ปวดหลังไม่หาย... หรือจริงๆ ใจเราที่เครียด? ทำไมยิ่งกังวล หมอนรองกระดูกยิ่งอักเสบ
“คุณเมย์” (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทางอ่อนเพลีย
“หมอคะ ป้าเอ้ย... เมย์รักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นมา 2 เดือนแล้ว ทานยาก็แล้ว กายภาพก็ทำ แต่อาการปวดเสียวลงขามันไม่ดีขึ้นเลยค่ะ ช่วงนี้งานที่ออฟฟิศก็เร่ง ลูกก็ต้องเรียนออนไลน์ เมย์เครียดจนนอนไม่หลับ พอเครียดทีไร หลังมันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทุกที หรือว่าเมย์จะไม่หายแล้วคะ?”
คำถามของคุณเมย์สะท้อนความจริงอย่างหนึ่งที่หมอกระดูกมักจะบอกคนไข้เสมอครับว่า "ร่างกายกับจิตใจคือเรื่องเดียวกัน" โดยเฉพาะโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ ความเครียดไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่มันคือสารเคมีในร่างกายที่ส่งผลโดยตรงต่อแผลที่หลังของคุณ วันนี้หมอจะเล่าให้ฟังครับว่าความเครียดมันเข้าไป "เติมฟืนในกองไฟ" ได้อย่างไร
เมื่อ "ความเครียด" สั่งให้แผลอักเสบหนักกว่าเดิม
ลองนึกภาพว่าหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทของคุณคือ "แผลที่กำลังอักเสบ" เหมือนไฟที่กำลังลุกไหม้เล็กๆ ครับ
- ฮอร์โมนความเครียดคือ "น้ำมัน" : เวลาเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า "คอร์ติซอล" (Cortisol) และ "อะดรีนาลีน" ออกมา ซึ่งในระยะสั้นมันช่วยให้เรามีพลังรับมือปัญหา แต่ถ้าเครียดเรื้อรัง สารเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอักเสบ (Pro-inflammatory cytokines) ออกมามากขึ้น ผลคือแผลที่หมอนรองกระดูกที่ควรจะค่อยๆ แห้ง กลับ "บวมและอักเสบ" หนักกว่าเดิม
- กล้ามเนื้อ "ตั้งการ์ด" จนล้า : สังเกตไหมครับเวลาเครียด เราจะเผลอขยับไหล่ขึ้นหรือเกร็งหลังโดยไม่รู้ตัว ร่างกายทำแบบนี้เพื่อปกป้องจุดที่เจ็บ แต่การเกร็งนานๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณหมอนรองกระดูกได้น้อยลง แผลจึงหายช้าและปวดเมื่อยทับซ้อนเข้าไปอีก
- เครื่องรับสัญญาณปวด "พัง" : ความเครียดทำให้สมองส่วนที่คุมความเจ็บปวดทำงานผิดปกติ ปกติปวด 5 สมองอาจจะบอกว่า 5 แต่พอเครียดปุ๊บ สมองจะขยายสัญญาณ (Amplification) ทำให้เราปวดเพิ่มเป็น 10 ทั้งที่แผลเท่าเดิมครับ
อาการแบบไหนที่บอกว่า "ใจ" เริ่มมีผลต่อ "หลัง"
- ปวดหลังมากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงที่มีเรื่องไม่สบายใจหรือพักผ่อนน้อย
- รู้สึกไวต่อสัมผัส แค่แตะเบาๆ ก็เจ็บสะดุ้ง (Central Sensitization)
- อาการปวดเปลี่ยนตำแหน่งไปมา หรือปวดแบบอธิบายไม่ถูก (ปวดยิบๆ ปวดซ่าน)
- นอนไม่หลับ หรือตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น ซึ่งจะทำให้ความอดทนต่อความปวดลดลงในเช้าวันถัดไป
แนวทางการรักษา: รักษาที่ "หลัง" ควบคู่ไปกับการกล่อม "ใจ"
การจะหายจากหมอนรองกระดูกทับเส้นในเคสที่มีความเครียดร่วมด้วย ต้องอาศัยการรักษาแบบองค์รวมครับ:
- การรักษาทางกาย: ทานยาลดอักเสบ และหากจุดที่กดทับชัดเจน การใช้ อัลตราซาวด์นำทางฉีดยาเฉพาะจุด (Ultrasound Guided Injection) จะช่วยลดไฟอักเสบได้เร็วมาก ทำให้คนไข้เบาใจไปกว่าครึ่ง
- การรักษาทางใจ: หมอจะแนะนำให้ฝึก "หายใจลึกๆ" หรือทำสมาธิสั้นๆ เพื่อลดฮอร์โมนความเครียด เมื่อใจสงบ สารอักเสบในเลือดจะลดลง แผลที่หลังจะสมานตัวได้ดีขึ้น
- การสื่อสารที่ถูกต้อง: การพูดคุยกับหมอเพื่อลดความกังวล (เช่น กลัวอัมพาต กลัวต้องผ่าตัด) เมื่อคนไข้ "เข้าใจ" ความจริงว่าโรคนี้หายได้ ความเครียดจะลดลงทันที ซึ่งเป็นยาขนานเอกเลยครับ
พยากรณ์โรค: หายไหม?
