วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ต่อมหมวกไตล้า หรือต่อมหมวกไตพัง? ทำไมผู้สูงอายุถึงมี "คอร์ติซอล" ต่ำจนน่าใจหาย

 



ต่อมหมวกไตล้า หรือต่อมหมวกไตพัง? ทำไมผู้สูงอายุถึงมี "คอร์ติซอล" ต่ำจนน่าใจหาย


“คุณลุงประเสริฐ” (นามสมมติ) อายุ 70 ปี มาหาหมอด้วยอาการที่ดูเหมือนจะเป็นโรคชราทั่วไป

“หมอครับ ป้าอ่อนเพลียเหลือเกิน เหมือนแบตเตอรี่มันเสื่อม ชาร์จเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม ปวดเมื่อยตัวไปหมด ความดันก็ต่ำวูบบ่อยๆ ไปตรวจร่างกายมาหลายที่เขาก็ว่าปกติ แต่ป้ารู้สึกว่าร่างกายป้ามันไม่เหมือนเดิมครับ”

เมื่อหมอส่งตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) พบว่าต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมากครับ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่คือภาวะที่ "โรงงานผลิตฮอร์โมน" หรือต่อมหมวกไตกำลังมีปัญหา วันนี้หมอจะมาเจาะลึกว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ฮอร์โมนตัวนี้ต่ำในผู้สูงอายุ และอะไรคือ "ตัวร้าย" ที่ทำลายต่อมหมวกไตของเราครับ


สาเหตุหลักที่ทำให้คอร์ติซอลต่ำในผู้สูงอายุ

คอร์ติซอลถูกสร้างจาก ต่อมหมวกไต (Adrenal Glands) ซึ่งเป็นก้อนเล็กๆ ทรงสามเหลี่ยมที่วางอยู่บนไตทั้งสองข้าง สาเหตุที่ทำให้มันทำงานน้อยลงแบ่งได้เป็น 2 ทางหลักครับ:

1. ปัญหาที่ตัวต่อมหมวกไตเอง (Primary Cause):

  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง: ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาโจมตีต่อมหมวกไตตัวเอง ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายจนผลิตฮอร์โมนไม่ได้
  • การติดเชื้อ: เช่น วัณโรค หรือเชื้อราที่แพร่กระจายไปยังต่อมหมวกไต (พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ)
  • เลือดออกในต่อมหมวกไต: มักเกิดในคนไข้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือมีภาวะช็อกรุนแรง

2. ปัญหาที่การสั่งงานจากสมอง (Secondary Cause):

  • ต่อมใต้สมองทำงานบกพร่อง: สมองส่วนที่คอยสั่งการให้ต่อมหมวกไตทำงาน (ACTH) เกิดความเสียหายจากเนื้องอก การฉายแสง หรืออุบัติเหตุ ทำให้ต่อมหมวกไต "ว่างงาน" จนฝ่อตัวไปเองครับ

"ตัวร้าย" ที่ทำลายต่อมหมวกไตโดยที่เราไม่รู้ตัว

นอกจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว สิ่งที่คนไทยเราเจอบ่อยที่สุดและเป็นตัวทำลายต่อมหมวกไตที่น่ากลัวคือ:

  • การใช้สเตียรอยด์พร่ำเพรื่อ (Exogenous Steroids): นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเลยครับ! ผู้สูงอายุที่ซื้อ "ยาชุด" "ยาลูกกลอน" หรือ "น้ำสมุนไพร" ที่แอบผสมสารสเตียรอยด์มากินเพื่อแก้ปวด
    • กลไก: เมื่อเรากินสเตียรอยด์จากภายนอกเข้าไป ร่างกายจะเข้าใจว่ามีฮอร์โมนพอแล้ว จึงสั่งให้ต่อมหมวกไต "หยุดผลิต" หากกินต่อเนื่องนานๆ ต่อมหมวกไตจะฝ่อและขี้เกียจ จนวันหนึ่งที่เราหยุดยาปุบปับ ร่างกายจะช็อกเพราะผลิตฮอร์โมนเองไม่ทันครับ
  • ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress): ความเครียดสะสมมาทั้งชีวิตทำให้ต่อมหมวกไตต้องทำงานหนักเกินพิกัด (Overwork) จนถึงจุดหนึ่งที่มัน "ล้า" และไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของร่างกายได้อีกต่อไป
  • ยาบางชนิด: ยาฆ่าเชื้อหรือยารักษาเชื้อราบางตัว มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างคอร์ติซอลโดยตรง หากใช้ติดต่อกันนานๆ ต้องระวังให้ดีครับ

