วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปวดหลังแบบไหน... แค่กล้ามเนื้อล้า หรือสัญญาณอันตรายที่ต้องพบหมอด่วน? เช็กให้ชัดก่อนกังวลเกินไป

ปวดหลังแบบไหน... แค่กล้ามเนื้อล้า หรือสัญญาณอันตรายที่ต้องพบหมอด่วน? เช็กให้ชัดก่อนกังวลเกินไป

อาการปวดหลังเป็นสิ่งที่เกือบทุกคนต้องเจอครับ ไม่ว่าจะนั่งทำงานนาน ๆ ยกของหนัก หรือแม้แต่นอนผิดท่า แต่คำถามที่ค้างคาใจทุกคนคือ "ปวดแบบนี้ต้องหาหมอไหม?" หรือ "ปวดแบบนี้จะกลายเป็นอัมพาตหรือเปล่า?" วันนี้หมอจะมาแยกแยะให้เห็นภาพชัด ๆ ครับว่า ปวดแบบไหน "วางใจได้" และปวดแบบไหนคือ "รหัสอันตราย"


"คุณหมอคะ ปวดหลังจนนอนไม่ได้มา 3 วันแล้ว แบบนี้ต้องผ่าตัดไหม?"

"คุณหมอครับ ผมแค่ก้มหยิบของแล้วหลังยึด เจ็บจนหน้ามืด แต่พอนอนพักก็ดีขึ้น แบบนี้หมอนรองกระดูกผมทับเส้นประสาทหรือเปล่า?"

นี่คือคำถามยอดฮิตครับ ความปวดที่รุนแรงไม่ได้แปลว่า "อันตราย" เสมอไป และในทางกลับกัน ความปวดเพียงเล็กน้อยที่เรื้อรังอาจซ่อน "อันตราย" ไว้มากกว่าที่คุณคิด หมออยากให้ทุกคนลองสังเกตอาการตัวเองไปพร้อม ๆ กันครับ


อธิบายความจริง: กลไกการปวดหลัง (Pathogenesis)

โครงสร้างหลังของเราซับซ้อนครับ ประกอบด้วยกระดูก ข้อต่อ หมอนรองกระดูก เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ:

  • กลุ่มไม่อันตราย (ส่วนใหญ่): มักเกิดจากกล้ามเนื้อและเอ็นยึด (Mechanical Back Pain) ที่ถูกใช้งานหนักเกินไปจนอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหดเกร็งกะทันหัน
  • กลุ่มอันตราย: มักเกี่ยวข้องกับการกดทับเส้นประสาทส่วนกลาง (Spinal Cord) รากเส้นประสาท (Nerve Root) หรือมีโรคที่รุนแรงซ่อนอยู่ เช่น การติดเชื้อ เนื้องอก หรือกระดูกหัก

1. กลุ่มที่ "ไม่อันตราย" (แต่น่ารำคาญ)

อาการเหล่านี้มักเกิดจากพฤติกรรม และหายได้ด้วยการดูแลตัวเอง:

  • ปวดเฉพาะจุด: เจ็บเสียวอยู่แค่บริเวณเอวหรือหลังส่วนล่าง ไม่ร้าวไปไหน
  • สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว: ปวดเวลาขยับตัว หรืออยู่ในท่าเดิมนาน ๆ แต่พอนอนพักแล้วอาการดีขึ้นชัดเจน
  • ปวดแบบระบม: รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อตึง ๆ หนัก ๆ กดแล้วเจ็บเฉพาะจุด (Trigger Point)
  • ไม่มีอาการชาหรืออ่อนแรง: แม้จะเจ็บจนหลังแข็ง แต่ความรู้สึกที่ขาและพลังกล้ามเนื้อยังปกติ

2. กลุ่มที่ "อันตราย" (ต้องพบหมอด่วน!)

หากมีอาการเหล่านี้ หมอแนะนำให้มาตรวจอย่างละเอียดครับ:

  • ปวดร้าวลงขา (Sciatica): ปวดเหมือนไฟฟ้าช็อตวิ่งจากหลังผ่านก้นลงไปที่น่องหรือเท้า
  • ชาหรือยิบยิบ: มีอาการชาที่บริเวณเท้า ขา หรือรอบทวารหนัก
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง: เดินสะดุด ขยับข้อเท้าไม่ได้ หรือรู้สึกขาไม่มีแรงกะทันหัน
  • คุมการขับถ่ายไม่ได้: กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่อยู่ (นี่คือภาวะฉุกเฉินทางกระดูกและข้อ!)
  • ปวดไม่สัมพันธ์กับท่าทาง: นอนนิ่ง ๆ ก็ปวด ปวดมากตอนกลางคืนจนตื่น (Red Flags สำหรับโรคเนื้องอกหรือการติดเชื้อ)
  • น้ำหนักลดผิดปกติหรือมีไข้เรื้อรัง: ร่วมกับอาการปวดหลัง

