"รักษามาทุกทาง กายภาพก็แล้ว ฉีดยาก็แล้ว แต่ยังปวดจนเดินไม่ได้" ถึงเวลาต้อง "ผ่าตัด" หรือยัง?
"หมอครับ ผมทำมาหมดแล้วจริงๆ กินยาจนกัดกระเพาะ กายภาพบำบัดมาครึ่งปี ฝังเข็ม นวดตอกเส้น แม้แต่ฉีดยาเข้าโพรงสันหลังก็ทำแล้ว แต่มันดีขึ้นแค่วันสองวัน แล้วก็กลับมาปวดร้าวลงขาเหมือนเดิม ตอนนี้ผมท้อมาก เดินได้ไม่ถึง 100 เมตรก็ต้องนั่งพัก กลัวว่าถ้าผ่าตัดแล้วจะเดินไม่ได้เหมือนที่เขาขู่กัน"
นี่คือความในใจของคุณอำนาจ (นามสมมติ) ชายวัย 55 ปี ที่นั่งอยู่ต่อหน้าหมอด้วยแววตาที่หมดหวัง คุณอำนาจเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทที่เป็นมานาน และพยายามหลีกเลี่ยงการผ่าตัดมาตลอดเพราะความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า "ผ่าหลังแล้วเสี่ยงเป็นอัมพาต"
ความเจ็บปวดของคุณอำนาจ คือสิ่งที่คนไข้หลายคนกำลังเผชิญครับ คือความรู้สึก "ทางตัน" เมื่อการรักษาแบบประคับประคอง (Conservative Treatment) ไม่ได้ผล
วันนี้หมอจะมาเปิดใจคุยเรื่องที่หลายคนกลัวที่สุด นั่นคือ "การผ่าตัดกระดูกสันหลัง" ว่าในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีมันไปไกลแค่ไหน เมื่อไหร่ที่ควรผ่า และเราผ่าไปเพื่ออะไร ให้เข้าใจกันแบบชัดเจนครับ
ความจริง: การผ่าตัดยุคใหม่ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด
หมอขอเริ่มด้วยการล้างความเชื่อผิดๆ ก่อนครับ สมัยก่อนการผ่าตัดหลังอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ แผลยาว พักฟื้นเป็นเดือน แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยี "จุลศัลยกรรม" (Microsurgery) และ "การผ่าตัดส่องกล้อง" (Endoscopic) ทำให้แผลเล็กมาก เสียเลือดน้อย และความแม่นยำสูงมากครับ
โอกาสที่จะเกิดอัมพาตจากการผ่าตัดในมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้น "ต่ำมาก" ต่ำกว่าโอกาสเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เรานั่งอยู่ทุกวันเสียอีกครับ การผ่าตัดจึงไม่ใช่การ "เสี่ยงดวง" แต่เป็นการ "คืนชีวิตใหม่" ให้กับคนไข้ที่ทนทรมานมานาน
ทำไมรักษาแบบไม่ผ่าตัด ถึงไม่หาย?
เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ลองจินตนาการว่า เส้นประสาทของเราเหมือน "สายยางรดน้ำต้นไม้" และหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาเหมือน "ก้อนหิน" ก้อนใหญ่ที่ทับสายยางอยู่
- กินยา/ฉีดยา: เหมือนเราพยายามเปิดน้ำให้แรงขึ้น หรือเอาน้ำยามาทาสายยางให้นิ่มลง พอช่วยได้บ้างถ้ารอยทับไม่เยอะ
- กายภาพ: เหมือนพยายามขยับสายยางหนีหิน
- แต่ถ้า... หินก้อนนั้นมันใหญ่มากและกดทับแน่นสนิท: ไม่ว่าจะกินยาหรือทำกายภาพยังไง น้ำ (กระแสประสาท) ก็ไหลไม่สะดวกอยู่ดีครับ
เมื่อถึงจุดนี้ ที่เรียกว่า "ภาวะล้มเหลวจากการรักษาแบบประคับประคอง" การเอาก้อนหินออก (การผ่าตัด) จึงเป็นวิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ครับ
สัญญาณเตือน: 3 ข้อบ่งชี้ ที่บอกว่า "ต้องผ่าตัดแล้วนะ"
หมอไม่ได้จับคนไข้ทุกคนไปผ่าตัดนะครับ เราจะพิจารณาผ่าตัดก็ต่อเมื่อมีเหตุผลทางการแพทย์ที่สำคัญ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้ครับ
1. สัญญาณอันตรายต่อระบบประสาท (Red Flags) - ต้องผ่าด่วน!
