วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ปวดหลังแบบไหนที่ "อันตราย" และต้องรีบมาหาหมอทันที?


ปวดหลังแบบไหนที่ "อันตราย" และต้องรีบมาหาหมอทันที?

"หมอครับ ผมนึกว่าแค่เส้นจม ไปนวดมา 2-3 วันแล้ว แต่ทำไมตอนนี้เริ่มรู้สึกชาๆ ที่ก้น แล้วเมื่อเช้าผมปัสสาวะไม่ออกเลยครับ มันเบ่งไม่ยอมออก"

นี่คือเสียงปลายสายจากญาติคนไข้ท่านหนึ่งที่โทรมาปรึกษาหมอด้วยความตกใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่หมออยากยกมาเล่าเป็นอุทาหรณ์ครับ (ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม)

คุณลุงท่านนี้มีอาการปวดหลังมาสักพัก เข้าใจว่าเป็นแค่โรคกล้ามเนื้อทั่วไป จึงเลือกที่จะซื้อยามาทานเองและไปนวดคลายเส้น แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น จนกระทั่งเริ่มมีอาการขับถ่ายผิดปกติ

โชคดีที่ญาติตัดสินใจพามาโรงพยาบาลทันเวลา เพราะนี่ไม่ใช่การปวดหลังธรรมดา แต่เป็นภาวะเร่งด่วนทางกระดูกสันหลังที่เรียกว่า "เส้นประสาทไขสันหลังส่วนปลายถูกกดทับอย่างรุนแรง" หากมาช้ากว่านี้ อาจส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายถาวรได้ครับ

วันนี้หมอจึงอยากชวนทุกท่านมาเช็กสัญญาณเตือนครับ ว่าปวดหลังแบบไหนที่ "รอไม่ได้" และควรต้องรีบมาพบแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรักครับ

ความจริงของอาการปวดหลัง

โดยปกติแล้ว อาการปวดหลังส่วนใหญ่กว่า 90% เกิดจาก "กล้ามเนื้ออักเสบ" หรือ "ออฟฟิศซินโดรม" ซึ่งกลุ่มนี้มักจะหายได้เองด้วยการพักและการดูแลเบื้องต้นครับ

แต่จะมีอยู่ประมาณ 5-10% ที่อาการปวดหลังนั้น เป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงซ่อนอยู่ เช่น กระดูกหัก ติดเชื้อ เนื้องอก หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทขั้นวิกฤต ซึ่งกลุ่มนี้แหละครับที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

5 สัญญาณอันตราย: ปวดแบบนี้ รีบมาหาหมอทันที

หากท่านหรือคนในครอบครัวมีอาการปวดหลัง ร่วมกับอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หมอแนะนำให้รีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุดครับ ไม่ควรรรอสังเกตอาการที่บ้าน

1. ระบบขับถ่ายล้มเหลว (Cauda Equina Syndrome):

นี่คือภาวะฉุกเฉินที่สุดครับ คนไข้จะมีอาการปวดหลังรุนแรง ร่วมกับ "กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้" หรือในทางกลับกันคือ "ปัสสาวะไม่ออก" รู้สึกปวดหน่วงท้องน้อยแต่เบ่งไม่ออก ร่วมกับมีอาการ "ชาบริเวณรอบก้นหรืออวัยวะเพศ" (Saddle Anesthesia)

อาการนี้เกิดจากโพรงเส้นประสาทส่วนปลายถูกกดทับอย่างรุนแรง หากปล่อยไว้นานเกิน 24-48 ชั่วโมง เส้นประสาทอาจเสียหายถาวรจนกู้คืนไม่ได้ครับ

2. ขาอ่อนแรง หรือเท้าตก (Motor Weakness):

ปวดหลังแล้วรู้สึกขาไม่มีแรง เดินแล้วรองเท้าหลุดบ่อยๆ หรือกระดกข้อเท้าไม่ขึ้น ใช้นิ้วโป้งเท้าจิกพื้นไม่ได้ อาการนี้บ่งบอกว่าเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อถูกกดทับจนเริ่มเสียการทำงาน ควรรีบมารักษาก่อนที่กล้ามเนื้อจะฝ่อลีบครับ

3. มีไข้หนาวสั่น ร่วมกับปวดหลัง (Infection):

ถ้าอยู่ๆ ปวดหลังมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือปวดเวลาขยับตัว ร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น และไม่มีสาเหตุอื่น (เช่น ไม่ได้เป็นหวัด) ให้สงสัยว่าอาจมีการ "ติดเชื้อในกระดูกสันหลัง" ครับ ภาวะนี้พบบ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่ฟอกไต

4. น้ำหนักลดผิดปกติ หรือมีประวัติโรคมะเร็ง (Tumor/Cancer):

หากปวดหลังเรื้อรัง ทานยาแล้วไม่ดีขึ้น นอนพักก็ยังปวด (ปวดมากตอนกลางคืนจนสะดุ้งตื่น) ร่วมกับน้ำหนักตัวลดลงฮวบฮาบโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือท่านเคยมีประวัติเป็นมะเร็งที่อวัยวะอื่นมาก่อน ต้องระวังภาวะมะเร็งลุกลามมาที่กระดูกสันหลังครับ

5. ปวดหลังรุนแรงหลังเกิดอุบัติเหตุ (Trauma):

เช่น ลื่นล้มก้นกระแทก ตกจากที่สูง หรืออุบัติเหตุรถยนต์ แม้จะเป็นการล้มเบาๆ ในผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน ก็อาจทำให้ "กระดูกสันหลังยุบ" หรือแตกหักได้ครับ ควรเอกซเรย์เพื่อความแน่ใจเสมอ

หมอจะตรวจหาความจริงได้อย่างไร?

