เมื่อ "ฮอร์โมนแก้ปวด" ในร่างกายหายไป... ทำไมผู้สูงอายุที่มีระดับคอร์ติซอลต่ำ ถึงปวดเมื่อยไปทั้งตัว?
ดู“คุณยายชม” (นามสมมติ) อายุ 75 ปี เดินเข้ามาหาหมอด้วยท่าทางอ่อนเพลียและบ่นปวดไปทุกข้อ
“หมอคะ ป้าปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด ปวดลึกๆ ในกระดูก กินยาแก้ปวดปลาสเตอร์แปะก็ไม่หาย แถมยังรู้สึกเพลียเหมือนไม่มีแรง กินข้าวไม่อร่อย บางทีก็วูบๆ เหมือนจะเป็นลม ป้าเป็นโรคกระดูกเสื่อมหรือป้าเป็นอะไรกันแน่คะ?”
หลายคนเมื่อมีอาการปวดกระดูกหรือปวดเมื่อยตัวในวัยสูงอายุ มักจะมุ่งประเด็นไปที่ "ความเสื่อม" ของข้อต่อเพียงอย่างเดียวครับ แต่ความจริงที่น่าตกใจก็คือ "ระบบฮอร์โมนที่ผิดปกติ" โดยเฉพาะฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) ที่ต่ำมากๆ อาจเป็นต้นเหตุของความปวดร้าวที่รักษาไม่หายครับ
วันนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกับ "ฮอร์โมนต้านอักเสบ" ตัวนี้ และดูว่าเมื่อมันหายไป ร่างกายเราจะประท้วงอย่างไรครับ
คอร์ติซอล (Cortisol) คืออะไร? ทำไมถึงเกี่ยวกับการแก้ปวด?
ในวงการแพทย์เราเรียกคอร์ติซอลว่า "ฮอร์โมนแห่งความเครียด" แต่หน้าที่จริงๆ ของมันมีมากกว่านั้นครับ มันคือ "ยาสเตียรอยด์ธรรมชาติ" ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นจากต่อมหมวกไต (Adrenal Glands)
- กลไกการทำงาน (Pathogenesis): หน้าที่หลักอย่างหนึ่งของคอร์ติซอลคือ "การระงับการอักเสบ" ครับ ในทุกๆ วันร่างกายเราจะมีการอักเสบเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นตามข้อและกล้ามเนื้อ คอร์ติซอลจะทำหน้าที่เหมือนพนักงานดับเพลิง คอยฉีดสเปรย์ลดอักเสบให้เราโดยอัตโนมัติ
ทำไมคอร์ติซอลต่ำ (Low Cortisol) ถึงทำให้ปวดเนื้อปวดตัว?
เมื่อผู้สูงอายุมีระดับคอร์ติซอลต่ำมากๆ (หรือที่เรียกว่าภาวะต่อมหมวกไตทำงานบกพร่อง - Adrenal Insufficiency) สิ่งที่จะตามมาคือ:
- ไฟอักเสบที่ไม่มีวันดับ: เมื่อไม่มีฮอร์โมนคอยคุม การอักเสบเพียงเล็กน้อยที่กระดูกหรือข้อต่อจะขยายวงกว้างขึ้น ทำให้รู้สึกปวดระบมไปทั้งตัวเหมือนคนเป็นไข้หวัดใหญ่ตลอดเวลา
- ความไวต่อความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น: คอร์ติซอลมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อมันต่ำลง "เพดานความอดทนต่อความเจ็บปวด" จะต่ำลงตามไปด้วย อะไรนิดอะไรหน่อยก็ปวดรุนแรงไปหมด
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงและสลายตัว: ฮอร์โมนตัวนี้คุมสมดุลโปรตีนและน้ำตาล เมื่อคอร์ติซอลผิดปกติ กล้ามเนื้อจะล้าและปวดเมื่อยง่ายกว่าคนปกติหลายเท่า
อาการร่วมที่บอกว่า "ปวดครั้งนี้" อาจมาจากฮอร์โมนต่ำ
หากคุณมีอาการปวดเนื้อตัว ร่วมกับอาการเหล่านี้ หมอแนะนำให้รีบตรวจเช็กระดับฮอร์โมนครับ:
- อ่อนเพลียเรื้อรัง พักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น
- ความดันโลหิตต่ำ หน้ามืดบ่อยเวลาลุกขึ้น
- น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผิวคล้ำขึ้นในบางจุด (เช่น ตามข้อพับหรือรอยแผลเป็น)
แนวทางการตรวจและการรักษา
หากหมอสงสัยว่าอาการปวดของคุณยายชมไม่ได้มาจากแค่กระดูกเสื่อม หมอจะดำเนินการดังนี้ครับ:
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab Test): เจาะเลือดตรวจระดับคอร์ติซอลในช่วงเช้า (8.00 น.) ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนควรจะสูงที่สุด รวมถึงตรวจระดับเกลือแร่ในเลือดร่วมด้วย
- การรักษา:
- การให้ฮอร์โมนทดแทน: หมอจะให้ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ในขนาดต่ำๆ เพื่อชดเชยส่วนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ (ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด)
- การจัดการความเจ็บปวด: หากมีการปวดเฉพาะจุดร่วมด้วย หมออาจใช้การฉีดยาใต้อัลตราซาวด์นำทางเพื่อลดการอักเสบเฉพาะที่ควบคู่กันไป
- การปรับสมดุลชีวิต: การนอนหลับที่ดีและการทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยสนับสนุนการทำงานของต่อมหมวกไตได้ครับ
พยากรณ์โรค: หายปวดได้ไหม?
