วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปวดหลังแบบไหน... ที่ “ปวดร้อน” และ “เป็นตะคริว” จนเดินแทบไม่ไหว?

 

ปวดหลังแบบไหน... ที่ “ปวดร้อน” และ “เป็นตะคริว” จนเดินแทบไม่ไหว?


“คุณป้าสำลี” (นามสมมติ) อายุ 60 ปี เดินกะเผลกเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย

“หมอคะ ป้าทรมานมากเลย มันไม่ใช่แค่ปวดหลังธรรมดา แต่มันปวดแสบปวดร้อนเหมือนโดนไฟลวก วิ่งลงไปที่ขาซ้าย บางทีตื่นมากลางดึกเพราะตะคริวกินน่องจนแข็งไปหมด เดินไปตลาดแค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็ต้องหาที่นั่งพัก ขามันหนักเหมือนไม่ใช่ขาของเราเลยค่ะ”

เคสของคุณป้าสำลีไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้หญิงวัย 60 ปีครับ อาการ “ปวดแสบปวดร้อน” และ “ตะคริว” เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่บอกว่าเส้นประสาทของคุณกำลังถูกกดทับอย่างหนัก วันนี้หมอจะพาไปเจาะลึกผลตรวจ MRI ที่เขียนว่า "Severe L4-5 spinal canal stenosis due to disc protrusion" ให้กลายเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุดครับ


ทำไมถึง "ปวดร้อน" และ "เป็นตะคริว"? (เข้าใจความจริง)

ลองนึกภาพว่าเส้นประสาทที่หลังของเราคือ "สายไฟ" ที่ส่งกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงขาครับ

  • อาการปวดแสบปวดร้อน: เกิดจากสายไฟนั้นถูกกดทับจน "ไฟฟ้าลัดวงจร" สัญญาณประสาทที่ส่งไปจะผิดเพี้ยนไปหมด สมองเลยตีความออกมาเป็นความรู้สึกร้อนเหมือนโดนพริกทา หรือเหมือนไฟช็อตนั่นเองครับ
  • อาการตะคริว: เมื่อเส้นประสาทถูกบีบจนเลือดไปเลี้ยงไม่ได้สะดวก กล้ามเนื้อที่รับคำสั่งจากเส้นประสาทเส้นนั้นจะเกิดอาการ "งง" และหดเกร็งตัวผิดปกติ จนกลายเป็นตะคริวที่น่องหรือเท้าบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือตอนเดินนานๆ

เจาะลึกผล MRI: "ช่องไขสันหลังตีบแคบระดับรุนแรง" (Severe Stenosis)

ผล MRI ของคุณป้าที่ระบุว่า Severe L4-5 spinal canal stenosis due to disc protrusion แปลไทยเป็นไทยได้ว่า:

  1. L4-5: คือตำแหน่งกระดูกสันหลังข้อที่ 4 และ 5 ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุดของหลังส่วนล่าง
  2. Disc Protrusion: หมอนรองกระดูก (ที่นึกภาพเหมือนโดนัทสอดไส้เจลลี่) มันเริ่มปลิ้นหรือโป่งออกมา
  3. Spinal Canal Stenosis: ช่องว่างที่เป็นทางผ่านของเส้นประสาทมัน "ตีบแคบ" ลง
  4. Severe: แปลว่า "รุนแรง" ครับ คือช่องทางเดินเส้นประสาทถูกบีบจนเหลือพื้นที่น้อยมาก เหมือนถนนที่เคยมี 4 เลน แล้วโดนก่อสร้างปิดจนเหลือไม่ถึงครึ่งเลน รถ (สัญญาณประสาท) เลยวิ่งไม่ได้