เมื่อท่านมาด้วยอาการสัญญาณเตือนเหล่านี้ หมอจะต้องตรวจอย่างละเอียดและเร่งด่วนครับ

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะตรวจกำลังกล้ามเนื้อ ตรวจการรับความรู้สึก และตรวจการตอบสนองของระบบประสาท (Reflex)
  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นด่านแรกเพื่อดูโครงสร้างกระดูก ดูการแตกหัก การเคลื่อนตัว หรือรอยโรคของมะเร็งบางชนิด
  • เอ็มอาร์ไอ (MRI): ในกรณีที่มีอาการทางระบบประสาท (ชา/อ่อนแรง/ขับถ่ายผิดปกติ) หรือสงสัยการติดเชื้อ/เนื้องอก การทำ MRI จำเป็นมากครับ เพราะจะเห็นเส้นประสาท ไขสันหลัง และเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ชัดเจนที่สุด เพื่อวางแผนการผ่าตัดหรือการรักษาได้ตรงจุด

แนวทางการรักษา: แข่งกับเวลา

ในกลุ่มที่มีสัญญาณอันตราย การรักษาจะแตกต่างจากการปวดกล้ามเนื้อทั่วไปครับ

  • กรณีติดเชื้อ: ต้องให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำ และอาจต้องเจาะระบายหนองในบางราย
  • กรณีมะเร็ง: รักษาตามชนิดของมะเร็ง อาจมีการฉายแสง หรือผ่าตัดเพื่อดามกระดูก
  • ปวดจากการกดทับเส้นประสาทรุนแรง (เช่น ขับถ่ายไม่ได้/ขาอ่อนแรง): กรณีนี้ "การผ่าตัด" มักมีความจำเป็นครับ เพื่อเข้าไปเปิดช่องว่างและคลายการกดทับเส้นประสาทให้เร็วที่สุด

การผ่าตัดในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscope) หรือการใช้จุลทรรศน์ (Microscope) ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้ดี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าเทคนิคการผ่าตัด คือ "ช่วงเวลาที่มาโรงพยาบาล" ครับ ยิ่งมาเร็วยิ่งมีโอกาสกลับมาเป็นปกติได้สูง

พยากรณ์โรค: จะหายกลับมาเดินได้ปกติไหม?

คำตอบขึ้นอยู่กับ "ความเสียหายของเส้นประสาท" ก่อนที่จะได้รับการรักษาครับ

ถ้าเส้นประสาทเพิ่งเริ่มถูกกดทับ แล้วรีบแก้ไข อาการมักจะกลับมาดีขึ้นจนเกือบปกติ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเส้นประสาทขาดเลือดไปเลี้ยงนานเกินไป การฟื้นตัวอาจทำได้ไม่เต็มร้อย หรือต้องใช้เวลาฟื้นฟูทำกายภาพบำบัดกันเป็นปีครับ

สรุป

อาการปวดหลังเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การ "สังเกตตัวเอง" คือสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ

ถ้าปวดแค่เมื่อยๆ พักแล้วหาย ก็สบายใจได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีสัญญาณเตือนภัยตามที่หมอเล่ามา ทั้งเรื่องระบบขับถ่าย ขาอ่อนแรง มีไข้ หรือน้ำหนักลด

ขอให้ท่านรีบเดินทางมาโรงพยาบาลทันทีครับ อย่าชะล่าใจ หรือรอให้หายเอง เพราะในทางการแพทย์แล้ว "เวลา" คือสิ่งมีค่าที่สุดในการกู้คืนระบบประสาทให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิมครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดหลังอันตราย #สัญญาณเตือนปวดหลัง #กระดูกทับเส้นประสาท #ปวดหลังมีไข้ #ขาอ่อนแรง #ปัสสาวะไม่ออก #กระดูกสันหลังติดเชื้อ #มะเร็งกระดูก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #CaudaEquina

References:

  1. Deyo RA,rainville J, Kent DL. What can the history and physical examination tell us about low back pain? JAMA. 1992;268(6):760-5.

  2. Jarvik JG, Deyo RA. Diagnostic evaluation of low back pain with emphasis on imaging. Ann Intern Med. 2002;137(7):586-97.

  3. Verhagen AP, Downie A, Popal N, et al. Red flags presented in current low back pain guidelines: a review. Eur Spine J. 2016;25(9):2788-802.

  4. Henschke N, Maher CG, Refshauge KM, et al. Prevalence of and screening for serious spinal pathology in patients presenting to primary care settings with acute low back pain. Arthritis Rheum. 2009;60(10):3072-80.

  5. Chou R, Qaseem A, Snow V, et al. Diagnosis and treatment of low back pain: a joint clinical practice guideline from the American College of Physicians and the American Pain Society. Ann Intern Med. 2007;147(7):478-91.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น