สัญญาณเตือนภัยจากส่วนลึกของแผ่นหลัง... แค่ปวดเมื่อยธรรมดา หรือโครงสร้างกระดูกสันหลังของคุณกำลังทรุดตัวลงอย่างช้าๆ?
ลองจินตนาการถึงเช้าวันธรรมดาวันหนึ่งที่คุณกำลังก้มลงผูกเชือกรองเท้า หรือเอื้อมมือไปหยิบปากกาที่หล่นลงบนพื้น แต่จู่ๆ ก็มีอาการเจ็บแปล๊บลึกๆ วิ่งพล่านขึ้นมาจากบริเวณส่วนเอว อาการปวดนั้นรุนแรงและฉับพลันจนทำให้แผ่นหลังของคุณแข็งทื่อ ไม่สามารถยืดตัวกลับขึ้นมายืนตรงได้ตามปกติ สมองส่วนสัญชาตญาณความกลัวและการเอาตัวรอดของคุณจะเริ่มตื่นตัวและส่งสัญญาณเตือนทันทีว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย มือที่เคยหยิบจับทำอะไรได้ดั่งใจ แผ่นหลังที่เคยพาคุณเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ เริ่มอ่อนแรงและไร้เสถียรภาพลงอย่างน่าตกใจในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักคิดไปเองตามตรรกะความเคยชินว่านี่คงเป็นแค่ อาการกล้ามเนื้อหลังอักเสบธรรมดา จากการนั่งทำงานนานๆ หรือแค่อาการเมื่อยล้าสะสม เดี๋ยวนวดเค้นสักพักก็น่าจะหายดี แต่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวทางการแพทย์คือ ความเข้าใจผิดนี้อาจกำลังนำพาคุณไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพอย่างถาวรโดยไม่รู้ตัว
ความน่ากลัวของอาการปวดหลังเอวเรื้อรังก็คือ มันทำตัวเหมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทำลายคุณภาพชีวิตของคุณทีละน้อย จากเดิมที่ปวดเฉพาะเวลาที่ต้องนั่งเก้าอี้ทำงานนานๆ หรือตอนที่ต้องยกของหนัก อาการจะเริ่มลุกลามและทวีความรุนแรงขึ้นจนรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน แม้แต่ในเวลาที่คุณกำลังนั่งขับรถ พักผ่อนดูทีวี หรือแม้กระทั่งตอนที่กำลังพลิกตัวนอนบนเตียง สมองส่วนคิดวิเคราะห์ของคุณจะเริ่มพยายามหาข้ออ้างมาสนับสนุนว่าคงไม่เป็นอะไรมาก แต่หากคุณยังคงเพิกเฉยและฝืนใช้งานโครงสร้างแผ่นหลังที่บาดเจ็บต่อไป วันหนึ่งคุณอาจจะต้องช็อกเมื่อพบว่าอาการปวดนั้นได้แปรสภาพกลายเป็นความชาและอาการอ่อนแรงที่ลุกลามลงไปที่ปลายนิ้วเท้า จนทำให้คุณไม่สามารถเดินระยะไกลได้อีกต่อไป
ฝันร้ายของวิศวกรหนุ่มกับการนวดดัดหลังที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล
หมออยากเล่าเรื่องราวของคุณทวี ชายวัยทำงานอายุ 42 ปี ผู้ประกอบอาชีพเป็นวิศวกรควบคุมไซต์งานก่อสร้างที่ต้องนั่งรถกระบะเดินทางไปตรวจงานตามจังหวัดต่างๆ และต้องนั่งประชุมหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจแบบแปลนวันละหลายชั่วโมง วันหนึ่งคุณทวีเริ่มรู้สึกมีอาการปวดตื้อๆ ลึกๆ ที่แผ่นหลังส่วนล่าง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องนั่งเก้าอี้ทำงานนานเกินหนึ่งชั่วโมง หรือเวลาที่ต้องก้มๆ เงยๆ ตรวจงาน ด้วยความที่คิดว่าเป็นเพียงแค่อาการออฟฟิศซินโดรมธรรมดาประกอบกับความกลัวที่จะต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาล เขาจึงเลือกที่จะเดินเข้าร้านนวดแผนโบราณเพื่อให้หมอนวดช่วยเน้นเค้น คลึง และขึ้นไปเหยียบบดขยี้แผ่นหลังพร้อมทั้งดัดข้อกระดูกสันหลังอย่างรุนแรงเพื่อหวังทางลัดให้หายเร็วก่อนวันส่งมอบงาน