- ภาวะหูรูดล้มเหลว: ถ้าเริ่มกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ หรือปัสสาวะไม่ออกโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับอาการชาบริเวณรอบก้น นี่คือภาวะฉุกเฉินครับ ต้องรีบผ่าตัดด่วนที่สุดเพื่อกู้เส้นประสาทคืน
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน: เช่น กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น (Foot drop) เดินแล้วขาอ่อนแรงทรุดพับ ถ้าปล่อยไว้นาน กล้ามเนื้อจะฝ่อลีบและอาจกู้คืนไม่ได้ครับ
2. ความเจ็บปวดที่รบกวนชีวิตรุนแรง (Intractable Pain)
- ปวดมากจนนอนไม่ได้ เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุด
- ใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้เลย คุณภาพชีวิตเสียไปหมด
- ต้องกินยาแก้ปวดปริมาณมากจนเริ่มมีผลข้างเคียงต่อตับและไต
3. รักษาเต็มที่แล้ว 6-8 สัปดาห์ ไม่ดีขึ้น
- ถ้าลองทำกายภาพ กินยา ปรับพฤติกรรม หรือฉีดยาบล็อกเส้นประสาทมาอย่างเต็มที่แล้ว แต่อาการยังทรงตัวหรือแย่ลง การผ่าตัดคือคำตอบต่อไปครับ
เป้าหมายของการผ่าตัด: เราทำไปเพื่ออะไร?
วัตถุประสงค์ของการผ่าตัดมีหลักๆ คือ
- Decompression (การคลายการกดทับ): นี่คือหัวใจสำคัญครับ คือการเข้าไปหยิบเอาเศษหมอนรองกระดูก หรือตัดแต่งกระดูกที่งอกออก เพื่อให้เส้นประสาทเป็นอิสระ หายใจได้โล่ง เลือดไปเลี้ยงได้สะดวก อาการปวดร้าวและชาจะหายไปทันทีหลังทำ
- Stabilization (การสร้างความมั่นคง): ในบางรายที่กระดูกสันหลังมีการเคลื่อนตัวหรือไม่มั่นคงร่วมด้วย แพทย์อาจจำเป็นต้องใส่น็อตยึดตรึง (Fusion) เพื่อไม่ให้กระดูกขยับผิดจังหวะ แต่ในกรณีหมอนรองกระดูกทับเส้นทั่วไป มักทำแค่ข้อ 1 ก็เพียงพอครับ
วิธีผ่าตัดยุคใหม่: แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
ลืมภาพการผ่าตัดเปิดแผลยาวกลางหลังไปได้เลยครับ เดี๋ยวนี้เรามีทางเลือกที่ดีกว่านั้น
1. การผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic Discectomy)
นี่คือวิธีมาตรฐานสากล (Gold Standard) หมอจะเปิดแผลเล็กๆ ประมาณ 2-3 ซม. แล้วใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงส่องลงไป ทำให้เห็นเส้นประสาทชัดแจ๋ว แยกแยะเส้นประสาทออกจากเนื้อเยื่ออื่นได้ชัดเจน ปลอดภัยสูงมากครับ
2. การผ่าตัดผ่านกล้องส่องเจาะ (Endoscopic Discectomy)
นี่คือเทรนด์ล่าสุดที่กำลังนิยมมากครับ เป็นการเจาะรูเล็กๆ เพียง 8 มิลลิเมตร (เท่าปากกา) แล้วสอดกล้องขนาดจิ๋วเข้าไป ปลายกล้องมีเลนส์และเครื่องมือผ่าตัดในตัว
- ข้อดี: แผลเล็กมาจนแทบมองไม่เห็น ไม่ตัดขาดกล้ามเนื้อหลัง เจ็บแผลน้อยมาก
- ผลลัพธ์: คนไข้ส่วนใหญ่ลุกเดินได้ทันทีหลังผ่าตัด หรือวันรุ่งขึ้นก็กลับบ้านได้เลยครับ
พยากรณ์โรคหลังผ่าตัด: ชีวิตจะเปลี่ยนไปแค่ไหน?