หมอนรองกระดูกที่อักเสบจากความเครียด "หายได้แน่นอน" ครับ หากเราจัดการความกังวลได้ อาการปวดมักจะลดลงเกินครึ่งภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาด้วยซ้ำ เพราะร่างกายเรามีกลไกเยียวยาตัวเองที่มหัศจรรย์มากถ้าเราไม่ไปขัดขวางมันด้วยความเครียดครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากปล่อยให้เครียดและปวดเรื้อรังเกิน 3-6 เดือน สมองจะจดจำความปวดนั้นไว้ (Chronic Pain Memory) ซึ่งจะทำให้รักษายากขึ้นแม้หมอนรองกระดูกจะหายดีแล้วก็ตามครับ
สรุป ความปวดไม่ใช่แค่เรื่องของกระดูกและเส้นประสาท แต่เป็นเรื่องของใจด้วยครับ ถ้าวันนี้คุณปวดหลังไม่หาย ลองสำรวจดูว่ามี "ความเครียด" แฝงอยู่หรือเปล่า การรักษาที่ต้นเหตุทั้งทางกายและใจ จะช่วยให้คุณกลับมายิ้มได้เร็วขึ้นครับ
หากอ่านแล้วรู้สึกว่า "นี่มันเราชัดๆ" หรือมีความกังวลใจเรื่องแนวทางการรักษา สามารถปรึกษาหมอได้นะครับ การได้พูดคุยอธิบายให้เข้าใจคือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่ดีที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ความเครียด #จิตใจมีผลต่อความปวด #สุขภาพจิต #ปวดเรื้อรัง #ฉีดยาใต้อัลตราซาวด์ #หมอเก่ง #ดูแลตัวเอง #กระดูกและข้อ
References
- Linton SJ. (2000). A review of psychological risk factors in back and neck pain. Spine. (รวบรวมหลักฐานว่าปัจจัยทางจิตวิทยาเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของอาการปวดหลังเรื้อรัง)
- Chou R, et al. (2007). Psychosocial predictors of outcomes in localized low back pain. Archives of Internal Medicine. (อธิบายว่าความเชื่อและความกังวลส่งผลต่อผลการรักษาหมอนรองกระดูก)
- Hannibal KE, Bishop MD. (2014). Chronic Stress, Cortisol Dysfunction, and Pain: A Psychoneuroendocrine Rationale for Stress Management in Pain Rehabilitation. Physical Therapy. (เจาะลึกกลไกของคอร์ติซอลที่ทำให้ปวดเรื้อรัง)
- Vowles KE, et al. (2007). Acceptance of chronic pain: components of the construct and links to personal well-being. Pain. (การยอมรับและเข้าใจโรคช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้น)
- Main CJ, et al. (2010). Contextualizing the New Science of Low Back Pain. European Spine Journal. (ความสัมพันธ์ระหว่างสังคม จิตใจ และกายภาพในการรักษาอาการปวดหลัง)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น