ปวดหลังแบบไหน... ที่ “ปวดร้อน” และ “เป็นตะคริว” จนเดินแทบไม่ไหว?
“คุณป้าสำลี” (นามสมมติ) อายุ 60 ปี เดินกะเผลกเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย
“หมอคะ ป้าทรมานมากเลย มันไม่ใช่แค่ปวดหลังธรรมดา แต่มันปวดแสบปวดร้อนเหมือนโดนไฟลวก วิ่งลงไปที่ขาซ้าย บางทีตื่นมากลางดึกเพราะตะคริวกินน่องจนแข็งไปหมด เดินไปตลาดแค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็ต้องหาที่นั่งพัก ขามันหนักเหมือนไม่ใช่ขาของเราเลยค่ะ”
เคสของคุณป้าสำลีไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้หญิงวัย 60 ปีครับ อาการ “ปวดแสบปวดร้อน” และ “ตะคริว” เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่บอกว่าเส้นประสาทของคุณกำลังถูกกดทับอย่างหนัก วันนี้หมอจะพาไปเจาะลึกผลตรวจ MRI ที่เขียนว่า "Severe L4-5 spinal canal stenosis due to disc protrusion" ให้กลายเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุดครับ
ทำไมถึง "ปวดร้อน" และ "เป็นตะคริว"? (เข้าใจความจริง)
ลองนึกภาพว่าเส้นประสาทที่หลังของเราคือ "สายไฟ" ที่ส่งกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงขาครับ
- อาการปวดแสบปวดร้อน: เกิดจากสายไฟนั้นถูกกดทับจน "ไฟฟ้าลัดวงจร" สัญญาณประสาทที่ส่งไปจะผิดเพี้ยนไปหมด สมองเลยตีความออกมาเป็นความรู้สึกร้อนเหมือนโดนพริกทา หรือเหมือนไฟช็อตนั่นเองครับ
- อาการตะคริว: เมื่อเส้นประสาทถูกบีบจนเลือดไปเลี้ยงไม่ได้สะดวก กล้ามเนื้อที่รับคำสั่งจากเส้นประสาทเส้นนั้นจะเกิดอาการ "งง" และหดเกร็งตัวผิดปกติ จนกลายเป็นตะคริวที่น่องหรือเท้าบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือตอนเดินนานๆ
เจาะลึกผล MRI: "ช่องไขสันหลังตีบแคบระดับรุนแรง" (Severe Stenosis)
ผล MRI ของคุณป้าที่ระบุว่า Severe L4-5 spinal canal stenosis due to disc protrusion แปลไทยเป็นไทยได้ว่า:
- L4-5: คือตำแหน่งกระดูกสันหลังข้อที่ 4 และ 5 ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุดของหลังส่วนล่าง
- Disc Protrusion: หมอนรองกระดูก (ที่นึกภาพเหมือนโดนัทสอดไส้เจลลี่) มันเริ่มปลิ้นหรือโป่งออกมา
- Spinal Canal Stenosis: ช่องว่างที่เป็นทางผ่านของเส้นประสาทมัน "ตีบแคบ" ลง
- Severe: แปลว่า "รุนแรง" ครับ คือช่องทางเดินเส้นประสาทถูกบีบจนเหลือพื้นที่น้อยมาก เหมือนถนนที่เคยมี 4 เลน แล้วโดนก่อสร้างปิดจนเหลือไม่ถึงครึ่งเลน รถ (สัญญาณประสาท) เลยวิ่งไม่ได้
แนวทางการตรวจและการรักษา: ไม่ต้องตกใจไปครับ
แม้ผลจะบอกว่า "รุนแรง" แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเข้าห้องผ่าตัดในทันทีเสมอไปครับ เรามีลำดับการรักษาดังนี้:
- การตรวจร่างกาย: หมอจะเช็กการตอบสนองของสะท้อน (Reflex) และกำลังกล้ามเนื้อขา เพื่อดูว่าเส้นประสาทเริ่ม "พัง" หรือยัง
- การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment):
- ปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือการนั่งยองๆ
- ยาลดการอักเสบและยาแก้ปวดประสาท: เพื่อไปช่วยซ่อมแซม "สายไฟ" ที่ลัดวงจร
- การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound Guided Injection): นี่คือเทคโนโลยีที่ช่วยคุณป้าได้มากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูตำแหน่งที่ตีบแคบ แล้วฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปที่โพรงเส้นประสาทโดยตรง (Epidural Steroid Injection) เพื่อลดอาการบวมและปวดร้อน โดยไม่ต้องเสี่ยงผ่าตัดใหญ่
- การผ่าตัด (เฉพาะกรณี): หากรักษาด้วยวิธีข้างต้น 6-12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ หมอถึงจะพิจารณาผ่าตัดเพื่อ "ขยายช่องทางเดิน" ให้เส้นประสาทครับ
พยากรณ์โรค: หายขาดไหม?