ผลลัพธ์ที่ตามมาหลังจากการนวดเค้นและดัดหลังอย่างรุนแรงกลับกลายเป็นฝันร้ายที่เขาไม่มีวันลืม แผ่นหลังส่วนล่างของคุณทวีบวมเป่งและระบมอย่างหนัก อาการปวดทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นความรู้สึกเจ็บเสียวแปล๊บเหมือนมีกระแสไฟช็อตวิ่งพุ่งทะลุจากเอวร้าวลงไปที่ต้นขาและน่องตลอดเวลา แค่ก้าวขาเดินเบาๆ ก็เจ็บร้าวลึกซึ้งจนน้ำตาซึม กระทั่งในเช้าวันถัดมาเขาไม่สามารถลุกขึ้นมาจากเตียงนอนได้เองเพราะขารู้สึกชาหนาและไม่มีแรงยก ความเครียดและความวิตกกังวลพุ่งสูงขึ้นจนสมองหลั่งสารแห่งความเครียดออกมาอย่างท่วมท้น เขาเริ่มกลัวว่าจะต้องกลายเป็นคนอัมพฤกษ์และสูญเสียอาชีพวิศวกรที่รักไป สิ่งที่คุณทวีทำพลาดไปคือการปล่อยให้สมองส่วนอารมณ์นำทางไปหาวิธีการรักษาที่ผิดวิธี การนวดดัดหลังในขณะที่หมอนรองกระดูกซ่อนความเสื่อมและมีรอยฉีกขาดอยู่ภายใน เปรียบเสมือนการนำค้อนไปทุบซ้ำลงบนอาคารที่ฐานรากกำลังแตกร้าว มันเข้าไปฉีกกระชากและซ้ำเติมให้โครงสร้างสันหลังเสียหายหนักหนาสาหัสกว่าเดิมหลายเท่า
โช้คอัพสปริงยางจิ๋ว: เมื่อส่วนประกอบเก็บกักน้ำในแผ่นหลังเริ่มแห้งเหี่ยว
เพื่อให้อ่านแล้วเห็นภาพและเข้าใจกลไกภายในร่างกายได้อย่างง่ายดายที่สุด หมออยากให้ทุกคนลองนึกภาพเปรียบเทียบโครงสร้างกระดูกสันหลังของมนุษย์เรากับ ระบบช่วงล่างของรถยนต์หรูที่มีโช้คอัพสปริงยางจิ๋ว คอยซับแรงกระแทกเวลาวิ่งผ่านเส้นทางที่ขรุขระ โดยมีแท่งกระดูกสันหลังทำหน้าที่เป็นแกนเหล็กหลัก และมี หมอนรองกระดูกสันหลัง ซ่อนอยู่ตรงกลางระหว่างกระดูกแต่ละข้อ หมอนรองกระดูกนี้มีโครงสร้างคล้ายกับ ขนมปังเนื้อนุ่มที่สอดไส้เยลลี่เหลว ไว้ตรงกลาง ตัวเยลลี่นี้ประกอบไปด้วยน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ทำหน้าที่คอยกระจายน้ำหนักซับแรงกระแทกและช่วยให้เราสามารถก้ม เงย หรือเอี้ยวตัวได้อย่างยืดหยุ่นในชีวิตประจำวัน
เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น ร่วมกับการใช้งานแผ่นหลังอย่างหักโหม นั่งแช่อยู่กับเก้าอี้เป็นเวลานาน หรือได้รับแรงกระแทกซ้ำๆ ไส้เยลลี่เหลวภายในหมอนรองกระดูกจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการกักเก็บน้ำ ทำให้หมอนรองกระดูกแห้งเหี่ยว ฟีบแบนลง และสูญเสียความยืดหยุ่น เปรียบเสมือนโช้คอัพยางของรถยนต์ที่เสื่อมสภาพจนเนื้อยางแตกร้าวและแห้งกรอบ เมื่อโช้คอัพชิ้นจิ๋วนี้เริ่มฟีบลง แท่งกระดูกสันหลังที่อยู่ด้านบนและด้านล่างจะเริ่มขยับเข้ามาเบียดชิดกันมากขึ้น ทำให้ผิวข้อต่อกระดูกด้านหลังต้องรับแรงกดทับที่มากเกินปกติ เกิดการสึกหรอ เสียดสีอักเสบ และมีแง่งกระดูกงอกยื่นออกมา ยิ่งหากมีแรงกระแทกฉับพลัน ไส้เยลลี่ที่แห้งเหี่ยวอาจจะดันทะลุเปลือกขนมปังที่แตกร้าวออกไปกดเบียดเส้นประสาทหลักที่วิ่งอยู่ด้านหลัง เกิดเป็นความทรมานทางระบบประสาทตามมาในที่สุด
ทำความรู้จักพยาธิสภาพของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเริ่มเสื่อม
ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน อาการปวดหลังเอวที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความสึกหรอของโครงสร้างซับแรงกระแทกนี้ เรียกว่า โรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม (Lumbar Disc Degeneration) ซึ่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นในส่วนลึกของข้อต่อสันหลัง โดยเริ่มต้นจากการสูญเสียสารอาหารและน้ำในเนื้อเยื่อหมอนรองกระดูก ส่งผลให้ความสูงของหมอนรองกระดูกลดลง แนวแรงที่ผ่านกระดูกสันหลังผิดเพี้ยนไป นำไปสู่การอักเสบของผิวข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนหลัง และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างหินปูนหรือแง่งกระดูกงอกยื่นออกมาเพื่อพยายามรักษาความมั่นคงของข้อต่อเอาไว้
เมื่อโรคนี้เริ่มคืบคลานเข้ามา คนไข้ส่วนใหญ่มักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดตื้อลึกๆ บริเวณบั้นเอว ซึ่งมักจะเป็นมากขึ้นในขณะที่นั่งเก้าอี้นานๆ นั่งรถยนต์ระยะไกล หรือในขณะที่ก้มตัวลงไปยกของ เนื่องจากในท่าทางเหล่านี้ หมอนรองกระดูกจะได้รับแรงกดดันภายในสูงที่สุด แต่ในระยะเริ่มแรกนี้ อาการปวดอาจจะยังไม่ร้าวลงขา ตราบใดที่เนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกที่เสื่อมสภาพยังไม่ยื่นลิ้นออกไปเบียดโดนรากเส้นประสาทหลัก อย่างไรก็ตาม ความเสื่อมที่สะสมอยู่ภายในจะทำให้อาการปวดหลังเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง และหากปล่อยทิ้งไว้จนโครงสร้างข้อต่อหลวมคลอน ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างผังผืดและกระดูกงอกมาบีบรัดช่องทางเดินเส้นประสาทให้แคบลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นโรคช่องกระดูกสันหลังตีบแคบในระยะยาว
5 ปัจจัยเสี่ยงที่เร่งให้หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวพังทลายก่อนเวลาอันควร
การนั่งทำงานหรือขับรถติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ท่าทางที่นั่งแช่อยู่กับที่ยาวนานจะเพิ่มแรงกดจำเพาะลงบนหมอนรองกระดูกส่วนล่างสูงกว่าท่ายืนถึงสองเท่า เร่งให้หมอนรองกระดูกขาดเลือดและแห้งเหี่ยวเร็วขึ้น
พฤติกรรมการยกของหนักด้วยท่าทางที่ผิดสรีระ การก้มหลังลงไปยกของโดยไม่ย่อเข่า แรงบิดและน้ำหนักทั้งหมดจะวิ่งตรงเข้าบดขยี้หมอนรองกระดูกส่วนเอวโดยตรง ส่งผลให้ปลอกหมอนรองกระดูกเกิดรอยฉีกขาดฉับพลัน
ภาวะน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐานและอ้วนลงพุง น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะทำหน้าที่เหมือนลูกตุ้มถ่วงเหล็กที่กดทับโครงสร้างสันหลังอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้หมอนรองกระดูกต้องรับภาระหนักจนทรุดตัวก่อนวัยอันควร
พฤติกรรมการสูบบุหรี่จัดเป็นประจำทุกวัน สารพิษจากควันบุหรี่จะเข้าไปทำลายและอุดตันเส้นเลือดฝอยขนาดจิ๋วที่นำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก ทำให้เซลล์หมอนรองกระดูกฝ่อตัวและเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
การขาดการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เมื่อกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังอ่อนแอ โครงสร้างกระดูกสันหลังจะต้องรับแรงกระแทกและน้ำหนักตัวทั้งหมดโดยไม่มีเกราะกำบังตามธรรมชาติคอยช่วยพยุง