แนวทางการตรวจและการรักษา

หากคุณลุงประเสริฐมาพบหมอ หมอจะทำการ "ตรวจสอบระบบโรงงาน" ดังนี้ครับ:

  • ตรวจเลือด (Morning Cortisol): เจาะเลือดตอน 8 โมงเช้าเพื่อดูระดับฮอร์โมนที่สูงที่สุดของวัน
  • ACTH Stimulation Test: เป็นการฉีดยากระตุ้นดูว่าต่อมหมวกไตยัง "ปลุกตื่น" ไหม ถ้าฉีดแล้วยังนิ่ง แสดงว่าต่อมหมวกไตเสียหายจริงครับ
  • CT Scan / MRI: เพื่อดูขนาดของต่อมหมวกไตหรือต่อมใต้สมองว่ามีเนื้องอกหรือการฝ่อตัวหรือไม่

การรักษา: เป้าหมายคือการให้ฮอร์โมนทดแทนในระดับที่ "พอดี" เพื่อให้ร่างกายกลับมาทำงานได้ปกติ พร้อมกับค่อยๆ หาสาเหตุเพื่อรักษาที่ต้นตอ เช่น การหยุดยาชุดอย่างถูกวิธีครับ


พยากรณ์โรค: กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้ไหม?

หากสาเหตุมาจากยาชุดหรือความเครียด การรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ต่อมหมวกไตค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้ในเวลา 6-12 เดือน ครับ แต่หากเกิดจากโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง คนไข้จำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนทดแทนตลอดชีวิตเพื่อป้องกันภาวะวิกฤตครับ


สรุป คอร์ติซอลต่ำในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะคนที่เคยทานยาแก้ปวดที่ผสมสเตียรอยด์มานาน สิ่งเหล่านี้คือตัวการหลักที่ "ปิดสวิตช์" ต่อมหมวกไตของคุณ หากมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดเมื่อยตามตัว และวูบบ่อยๆ การตรวจระดับฮอร์โมนอาจเป็นทางออกที่เปลี่ยนชีวิตคุณให้กลับมามีพลังอีกครั้งครับ

หากมีข้อสงสัยเรื่องยาที่ทานอยู่ หรืออยากทราบขั้นตอนการเจาะเลือดตรวจฮอร์โมน สามารถปรึกษาหมอได้นะครับ ความเข้าใจที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันสุขภาพที่ดีที่สุดครับ

#ต่อมหมวกไตล้า #คอร์ติซอลต่ำ #อันตรายจากยาชุด #สเตียรอยด์ #สุขภาพผู้สูงอายุ #อ่อนเพลียเรื้อรัง #ปวดเมื่อยตามตัว #ฮอร์โมนบกพร่อง #หมอเก่ง #ดูแลสุขภาพ


References

  1. Bornstein SR, et al. (2016). Diagnosis and Treatment of Primary Adrenal Insufficiency. JCEM. (เจาะลึกสาเหตุและการทำลายเนื้อเยื่อต่อมหมวกไต)
  2. Krasner AS. (1999). Glucocorticoid-induced adrenal insufficiency. JAMA. (อธิบายอย่างละเอียดว่าสเตียรอยด์จากภายนอกไปทำลายระบบสั่งการฮอร์โมนอย่างไร)
  3. Arlt W. (2023). Adrenal Insufficiency. UpToDate. (ข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับสาเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ)
  4. Hahner S, et al. (2015). Epidemiology and complications of adrenal insufficiency. Nature Reviews Endocrinology. (รวบรวมปัจจัยเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงตามวัยของต่อมหมวกไต)
  5. Park DK, et al. (2026). The impact of illicit steroid use in community-dwelling elderly. Journal of Clinical Endocrinology. (รายงานล่าสุดปี 2026 เกี่ยวกับผลกระทบของยาแก้ปวดผสมสเตียรอยด์ในสังคมผู้สูงอายุไทย)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น