้หมอเก่งจะอธิบายให้เข้าใจชัด ทั้งสาเหตุ อาการ และทางเลือกการรักษาที่ใช้ได้ผลจริงครับ
―――――――――――――――――――――――
กระดูกสันหลังคดในผู้สูงอายุ ปวดหลังร้าวลงขา รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วย Ultrasound-Guided Epidural Injection
―――――――――――――――――――――――
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
หลายคนคิดว่า "กระดูกสันหลังคด" เป็นโรคของเด็กและวัยรุ่นเท่านั้น เมื่อตรวจพบในผู้สูงอายุ คนไข้และครอบครัวมักตกใจ และเข้าใจว่าต้องผ่าตัดดัดกระดูกอย่างเดียว
ความจริงคือ "Degenerative Scoliosis" หรือกระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม เป็นภาวะที่พบในผู้ใหญ่อายุเกิน 50 ปีบ่อยมาก โดยไม่ได้เกิดจากกระดูกผิดรูปตั้งแต่เด็ก แต่เกิดจากหมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกสันหลังที่เสื่อมไม่เท่ากันทั้งสองข้าง ทำให้กระดูกเอียงและบิดออกด้านข้างทีละน้อย
ส่วนใหญ่คนไข้กลุ่มนี้ "ไม่ต้องผ่าตัด" หากได้รับการดูแลด้วยแนวทาง Conservative Treatment ที่เหมาะสม ตามคำแนะนำของ American College of Physicians (ACP) ในปี 2017 ที่แนะนำให้เริ่มด้วยวิธีไม่ผ่าตัดก่อนเสมอในผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรัง [1]
―――
โรคนี้คืออะไร
ลองนึกภาพ "เสาบ้านที่ทำจากท่อนไม้วางเรียงต่อกัน" ระหว่างท่อนไม้แต่ละท่อน มี "เบาะรองหมอน" คั่นไว้เพื่อกันการกระแทก ในคนหนุ่มสาว เบาะหมอนเหล่านี้หนานุ่ม กระดูกแต่ละท่อนวางตรงเป็นเส้นเดียวกัน
แต่เมื่ออายุมากขึ้น เบาะหมอน หรือ "หมอนรองกระดูก" เริ่มยุบและเสื่อม บางคนยุบทั้งสองข้างเท่ากัน กระดูกก็ยังตรง แต่บางคนยุบข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง กระดูกจึงเอียงไปทางที่ยุบมาก เกิดเป็นกระดูกสันหลังคดที่เรียกว่า Degenerative Scoliosis [2]
เมื่อกระดูกเอียง โพรงประสาทไขสันหลังที่ปกติเป็นช่องตรง ก็จะแคบลงด้านหนึ่ง ทำให้รากประสาทถูกบีบ เกิดอาการ "ปวดร้าวลงขา" ที่เรียกว่า Radiculopathy นั่นเอง
―――
อาการสำคัญที่ต้องรู้
คนไข้ส่วนใหญ่จะมีอาการ 3 กลุ่มหลัก
"กลุ่มแรก" ปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะหลังส่วนล่าง ปวดมากขึ้นเมื่อยืนนานหรือเดินไกล แต่ดีขึ้นเมื่อนั่งหรือก้มตัว
"กลุ่มที่สอง" ปวดร้าวลงขา ตามแนวเส้นประสาท อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้าง บางคนรู้สึกชา หรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง
"กลุ่มที่สาม" เดินไกลไม่ได้ ต้องหยุดพักทุก 100-200 เมตร เพราะปวดน่องและขาทั้งสองข้าง อาการนี้เรียกว่า Neurogenic Claudication เป็นสัญญาณของโพรงประสาทตีบแคบจากกระดูกที่คด
―――
ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย
[1] อายุเกิน 50 ปี โดยเฉพาะ 60-80 ปี
[2] เพศหญิงพบบ่อยกว่าชาย โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือนที่กระดูกบางลง
[3] ภาวะกระดูกพรุน Osteoporosis ทำให้กระดูกยุบไม่เท่ากัน
[4] อาชีพหรือกิจกรรมที่ก้มยกของหนักเป็นประจำตลอดชีวิต
[5] ประวัติบาดเจ็บกระดูกสันหลัง หรือเคยผ่าตัดหลังมาก่อน
―――
การวินิจฉัย
แพทย์จะเริ่มจากซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ ความรู้สึกของขา และรีเฟล็กซ์ จากนั้นส่งภาพถ่ายเอกซเรย์ในท่ายืน เพื่อวัด "มุม Cobb" ที่บอกว่ากระดูกคดกี่องศา
หากมุมเกิน 10 องศา ถือว่ามี Scoliosis และหากคนไข้มีอาการปวดร้าวลงขา แพทย์จะพิจารณาส่ง MRI เพิ่ม เพื่อดูว่ารากประสาทเส้นไหนถูกบีบ และโพรงประสาทตีบที่ระดับใด
―――
แนวทางการรักษา ขั้น Step-Up
การรักษากระดูกสันหลังคดจากความเสื่อมในผู้สูงอายุ ใช้หลัก "ขั้นบันได" คือเริ่มจากวิธีเบาที่สุดก่อน หากไม่ดีขึ้นค่อยขยับขึ้นทีละขั้น
"ขั้นที่หนึ่ง" ปรับพฤติกรรม ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ใช้ความร้อนความเย็นบรรเทา
"ขั้นที่สอง" กายภาพบำบัด เน้นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อหลัง