เจาะลึกนวัตกรรมการสืบค้นและวินิจฉัยโรคเพื่อล็อกพิกัดรอยโรค
เมื่อคนไข้ก้าวเท้าเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทาง กระบวนการค้นหาความจริงจะเริ่มต้นขึ้นจากการตรวจร่างกายทางระบบประสาทและกระดูกอย่างละเอียด แพทย์จะทำการทดสอบการกระดกข้อเท้า ตรวจเช็คกำลังกล้ามเนื้อขา ตรวจสอบการรับรู้ความรู้สึกที่ผิวหนัง และทำการยกขาของผู้ป่วยขึ้นในท่ายืดตรงเพื่อตรวจสอบว่ามีการตึงรั้งของเส้นประสาทหรือไม่ การส่งตรวจภาพถ่ายรังสี เอกซเรย์ (X-ray) จะถูกนำมาใช้เป็นด่านแรกเพื่อฉายภาพจำลองโครงสร้างกระดูกในมุมกว้าง ค้นหาแง่งกระดูกงอก ตรวจสอบแนวการเรียงตัวของกระดูกสันหลัง และวัดระยะห่างช่องว่างระหว่างข้อกระดูกว่าแคบลงจนบ่งบอกถึงภาวะหมอนรองกระดูกทรุดตัวมากน้อยเพียงใด
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ถือเป็นเครื่องมือมาตรฐานสูงสุดที่จะช่วยฉายภาพจำลองสามมิติ แสดงให้เห็นปริมาณน้ำที่ลดลงภายในหมอนรองกระดูก รอยฉีกขาดของปลอกหมอนรองกระดูก และทิศทางการยื่นลิ้นของหมอนรองกระดูกที่เข้าไปกดทับรากเส้นประสาทได้อย่างละเอียดแม่นยำที่สุด
แนวทางการรักษาจากเบาไปหาหนัก: ฟื้นฟูโครงสร้างแผ่นหลังให้แข็งแรงโดยไม่ต้องผ่าตัด
การปรับสรีระพฤติกรรมและการจัดระเบียบร่างกายใหม่ นี่คือหัวใจสำคัญในการตัดรากถอนโคนโรค คนไข้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการนั่งแช่นานเกิน 50 นาที จัดท่าทางโต๊ะทำงานให้สุขลักษณะ และงดเว้นการก้มตัวยกของหนักชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้หมอนรองกระดูกได้พักฟื้น
การบำบัดรักษาทางกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี นักกายภาพบำบัดจะใช้เครื่องมือคลื่นความร้อนลึก เลเซอร์พลังงานสูง หรือเครื่องดึงกระดูกสันหลังชนิดพิเศษเพื่อช่วยลดแรงอัดภายในข้อ ร่วมกับการออกแบบท่าออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอย่างปลอดภัย
การใช้ยากลุ่มระงับการอักเสบเพื่อควบคุมรอยโรค การรับประทานยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ชนิดจำเพาะ ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ และยาบำรุงปลายประสาทในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อเข้าไปตัดวงจรความเจ็บปวดและลดกระบวนการอักเสบภายในข้อต่อสันหลัง
การฉีดยาระงับการอักเสบเฉพาะจุดใต้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง หากอาการปวดไม่ทุเลา แพทย์จะใช้เครื่องอัลตราซาวด์สแกนค้นหาข้อต่อสันหลังหรือช่องเส้นประสาทที่มีการอักเสบได้อย่างแม่นยำในระดับมิลลิเมตร จากนั้นจึงทำการดีไซน์ปลายเข็มจิ๋วฉีดน้ำเกลือผสมยาลดอักเสบหรือสารสกัดพลาสมาเข้มข้นเข้าไปดับไฟการอักเสบและลอกผังผืดออกโดยตรง ช่วยให้เส้นประสาทเป็นอิสระและฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัยสูงสุด
การผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคปแผลเล็กจิ๋ว จะถูกนำมาพิจารณาเป็นทางเลือกสุดท้ายเฉพาะในรายที่มีการกดทับเส้นประสาทรุนแรงจนขาอ่อนแรงควบคุมขับถ่ายไม่ได้ ปัจจุบันเป็นการผ่าตัดส่องกล้องขนาดเล็กแผลเท่าปลายนิ้วก้อยเพื่อเข้าไปหยิบเอาส่วนกระดูกอ่อนที่ปลิ้นกดทับออก เจ็บตัวน้อยมากและไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน
พยากรณ์โรค: โอกาสในการกลับคืนสู่ชีวิตที่ไร้ความเจ็บปวด
คำถามที่คนไข้ทุกคนมีความกังวลใจและอยากรู้มากที่สุดคือ โรคหมอนรองกระดูกเสื่อมระยะแรกเริ่มนี้รักษาหายขาดไหม?หมอขอตอบให้สบายใจและลดความวิตกกังวลลงได้เลยครับว่า ผู้ป่วยมากกว่า 85-90% สามารถรักษาให้อาการปวดหายสนิทและกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการผ่าตัดเลยครับ ระยะเวลาในการรักษาและฟื้นฟูโครงสร้างโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 6-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระดับความร่วมมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวคนไข้เองและการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม กระบวนการเสื่อมสภาพของหมอนรองกระดูกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถย้อนคืนให้กลับมาเต่งตึงเหมือนวัยหนุ่มสาวได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ การรักษาจึงเป็นการทำให้อาการอักเสบหายไปและสร้างกล้ามเนื้อมาพยุงข้อต่อให้มั่นคง ดังนั้น โรคนี้จึงมีโอกาสที่จะกลับมาเกิดอาการปวดซ้ำได้อีกในอนาคต หากคนไข้ชะล่าใจแล้วกลับไปลุยใช้งานแผ่นหลังอย่างหักโหม นั่งแช่ผิดท่าทาง หรือปล่อยให้น้ำหนักตัวพุ่งสูงขึ้นจนโครงสร้างสันหลังต้องรับภาระหนักอีกครั้ง
ภาวะแทรกซ้อนอันตรายจากการปล่อยปละละเลยความเจ็บปวด
หากคุณเลือกที่จะฝืนทนต่อความปวดหลังเอวและปล่อยให้หมอนรองกระดูกทรุดเสื่อมตัวลงเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โครงสร้างกระดูกสันหลังของคุณจะเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดความเสถียรภาพอย่างรุนแรง สิ่งแทรกซ้อนที่จะตามมาคือ ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนปลิ้นกดทับเส้นประสาทอย่างเฉียบพลัน ปลอกหมอนรองกระดูกที่แตกออกจะปล่อยให้เนื้อเยื่อภายในหลุดพุ่งยื่นออกไปเบียดขยี้รากเส้นประสาทหลัก ส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าวลงขาอย่างรุนแรงและเกิดอาการชาหนาที่ปลายนิ้วเท้า
ในระยะยาว เมื่อข้อต่อสันหลังหลวมคลอน ร่างกายจะเร่งสร้างแง่งกระดูกงอกและผังผืดหนาตัวขึ้นมาบีบรัดช่องทางเดินของระบบประสาทจนนำไปสู่ โรคช่องกระดูกสันหลังตีบแคบกดทับเส้นประสาทเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เส้นประสาทขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง คนไข้จะมีอาการขาอ่อนแรง เดินได้ระยะทางสั้นลงเรื่อยๆ ขาจะลีบลง และในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจเกิดภาวะกดทับเส้นประสาทส่วนปลายที่ควบคุมการขับถ่าย ทำให้สูญเสียความสามารถในการกักเก็บปัสสาวะและอุจจาระ กลายเป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่างที่ยากจะกู้คืนชีวิตปกติกลับมาได้
5 วิธีป้องกันเพื่อเซฟหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวให้ปลอดภัยยาวนาน