สำหรับคุณอำนาจ หลังจากตัดสินใจผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้อง (Endoscopic) ผลปรากฏว่า...
"ตื่นมาผมงงเลยครับหมอ ขาที่เคยปวดตุบๆ เหมือนไฟช็อต มันหายไปเลย เดินไปเข้าห้องน้ำเองได้ตั้งแต่วันแรก รู้อย่างนี้ผมยอมผ่าไปนานแล้ว ไม่น่าทนเจ็บมาเป็นปี"
โดยทั่วไป 90-95% ของคนไข้ ที่ได้รับการวินิจฉัยและผ่าตัดถูกต้อง อาการปวดร้าวลงขาจะหายไปทันทีครับ ส่วนอาการชาหรืออ่อนแรง อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูเส้นประสาทอีกสักพัก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมานานแค่ไหน
หลังผ่าตัด ไม่ใช่ว่าจะเป็นง่อยทำงานหนักไม่ได้นะครับ หลังจากพักฟื้น 4-6 สัปดาห์ แผลสมานดีแล้ว คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เกือบปกติ ออกกำลังกายได้ ว่ายน้ำได้ เพียงแต่ต้องระวังท่าทางก้มเงยยกของหนัก เพื่อถนอมกระดูกสันหลังข้อที่เหลือให้ดีครับ
สรุป
หากคุณรักษามาทุกวิธีแล้วไม่ดีขึ้น อย่าเพิ่งหมดหวังและทนเจ็บต่อไปครับ การผ่าตัดกระดูกสันหลังในปัจจุบันมีความปลอดภัยสูงมาก เป็นทางออกที่จะช่วยปลดล็อกความเจ็บปวด และคืนคุณภาพชีวิตให้คุณกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
อย่าปล่อยให้ความกลัวมาพรากความสุขในชีวิตไปครับ ปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกร่วมกัน ดีกว่าทนเจ็บจนเส้นประสาทเสียหายถาวรครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ผ่าตัดส่องกล้อง #EndoscopicSpineSurgery #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกสันหลังเสื่อม #ผ่าตัดแผลเล็ก #Microscope #กลัวผ่าตัด #เดินไม่ได้
References
- Kreiner DS, Hwang SW, Easa JE, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. Spine J. 2014;14(1):180-91.
- Gadjradj PS, Harhangi BS, Amelink J, et al. Percutaneous Transforaminal Endoscopic Discectomy Versus Open Microdiscectomy for Lumbar Disc Herniation: A Systematic Review and Meta-analysis. Spine (Phila Pa 1976). 2021;46(8):538-549.
- Teli M, Lenthodes C, de Lime JJ, et al. Microendoscopic discectomy: a minimal access technique for the treatment of lumbar disc herniation. J Bone Joint Surg Br. 2006;88(9):1196-1199.
- Lurie JD, Tosteson TD, Tosteson AN, et al. Surgical versus nonoperative treatment for lumbar disc herniation: eight-year results for the Spine Patient Outcomes Research Trial. Spine (Phila Pa 1976). 2014;39(1):3-16.
- Atlas SJ, Keller RB, Wu YA, et al. Long-term outcomes of surgical and nonsurgical management of sciatica secondary to a lumbar disc herniation: 10 year results from the maine lumbar spine study. Spine (Phila Pa 1976). 2005;30(8):927-35.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น