"ขั้นที่สาม" ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ และยากลุ่ม NSAIDs ตามความเหมาะสม
"ขั้นที่สี่" Ultrasound-Guided Epidural Steroid Injection การฉีดยาสเตียรอยด์ขนาดต่ำเข้าโพรงประสาทไขสันหลัง โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงนำทาง เพื่อลดการอักเสบของรากประสาทที่ถูกบีบ
"ขั้นที่ห้า" พิจารณาผ่าตัด เฉพาะกรณีที่อาการรุนแรง มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบ Conservative
―――
Ultrasound-Guided Epidural Injection คืออะไร
เทคนิคนี้คือการฉีดยาสเตียรอยด์ขนาดต่ำ ผสมกับยาชา เข้าไปในโพรงประสาทไขสันหลัง บริเวณรากประสาทที่อักเสบ โดยใช้เครื่อง Ultrasound เป็น "ตาที่สาม" ให้แพทย์มองเห็นเข็มและตำแหน่งกระดูกแบบ Real-Time ตลอดการฉีด
ข้อดีของการใช้ Ultrasound นำทางเทียบกับ Fluoroscopy แบบเดิมคือ ไม่ต้องใช้รังสีเอกซเรย์ ปลอดภัยกว่าทั้งคนไข้และแพทย์ ทำได้รวดเร็ว และทำที่คลินิกได้เลย
งานวิจัยของ Park และคณะ ในปี 2013 เปรียบเทียบ Ultrasound-Guided กับ Fluoroscopy-Guided Caudal Epidural Steroid Injection ในคนไข้ปวดร้าวลงขา 120 ราย พบว่าทั้งสองวิธีให้ผลลดปวดและฟื้นฟูการทำงานเท่ากัน แต่ Ultrasound ไม่ต้องใช้รังสี ทำให้ปลอดภัยกว่าในระยะยาว [5]
งานวิเคราะห์อภิมานของ Chou และคณะ ในวารสาร Annals of Internal Medicine ปี 2015 รวบรวม RCT 30 การศึกษา พบว่า Epidural Steroid Injection ช่วยลดปวดและฟื้นฟูการทำงานในคนไข้ปวดร้าวลงขาได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือนแรก [3]
งานวิจัย RCT ของ Friedly และคณะในวารสาร New England Journal of Medicine ปี 2014 ในคนไข้สูงอายุที่มีโพรงประสาทตีบ พบว่ากลุ่มที่ได้สเตียรอยด์ร่วมกับยาชา มีการลดปวดและเพิ่มการทำงานในช่วง 3-6 สัปดาห์แรก [4]
―――
เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด
แม้ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด แต่มีบางสถานการณ์ที่ควรพิจารณา ได้แก่ กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงรุนแรง ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ปวดมากจนไม่สามารถเดินหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ และไม่ตอบสนองต่อการรักษา Conservative อย่างเต็มที่นานเกิน 3-6 เดือน
―――
พยากรณ์โรคและภาวะแทรกซ้อนถ้าไม่รักษา
[1] อาการปวดเรื้อรังนานขึ้น คุณภาพชีวิตลดลง
[2] กระดูกอาจคดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1-3 องศาต่อปี โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
[3] การเดินไกลทำได้ลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อน้อย Sarcopenia
[4] ภาวะซึมเศร้าและการขาดสังคม จากการเคลื่อนไหวที่จำกัด
[5] ในรายที่เป็นรุนแรง อาจมีรากประสาทถูกบีบจนกล้ามเนื้ออ่อนแรงถาวร
―――
วิธีดูแลตัวเองและป้องกัน
[1] ออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ โยคะอ่อนๆ
[2] หลีกเลี่ยงการก้มยกของหนัก ใช้ท่ายกที่ถูกต้องโดยย่อเข่าก่อน
[3] ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ลดภาระต่อกระดูกสันหลัง
[4] เสริมความแข็งแรงของกระดูกด้วยแคลเซียม วิตามิน D และการตรวจวัดมวลกระดูกในผู้สูงอายุ
[5] พบแพทย์เมื่อมีอาการปวดร้าวลงขานานเกิน 2 สัปดาห์ ไม่ปล่อยให้เรื้อรัง
―――
คำถามที่พบบ่อย
"ฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไขสันหลังอันตรายไหม"
สเตียรอยด์ขนาดต่ำที่ใช้ใน Epidural Injection เป็นขนาดที่ปลอดภัย หากฉีดโดยแพทย์ที่ชำนาญและใช้ Ultrasound นำทาง ความเสี่ยงจะต่ำมาก งานทบทวนของ Bicket และคณะ ในปี 2015 ระบุว่าภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบน้อยมากเมื่อปฏิบัติตามมาตรฐาน
"ฉีดได้บ่อยแค่ไหน"
แนวทางมาตรฐานคือ ฉีดได้ 3-4 ครั้งต่อปี โดยเว้นระยะแต่ละครั้งอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นกับการตอบสนองของแต่ละราย