เปลี่ยนอิริยาบถและลุกขึ้นขยับร่างกายทุกๆ 50 นาที หลีกเลี่ยงการนั่งเก้าอี้ทำงานหรือขับรถยนต์ติดต่อกันยาวนาน ตั้งเวลาเตือนให้ลุกขึ้นยืนบิดแกว่งแขนเพื่อลดแรงกดดันสะสมภายในหมอนรองกระดูก
ฝึกฝนการยกสิ่งของหนักจากพื้นด้วยสรีระท่าทางที่ถูกต้อง ย่อเข่าลงให้ชิดกับสิ่งของที่จะยก ยืดแผ่นหลังให้ตรง และออกแรงยกขึ้นด้วยกล้ามเนื้อต้นขาแทนการก้มหลังลงไปดึงของขึ้นมา
หมั่นออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเป็นประจำ ฝึกท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง เช่น ท่าแพลนก์ หรือท่ายืดสะโพกเบาๆ เพื่อสร้างสายรัดประคองกระดูกสันหลังตามธรรมชาติ
ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ปลอดภัย ลดการรับประทานอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลเพื่อลดไขมันสะสมรอบเอว ช่วยลดภาระแรงกดทับจำเพาะที่หมอนรองกระดูกส่วนล่างต้องแบกรับตลอดเวลา
งดเว้นการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาดเพื่อระบบไหลเวียนโลหิตที่ดี การหยุดสูบบุหรี่จะช่วยให้เส้นเลือดฝอยรอบกระดูกสันหลังขยายตัว สามารถนำพาสารอาหารและออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงเยียวยาหมอนรองกระดูกได้อย่างเต็มที่
ไขข้อข้องใจรอบด้านเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเริ่มเสื่อม
Q: อาการปวดหลังธรรมดา กับ ปวดหลังที่เกิดจากหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อม มีจุดสังเกตแยกแยะอย่างไร?
A: จุดสังเกตที่ชัดเจนคืออาการสัมพันธ์กับท่าทางครับ หากเป็นอาการปวดหลังธรรมดาจากกล้ามเนื้อล้า มักจะเจ็บเวลาขยับตัวแรงๆ หรือกดเจ็บเฉพาะที่กล้ามเนื้อ นอนพักแล้วมักจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หากเป็นอาการจากหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อม คนไข้จะมีอาการปวดลึกๆ ตื้อๆ บริเวณบั้นเอวกลางหลัง ซึ่งจะเด่นชัดมากเวลาที่ต้องนั่งเก้าอี้นานๆ หรือตอนก้มหลัง และเวลาไอ จาม หรือเบ่งอุจจาระ จะรู้สึกเจ็บแปล๊บสะเทือนลึกซึ้งในแผ่นหลังเนื่องจากแรงดันในหมอนรองกระดูกพุ่งสูงขึ้นครับ
Q: เริ่มมีอาการปวดหลังเอว จำเป็นต้องได้รับการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI ทุกรายเลยไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องทำ MRI ในทุกรายตั้งแต่เริ่มต้นครับ ในระยะแรกเริ่มแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและถ่ายภาพเอกซเรย์ธรรมดาก่อน เพื่อประเมินโครงสร้างและคัดกรองโรคอื่นๆ หากอาการปวดเพิ่งเริ่มเป็นและไม่มีอาการระบบประสาท แพทย์จะรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม ทานยา และกายภาพบำบัดก่อน แต่แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจ MRI เฉพาะในรายที่รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ หรือในรายที่มีสัญญาณเตือนภัยอันตราย เช่น มีอาการปวดร้าวลงขาชัดเจน มีอาการชาหนา หรือขารู้สึกอ่อนแรงหย่อนกำลังครับ
Q: อาการปวดหลังส่วนเอวรุนแรงแค่ไหน หรือเป็นนานเท่าใด จึงควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทาง?