ในเคสที่ตีบแคบรุนแรง อาการปวดร้อนมักจะทุเลาลงได้มากด้วยการฉีดยาเฉพาะจุดและการทำกายภาพครับ แต่อย่างไรก็ตาม ความเสื่อมของกระดูกคือเรื่องตามวัย การดูแลตัวเองในระยะยาว เช่น การออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) จะช่วยประคองไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้ดีที่สุดครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากอยู่ดีๆ ขาชาหนาเหมือนใส่กางเกงยีนส์ตลอดเวลา หรือคุมการขับถ่ายไม่ได้ อันนี้ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันทีนะครับ
สรุป อาการปวดร้อนและตะคริวในวัย 60 ปี จากภาวะโพรงประสาทตีบแคบระดับรุนแรง (Severe Stenosis) สามารถบรรเทาได้ด้วยการรักษาที่ตรงจุด โดยเฉพาะการฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ซึ่งช่วยให้คนไข้ส่วนใหญ่กลับมาเดินได้ไกลขึ้นและหลับสบายขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
หากมีข้อความข้างต้นที่ท่านไม่สบายใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนใด สามารถแจ้งหมอได้ทันทีครับ หมอยินดีอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้ท่านเข้าใจและสบายใจกับแนวทางการรักษาที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังร้าวลงขา #โพรงประสาทสันหลังตีบ #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดแสบปวดร้อน #ตะคริวในผู้สูงอายุ #ฉีดยาใต้อัลตราซาวด์ #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #หมอเก่ง #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดหลังชาลงขา
References
- Genevay S, Atlas SJ. (2010). Lumbar Spinal Stenosis. Best Practice & Research Clinical Rheumatology. (สรุปพยาธิสภาพและแนวทางการรักษาภาวะช่องสันหลังตีบแคบที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ)
- Watters WC, et al. (2008). Clinical Guideline for the Diagnosis and Treatment of Degenerative Lumbar Spinal Stenosis. The Spine Journal. (แนวทางเวชปฏิบัติสากลในการวินิจฉัยและรักษาภาวะช่องสันหลังตีบจากความเสื่อม)
- Manchikanti L, et al. (2015). A Systematic Review and Meta-Analysis of the Effectiveness of Epidural Injections in Managing Chronic Spinal Pain. Pain Physician. (การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการฉีดยาเข้าโพรงประสาทเพื่อลดการอักเสบและแก้ปวด)
- Katz JN, Harris MB. (2008). Lumbar Spinal Stenosis. New England Journal of Medicine. (อธิบายกลไกการเกิดอาการปวดขณะเดินและความจำเป็นในการรักษาแต่ละขั้นตอน)
- Park DK, et al. (2024). Nonsurgical management of lumbar spinal stenosis. UpToDate. (ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการจัดการภาวะช่องสันหลังตีบโดยวิธีไม่ผ่าตัด)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น