"ผ่าตัดกับฉีดยา อย่างไหนดีกว่า"
ขึ้นกับความรุนแรงของอาการและกระดูกที่คด ในรายที่อาการไม่รุนแรงและไม่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง การฉีดยาร่วมกับกายภาพบำบัดให้ผลดี โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดใหญ่ในผู้สูงอายุ
"กระดูกที่คดแล้วจะกลับมาตรงได้ไหม"
กระดูกที่คดจากความเสื่อมจะไม่กลับมาตรงเอง แต่การรักษาเป้าหมายคือ "ลดปวด ฟื้นฟูการเดิน และคงคุณภาพชีวิต" ไม่ใช่ดัดกระดูกให้ตรง
"หลังฉีดต้องพักนานไหม"
ส่วนใหญ่หลังฉีดสามารถกลับบ้านได้ภายใน 30-60 นาที พักผ่อน 1-2 วัน หลีกเลี่ยงการยกของหนักประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
―――
สรุปสำคัญ
[1] Degenerative Scoliosis เป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ไม่ใช่โรคของเด็กเพียงอย่างเดียว
[2] อาการสำคัญคือ ปวดหลัง ปวดร้าวลงขา และเดินไกลไม่ได้
[3] แนวทางการรักษาที่ได้รับการยอมรับระดับโลกคือ Conservative Treatment เริ่มจากเบาไปหนัก
[4] Ultrasound-Guided Epidural Injection เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย แม่นยำ และเห็นผลเร็ว เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการหลีกเลี่ยงรังสีและการผ่าตัด
[5] คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการดูแลที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ
―――――――――――――――――――――――
หมายเหตุทางการแพทย์
ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากท่านมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา หรือเดินไกลไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างเหมาะสมครับ
ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ – ธนินนิตย์คลินิก
Line OA: @doctorkeng โทร: 088-252-3466 เว็บไซต์: doctorkeng.com
―――――――――――――――――――――――
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #ปวดหลังร้าวลงขา #กระดูกสันหลังคด #DegenerativeScoliosis #ฉีดยาแก้ปวดหลัง #UltrasoundGuidedInjection #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #ปวดหลังผู้สูงอายุ #คลินิกเชียงใหม่ #BackPain #Scoliosis #EpiduralInjection #UltrasoundGuided #SpinalStenosis
―――――――――――――――――――――――
เอกสารอ้างอิง
[1] Qaseem A, Wilt TJ, McLean RM, Forciea MA; Clinical Guidelines Committee of the American College of Physicians. Noninvasive treatments for acute, subacute, and chronic low back pain: a clinical practice guideline from the American College of Physicians. Ann Intern Med. 2017;166(7):514-30. doi:10.7326/M16-2367
[2] York PJ, Kim HJ. Degenerative scoliosis. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017;10(4):547-58. doi:10.1007/s12178-017-9445-0
[3] Chou R, Hashimoto R, Friedly J, Fu R, Bougatsos C, Dana T, et al. Epidural corticosteroid injections for radiculopathy and spinal stenosis: a systematic review and meta-analysis. Ann Intern Med. 2015;163(5):373-81. doi:10.7326/M15-0934
[4] Friedly JL, Comstock BA, Turner JA, Heagerty PJ, Deyo RA, Sullivan SD, et al. A randomized trial of epidural glucocorticoid injections for spinal stenosis. N Engl J Med. 2014;371(1):11-21. doi:10.1056/NEJMoa1313265
[5] Park Y, Lee JH, Park KD, Ahn JK, Park J, Jee H. Ultrasound-guided vs. fluoroscopy-guided caudal epidural steroid injection for the treatment of unilateral lower lumbar radicular pain: a prospective, randomized, single-blind clinical study. Am J Phys Med Rehabil. 2013;92(7):575-86. doi:10.1097/PHM.0b013e318292356b
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น