A: หากคุณมีอาการปวดหลังเฉียบพลันหลังประสบอุบัติเหตุรุนแรง ตกจากที่สูง หรือมีอาการปวดร่วมกับมีไข้หนาวสั่น ควรรีบมาพบแพทย์ทันทีครับ แต่หากเป็นอาการปวดค่อยเป็นค่อยไปจากการทำงาน แล้วลองนอนพัก ประคบอุ่น หรือทานยาแก้ปวดเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ หรืออาการปวดทวีความรุนแรงขึ้นจนรบกวนการนอนหลับ รวมเริ่มมีอาการเสียวแปล๊บร้าวลงขา มีอาการชาที่น่องหรือเท้า แนะนำว่าห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อทันทีเพื่อตรวจเช็คก่อนรอยโรคจะลุกลามครับ
สรุปสาระสำคัญที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจเพื่อปกป้องโครงสร้างแผ่นหลัง
โรคหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อมระยะแรก เริ่มต้นจากการสูญเสียน้ำในเนื้อเยื่อเยลลี่จิ๋ว ส่งผลให้โช้คอัพแผ่นหลังฟีบแบนลง
ตรรกะการรักษาด้วยการไปกดเน้น ดัด บิด หรือเหยียบแผ่นหลังในขณะที่หมอนรองกระดูกแตกร้าวอักเสบ จะยิ่งซ้ำเติมให้โครงสร้างพังทลายรุนแรงขึ้น
นวัตกรรมการวินิจฉัยในปัจจุบันมีความก้าวหน้าสูง แพทย์สามารถใช้อัลตราซาวด์ร่วมกับการเอกซเรย์ประเมินความเสื่อมและคัดแยกโรคได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ป่วยมากกว่า 85-90% สามารถรักษาหายขาดจากความเจ็บปวดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการปรับสรีระ กายภาพ และฉีดยาลดอักเสบนำทางใต้อัลตราซาวด์
การปล่อยปละละเลยอาการปวดหลังเรื้อรังลุกลาม เสี่ยงต่อภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนปลิ้นทับเส้นประสาท ขาอ่อนแรง และข้อสันหลังเสื่อมถาวรก่อนวัยอันควร
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
“เราเชื่อว่า ‘ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ’
หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง”
#ปวดหลัง #ปวดหลังส่วนเอว #หมอนรองกระดูกเสื่อม #หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม #ปวดเอว #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัดหลัง #ฉีดยาใต้อัลตราซาวด์ #โรคกระดูกและข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ThaninnitClinic #กระดูกสันหลังเสื่อม #ปวดเอวร้าวลงขา #เส้นประสาทถูกกดทับ
References
Pfirrmann CW, Metzdorf A, Zanetti M, Hodler J, Boos N. Magnetic resonance classification of lumbar intervertebral disc degeneration. Spine (Phila Pa 1976). 2001 Sep 1;26(17):1873–1878. doi:10.1097/00007632-200109010-00011. PMID: 11568697.
