วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปวดหลังต้องผ่าตัดไหม? คนส่วนใหญ่คิดว่าจบที่ผ่าตัด แต่ความจริง คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าเลย

 



ปวดหลังต้องผ่าตัดไหม? คนส่วนใหญ่คิดว่าจบที่ผ่าตัด แต่ความจริง คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าเลย


หลายคนเวลาปวดหลังเรื้อรัง มักจะมีภาพในหัวว่า "สงสัยต้องโดนผ่าตัดแน่ๆ" จนทำให้เกิดความกังวลจนไม่กล้ามาพบหมอ บางคนยอมทนปวดเป็นปีๆ เพราะกลัวมีแผล หรือกลัวผ่าแล้วเดินไม่ได้ วันนี้หมออยากมาเล่าความจริงอีกด้านครับว่า ในโลกของการรักษาโรคกระดูกและข้อสมัยใหม่ "การผ่าตัดคือทางเลือกสุดท้าย" และคนไข้ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดเลยครับ


"กลัวผ่าตัดจนเกือบเดินไม่ได้" เรื่องเล่าจากคนไข้ที่มาสาย

หมอมีคนไข้ท่านหนึ่ง ชื่อคุณอาพรชัย (นามสมมติ) อายุ 62 ปี คุณอาปวดหลังร้าวลงขามานานเกือบ 2 ปี ไปซื้อยากินเอง นวดบ้าง ฝังเข็มบ้าง เพราะคำเดียวเลยครับคือ "กลัวโดนผ่า" จนวันที่คุณอาเริ่มมีอาการเท้าตก เดินสะดุดบ่อยๆ ถึงได้ยอมมาพบหมอ

คุณอาถามหมอคำแรกด้วยเสียงสั่นๆ ว่า "หมอครับ ผมต้องผ่าไหม?" หลังจากหมอตรวจอย่างละเอียดและทำ MRI พบว่าแม้หมอนรองกระดูกจะเสื่อม แต่ยังสามารถรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมและการใช้ยาเฉพาะจุดได้ คุณอาดีใจมากครับ และหลังจากรักษาไป 2 เดือน คุณอาก็กลับมาเดินปร๋อโดยไม่มีแผลผ่าตัดแม้แต่นิดเดียว


ทำไมเราถึงไม่ต้องผ่าตัดกันทุกคน?

ร่างกายมนุษย์เรามีกลไกที่มหัศจรรย์ครับ เมื่อเกิดการบาดเจ็บหรือมีหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมา ร่างกายจะมีกระบวนการ "เก็บกวาด" ตามธรรมชาติ (Phagocytosis) ซึ่งสามารถทำให้ส่วนที่ปลิ้นออกมานั้นยุบตัวลงได้เองหากได้รับเวลาและการดูแลที่ถูกต้อง

เราจะพิจารณาการรักษาตามลำดับขั้น เหมือนการขึ้นบันไดครับ:

  1. บันไดขั้นที่ 1: ปรับท่าทาง ยืดเหยียด และให้ยาลดอักเสบ

  2. บันไดขั้นที่ 2: กายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย

  3. บันไดขั้นที่ 3: การฉีดยาลดอักเสบเข้าโพรงประสาท (โดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง)

  4. บันไดขั้นสุดท้าย: การผ่าตัด (ซึ่งมีเพียง 5-10% เท่านั้นที่จำเป็นต้องทำ)


สัญญาณแบบไหน...ที่บอกว่า "อาจจะต้องผ่า" จริงๆ

แม้หมอจะบอกว่าส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่า แต่มีอาการ "สัญญาณแดง" (Red Flags) บางอย่างที่บ่งบอกว่าเส้นประสาทถูกกดทับรุนแรงจนการรอคอยอาจเกิดอันตรายครับ:

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน: เช่น กระดกข้อเท้าไม่ได้ ขาเริ่มลีบ

  • สูญเสียการควบคุมขับถ่าย: กั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้

  • อาการปวดรุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้: แม้จะกินยาหรือฉีดยาแล้วก็ยังปวดทรมาน 24 ชั่วโมง

  • รักษาด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่แล้ว 6-12 สัปดาห์: แต่อาการยังไม่ดีขึ้น


การตรวจที่ช่วยให้หมอ (และคุณ) มั่นใจ

เพื่อให้การรักษามีแม่นยำที่สุด หมอจะใช้เครื่องมือเหล่านี้เข้ามาช่วยครับ:

  • การตรวจร่างกายอย่างละเอียด: เพื่อดูว่าอาการปวดนั้นสัมพันธ์กับเส้นประสาทเส้นไหน

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราเห็นสภาพหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทแบบ 3 มิติ เพื่อวางแผนว่าถ้าไม่ผ่า จะฉีดยาตรงไหน หรือถ้าต้องผ่า จะทำอย่างไรให้แผลเล็กที่สุด

  • X-ray Dynamic: ดูความมั่นคงของกระดูกสันหลังเวลาขยับตัว


นวัตกรรมการรักษาแบบ "กึ่งผ่าตัด" (Interventional Pain Management)

สมัยนี้มีวิธีที่เป็นทางสายกลางครับ เช่น การฉีดยาบล็อกเส้นประสาทโดยใช้ Ultrasound นำทาง วิธีนี้ไม่ใช่แค่การฉีดแก้ปวดทั่วไป แต่คือการส่งยาลดอักเสบเข้มข้นไปวางไว้ที่ข้างๆ เส้นประสาทที่ถูกทับพอดีเป๊ะๆ โดยหมอจะมองเห็นเข็มและเส้นประสาทผ่านหน้าจอแบบ Real-time ช่วยลดการอักเสบได้ตรงจุด และคนไข้หลายคนหายปวดจนไม่ต้องไปถึงขั้นผ่าตัดครับ


พยากรณ์โรค: ผ่าหรือไม่ผ่า...โอกาสหายเท่ากันไหม?

มีงานวิจัยระดับโลกยืนยันครับว่า ในระยะยาว (1-2 ปีขึ้นไป) คนไข้ที่รักษาด้วยวิธี "ไม่ผ่าตัด" กับ "ผ่าตัด" มีผลลัพธ์ความพึงพอใจและการหายปวดที่ใกล้เคียงกันมากครับ ดังนั้นถ้าคุณไม่มีอาการอ่อนแรงรุนแรง การให้โอกาสร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองผ่านการรักษาที่ถูกต้อง เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดครับ


สรุป

อย่าให้ความกลัว "การผ่าตัด" มาปิดกั้นโอกาสในการหายปวดครับ ยิ่งมาหาหมอเร็ว โอกาสที่จะรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดก็ยิ่งสูงขึ้น การรักษาโรคปวดหลังไม่ใช่เรื่องของการตัดสินใจว่าจะ "ผ่า" หรือ "ไม่ผ่า" แต่มันคือการเลือกวิธีที่ "เหมาะสมที่สุด" กับระยะของโรคและไลฟ์สไตล์ของคุณครับ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลในบทความนี้ สามารถพูดคุยเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นได้ครับ หมอยินดีให้ข้อมูลเพื่อให้ท่านสบายใจและรักษาได้อย่างทันท่วงที

"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #ผ่าตัดกระดูกสันหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้น #รักษาปวดหลังโดยไม่ผ่าตัด #MRIหลัง #ฉีดยาลดปวด #หมอเก่ง #สุขภาพกระดูก #ปวดหลังร้าวลงขา #กายภาพบำบัด


References

  1. Peul WC, et al. Surgery versus prolonged conservative treatment for sciatica. N Engl J Med. 2007;356(22):2245-56. (สรุป: งานวิจัยชิ้นสำคัญที่เปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดและการรักษาแบบประคับประคอง พบว่าในระยะยาวผลการรักษาแทบไม่ต่างกัน)

  2. Chou R, et al. Noninvasive Treatments for Acute, Subacute, and Chronic Low Back Pain: A Clinical Practice Guideline. Ann Intern Med. 2017. (สรุป: แนวทางการรักษาปวดหลังที่เน้นวิธีไม่ผ่าตัดเป็นอันดับแรกตามหลักฐานทางการแพทย์ล่าสุด)

  3. Gadjradj PS, et al. Full-endoscopic versus open discectomy for sciatica: A systematic review and meta-analysis. Spine. 2022. (สรุป: การเปรียบเทียบเทคโนโลยีการรักษาที่เน้นความบอบช้ำน้อยที่สุดสำหรับคนไข้)

  4. Lurie JD, et al. Surgical versus nonoperative treatment for lumbar disc herniation: eight-year results for the SPORT trial. Spine. 2014. (สรุป: ผลการติดตามคนไข้ในระยะยาว 8 ปี ยืนยันว่าคนไข้ที่ไม่ผ่าตัดสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้)

  5. Foster NE, et al. Prevention and treatment of low back pain: evidence, challenges, and promising directions. Lancet. 2018. (สรุป: บทความวิชาการที่เน้นย้ำเรื่องการลดการรักษาที่เกินความจำเป็น (Over-treatment) และเน้นการปรับพฤติกรรม)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น