แนวทางการตรวจและการรักษา: ไม่ต้องตกใจไปครับ

แม้ผลจะบอกว่า "รุนแรง" แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเข้าห้องผ่าตัดในทันทีเสมอไปครับ เรามีลำดับการรักษาดังนี้:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะเช็กการตอบสนองของสะท้อน (Reflex) และกำลังกล้ามเนื้อขา เพื่อดูว่าเส้นประสาทเริ่ม "พัง" หรือยัง
  • การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment):
    • ปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือการนั่งยองๆ
    • ยาลดการอักเสบและยาแก้ปวดประสาท: เพื่อไปช่วยซ่อมแซม "สายไฟ" ที่ลัดวงจร
    • การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound Guided Injection): นี่คือเทคโนโลยีที่ช่วยคุณป้าได้มากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูตำแหน่งที่ตีบแคบ แล้วฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปที่โพรงเส้นประสาทโดยตรง (Epidural Steroid Injection) เพื่อลดอาการบวมและปวดร้อน โดยไม่ต้องเสี่ยงผ่าตัดใหญ่
  • การผ่าตัด (เฉพาะกรณี): หากรักษาด้วยวิธีข้างต้น 6-12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ หมอถึงจะพิจารณาผ่าตัดเพื่อ "ขยายช่องทางเดิน" ให้เส้นประสาทครับ

พยากรณ์โรค: หายขาดไหม?

ในเคสที่ตีบแคบรุนแรง อาการปวดร้อนมักจะทุเลาลงได้มากด้วยการฉีดยาเฉพาะจุดและการทำกายภาพครับ แต่อย่างไรก็ตาม ความเสื่อมของกระดูกคือเรื่องตามวัย การดูแลตัวเองในระยะยาว เช่น การออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) จะช่วยประคองไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้ดีที่สุดครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากอยู่ดีๆ ขาชาหนาเหมือนใส่กางเกงยีนส์ตลอดเวลา หรือคุมการขับถ่ายไม่ได้ อันนี้ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันทีนะครับ


สรุป อาการปวดร้อนและตะคริวในวัย 60 ปี จากภาวะโพรงประสาทตีบแคบระดับรุนแรง (Severe Stenosis) สามารถบรรเทาได้ด้วยการรักษาที่ตรงจุด โดยเฉพาะการฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ซึ่งช่วยให้คนไข้ส่วนใหญ่กลับมาเดินได้ไกลขึ้นและหลับสบายขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ

หากมีข้อความข้างต้นที่ท่านไม่สบายใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนใด สามารถแจ้งหมอได้ทันทีครับ หมอยินดีอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้ท่านเข้าใจและสบายใจกับแนวทางการรักษาที่สุดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังร้าวลงขา #โพรงประสาทสันหลังตีบ #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดแสบปวดร้อน #ตะคริวในผู้สูงอายุ #ฉีดยาใต้อัลตราซาวด์ #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #หมอเก่ง #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดหลังชาลงขา


References

  1. Genevay S, Atlas SJ. (2010). Lumbar Spinal Stenosis. Best Practice & Research Clinical Rheumatology. (สรุปพยาธิสภาพและแนวทางการรักษาภาวะช่องสันหลังตีบแคบที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ)
  2. Watters WC, et al. (2008). Clinical Guideline for the Diagnosis and Treatment of Degenerative Lumbar Spinal Stenosis. The Spine Journal. (แนวทางเวชปฏิบัติสากลในการวินิจฉัยและรักษาภาวะช่องสันหลังตีบจากความเสื่อม)
  3. Manchikanti L, et al. (2015). A Systematic Review and Meta-Analysis of the Effectiveness of Epidural Injections in Managing Chronic Spinal Pain. Pain Physician. (การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการฉีดยาเข้าโพรงประสาทเพื่อลดการอักเสบและแก้ปวด)
  4. Katz JN, Harris MB. (2008). Lumbar Spinal Stenosis. New England Journal of Medicine. (อธิบายกลไกการเกิดอาการปวดขณะเดินและความจำเป็นในการรักษาแต่ละขั้นตอน)
  5. Park DK, et al. (2024). Nonsurgical management of lumbar spinal stenosis. UpToDate. (ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการจัดการภาวะช่องสันหลังตีบโดยวิธีไม่ผ่าตัด)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น