งานนี้เสนอเกณฑ์แบ่งระดับความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวจากภาพ MRI เป็นเกรด 1–5 โดยดูจากความสว่างของ “ไส้หมอนรอง” เส้นแบ่งกับขอบหมอนรอง และความสูงของช่องหมอนรอง ทำให้แพทย์ทั่วโลกมีภาษาเดียวกันเวลาอ่าน MRI ว่าหมอนรองเสื่อมมากน้อยแค่ไหน.Modic MT, Masaryk TJ, Ross JS, Carter JR. Imaging of degenerative disk disease. Radiology. 1988 Jul;168(1):177–186. doi:10.1148/radiology.168.1.3289089. PMID: 3289089.
บทความคลาสสิกนี้อธิบายภาพถ่ายทางรังสีต่าง ๆ ของหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ตั้งแต่ฟิล์มธรรมดา CT จนถึง MRI รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของกระดูกสันหลังรอบ ๆ เช่น “Modic change” ที่เป็นสัญญาณของการอักเสบหรือไขกระดูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ทำให้เข้าใจภาพความเสื่อมของทั้งหมอนรองและกระดูกข้างเคียงไปพร้อมกัน.Luoma K, Riihimäki H, Luukkonen R, Raininko R, Viikari-Juntura E, Lamminen A. Low back pain in relation to lumbar disc degeneration. Spine (Phila Pa 1976). 2000 Feb 15;25(4):487–492. doi:10.1097/00007632-200002150-00016. PMID: 10707396.
งานวิจัยนี้ศึกษาชายวัยทำงานกลุ่มต่าง ๆ แล้วตรวจ MRI หลังส่วนเอว พบว่าคนที่หมอนรองกระดูกเสื่อมมีโอกาสปวดหลังมากกว่าคนที่หมอนรองปกติ 2–3 เท่า โดยเฉพาะถ้ามีหมอนรองโป่งไปด้านหลังจะสัมพันธ์กับอาการปวดร้าวลงขา แสดงให้เห็นว่าภาพหมอนรองเสื่อมมีความเกี่ยวข้องกับอาการจริง แต่ปัจจัยด้านอาชีพและการใช้งานหลังก็มีผลมาก.Chang KV, Lin CP, Lin CS, Wu WT, Karmakar MK, Özçakar L. Ultrasound-guided interventions for treating low back pain: a clinical review. J Pain Res. 2017;10:1709–1719. doi:10.2147/JPR.S139073. PMID: 28790884.
บทความรีวิวนี้สรุปเทคนิคการฉีดยาระงับปวดหลังส่วนเอวโดยใช้อัลตราซาวนด์นำทาง เช่น การฉีดเข้าข้อต่อกระดูกสันหลัง เส้นประสาท และข้อ SI โดยเน้นข้อดีคือเห็นโครงสร้างได้ตรงจุด ไม่มีรังสีเอกซ์ และช่วยวางเข็มได้ปลอดภัยขึ้น หลายการศึกษารายงานว่าปวดลดลงและการเคลื่อนไหวดีขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะในศูนย์ที่มีความชำนาญและอุปกรณ์พร้อม.Cheung KM, Karppinen J, Chan D, Ho DW, Song YQ, Sham P, et al. Prevalence and pattern of lumbar magnetic resonance imaging changes in a population study. Spine (Phila Pa 1976). 2009 Apr 20;34(9):934–940. doi:10.1097/BRS.0b013e3181a01b3f. PMID: 19532001.
การศึกษานี้ถ่าย MRI หลังส่วนเอวในคนทั่วไปกว่า 1,000 คน พบว่าคนหนุ่มสาวอายุน้อยกว่า 30 ปีก็มีหมอนรองเสื่อมได้ถึงประมาณ 40% และตัวเลขนี้เพิ่มเป็นมากกว่าร้อยละ 90 ในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป หมอนรองที่เสื่อมมากขึ้นมีความสัมพันธ์กับอาการปวดหลัง และมักเสื่อมเด่นที่ระดับ L4–L5 และ L5–S1 ทำให้เข้าใจว่า “หมอนรองเสื่อม” เป็นเรื่องพบได้บ่อยตามวัย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องผ่าตัด.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น