การตรวจวินิจฉัย (Investigation)

เมื่อความปวดเข้าข่าย "อันตราย" หมอมีขั้นตอนตรวจดังนี้ครับ:

  • Physical Exam: ตรวจการยกขา (SLRT) เพื่อเช็กการดึงรั้งของเส้นประสาท และทดสอบพละกำลังกล้ามเนื้อ
  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกว่ามีการเคลื่อน เสื่อม หรือหักไหม
  • MRI (แม่เหล็กไฟฟ้า): เห็นชัดที่สุดครับ เห็นทั้งหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมา (Disc Herniation) และเส้นประสาทที่โดนทับ
  • การตรวจเลือด/ปัสสาวะ: หากสงสัยว่าปวดหลังเกิดจากนิ่วในไต หรือการติดเชื้อในร่างกาย

แนวทางการรักษา: สบายใจได้ ไม่ต้องผ่าทุกคน

  • ยา: ยาลดอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาช่วยลดอาการปวดประสาท
  • ฉีดยาด้วย Ultrasound: หากจุดที่ปวดชัดเจน หมอสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบไปที่ต้นตอของความปวดได้แม่นยำ ปลอดภัย และเห็นผลไว
  • กายภาพบำบัด: การดึงหลัง (Traction) และการทำเลเซอร์ลดปวด
  • ผ่าตัด: พิจารณาเฉพาะรายที่มีอาการกดทับเส้นประสาทรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล (ซึ่งมีเพียงประมาณ 5-10% เท่านั้น)

พยากรณ์โรค: หายขาดไหม?

อาการปวดหลังส่วนใหญ่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้หากไม่ปรับพฤติกรรมครับ แต่ถ้าคุณบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) ให้แข็งแรง และใช้งานหลังให้ถูกวิธี คุณจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดไปตลอดชีวิตครับ


สรุป

ปวดหลังที่เจ็บมาก ๆ มักไม่อันตรายเท่าปวดหลังที่มาพร้อมอาการ "ชา อ่อนแรง หรือคุมขับถ่ายไม่ได้" ครับ หากคุณสังเกตพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ อย่ารอช้าครับ การตรวจพบและรักษาแต่เนิ่น ๆ คือหัวใจสำคัญของการกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังกังวลเรื่องอาการปวดหลัง ลองเช็กตามที่หมอบอกดูนะครับ และถ้าไม่แน่ใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดครับ แชร์บทความนี้เพื่อส่งต่อความห่วงใยให้คนที่คุณรักกันนะครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังร้าวลงขา #สัญญาณอันตราย #กระดูกสันหลังเสื่อม #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ปวดเอว #สุขภาพดี #เชียงใหม่


References

  1. Lancet Rheumatology, 2024: "Global, regional, and national burden of low back pain, 1990–2020: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2021" — งานวิจัยวิเคราะห์อุบัติการณ์และแนวทางการคัดกรองสัญญาณอันตราย (Red Flags) ในผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่างทั่วโลก
  2. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS), 2025: "Clinical Practice Guideline for the Diagnosis and Treatment of Acute and Chronic Low Back Pain" — แนวทางมาตรฐานฉบับล่าสุดในการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังสำหรับประชาชนทั่วไป
  3. Journal of Bone and Joint Surgery (JBJS), 2023: "Distinguishing Mechanical Back Pain from Radiculopathy: A Clinical Perspective" — การศึกษาเปรียบเทียบอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไปกับการกดทับรากเส้นประสาท เพื่อช่วยให้แพทย์และคนไข้แยกแยะความรุนแรงของโรคได้ชัดเจนขึ้น
  4. Mayo Clinic Proceedings, 2024: "Advances in Non-Surgical Management of Lumbar Disc Herniation: The Role of Ultrasound and High-Resolution Imaging" — ข้อมูลอัปเดตการใช้เทคโนโลยี MRI และการฉีดยานำวิถีด้วย Ultrasound ในการรักษาอาการปวดหลังโดยไม่ต้องผ่าตัด
  5. Cochrane Database of Systematic Reviews, 2024: "Exercise and Lifestyle Interventions for Preventing Recurrence of Low Back Pain" — การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายแกนกลางลำตัว ในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรคปวดหลังอย่างมีนัยสำคัญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น