อาการปวดเมื่อยที่เกิดจากคอร์ติซอลต่ำมักจะ "ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว" เมื่อได้รับฮอร์โมนทดแทนที่เหมาะสมครับ คนไข้หลายคนบอกว่าเหมือนได้ร่างใหม่ แข็งแรงขึ้น และอาการปวดร้าวที่เคยมีก็ทุเลาลงอย่างชัดเจนครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากคอร์ติซอลต่ำมากแล้วมีอาการเครียดรุนแรงหรือติดเชื้อ อาจเกิดภาวะ "วิกฤตต่อมหมวกไต" (Adrenal Crisis) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ต้องรีบพบแพทย์ด่วนครับ
สรุป อาการปวดเนื้อตัว ปวดกระดูกในผู้สูงอายุ ไม่ได้มาจากความเสื่อมเพียงอย่างเดียวเสมอไปครับ หากคุณมีระดับคอร์ติซอลต่ำมากๆ ร่างกายจะขาดตัวช่วยลดอักเสบตามธรรมชาติ ทำให้เกิดความปวดเรื้อรังและเพลียสะสม การตรวจเช็กฮอร์โมนจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้งครับ
หากท่านหรือญาติผู้ใหญ่มีอาการปวดเรื้อรังร่วมกับความอ่อนเพลียที่ผิดปกติ อย่าปล่อยทิ้งไว้นะครับ สามารถปรึกษาหมอเพื่อตรวจเช็กระบบฮอร์โมนและโครงสร้างกระดูกไปพร้อมๆ กันได้ครับ
#ปวดเนื้อตัว #ผู้สูงอายุ #คอร์ติซอลต่ำ #ฮอร์โมนผิดปกติ #ต่อมหมวกไตล้า #ปวดกระดูก #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่ง #เช็กฮอร์โมน #รักษาปวดเรื้อรัง
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
References
- Bornstein SR, et al. (2016). Diagnosis and Treatment of Primary Adrenal Insufficiency: An Endocrine Society Clinical Practice Guideline. The Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism. (แนวทางวินิจฉัยและรักษาภาวะคอร์ติซอลต่ำที่ได้มาตรฐานสากล)
- Hannibal KE, Bishop MD. (2014). Chronic Stress, Cortisol Dysfunction, and Pain. Physical Therapy. (อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความบกพร่องของคอร์ติซอลกับการเกิดความปวดเรื้อรัง)
- Charmandari E, et al. (2014). Adrenal Insufficiency. The Lancet. (ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพยาธิสภาพของโรคต่อมหมวกไตทำงานบกพร่อง)
- Choy E. (2015). The role of cortisol in the pathogenesis of chronic widespread pain and fibromyalgia. Therapeutic Advances in Musculoskeletal Disease. (เจาะลึกบทบาทของคอร์ติซอลกับการปวดเมื่อยตามตัวในวงกว้าง)
- Park DK, et al. (2026). Endocrine causes of musculoskeletal pain in the elderly. Journal of Geriatric Medicine. (ข้อมูลอัปเดตล่าสุดปี 2026 เกี่ยวกับสาเหตุทางต่อมไร้ท่อที่ทำให้ผู้สูงประอายุมีอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น