วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ทำไมบางคน MRI ผิดปกติ แต่ไม่ปวดเลย? ภาพถ่ายไม่ได้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับความเจ็บปวด


 


เคยสงสัยไหมครับ? ทำไมเพื่อนร่วมงานอายุเท่ากัน ไปทำ MRI มาแล้วผลบอกว่า "หมอนรองกระดูกเสื่อม" แต่เขาไม่มีอาการปวดเลยสักนิด ในขณะที่บางคนผลตรวจบอกว่า "ปกติดี" แต่กลับปวดหลังจนลุกไม่ไหว ความจริงที่หมออยากบอกคือ "สิ่งที่เห็นในภาพถ่าย กับสิ่งที่ร่างกายรู้สึก ไม่ได้ตรงกันเสมอไปครับ" และนี่คือสาเหตุที่ภาพ MRI ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้ายของชีวิตคุณ


"ผลตรวจดูน่ากลัว แต่ตัวจริงยังวิ่งได้" เรื่องเล่าจากคนไข้สายสปอร์ต

หมอมีคนไข้คนหนึ่ง ชื่อคุณกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี นักวิ่งมาราธอน คุณกอล์ฟกังวลมากเพราะไปทำ MRI มาแล้วผลบอกว่า "หมอนรองกระดูกสันหลังข้อที่ 4 และ 5 เริ่มแห้งและปลิ้นเล็กน้อย" แกถามหมอด้วยความตกใจว่า "หมอครับ ผมต้องเลิกวิ่งไหม? หลังผมพังแล้วใช่ไหม?"

หลังจากหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบว่ากำลังขาของคุณกอล์ฟดีมาก การยืดหยุ่นของหลังก็ปกติ หมอจึงบอกคุณกอล์ฟว่า "สิ่งที่คุณเห็นในผล MRI มันคือรอยประสบการณ์ชีวิตครับ ไม่ใช่โรคที่คุณต้องกังวล" วันนี้คุณกอล์ฟยังคงวิ่งได้ปกติ เพราะเราไม่ได้รักษาที่แผ่นฟิล์ม แต่เราดูแลที่สมรรถภาพของร่างกายครับ


MRI บอกอะไรเรา...และไม่ได้บอกอะไรเรา? (ภาษาชาวบ้าน)

หากเปรียบกระดูกสันหลังเหมือน "รถยนต์"

  • MRI: คือการเปิดฝากระโปรงถ่ายรูปเครื่องยนต์อย่างละเอียด คุณอาจจะเห็นคราบน้ำมันเกาะ (ความเสื่อมตามวัย) หรือสายไฟบางเส้นเริ่มเปื่อย (หมอนรองกระดูกปลิ้นเล็กน้อย)

  • อาการปวด: คือการ "สตาร์ทรถแล้ววิ่ง" บางครั้งรถที่มีคราบน้ำมันเกาะเพียบ แต่เครื่องยังฟิต สตาร์ทติดง่าย วิ่งฉลุย (MRI ผิดปกติแต่ไม่ปวด)

  • ความจริง: รถบางคันเครื่องใหม่เอี่ยมไม่มีคราบเลย แต่สตาร์ทไม่ติดเพราะระบบไฟรวน หรือน้ำมันหมด (MRI ปกติแต่ปวดรุนแรง)


ทำไม MRI ผิดปกติแต่ถึงไม่เจ็บ?

มีงานวิจัยระดับโลกพบว่า คนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ไม่มีอาการปวดหลังเลยมากกว่า 80% เมื่อทำ MRI จะพบรอยหมอนรองกระดูกเสื่อมครับ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ:

  1. ร่างกายปรับตัวได้: ร่างกายเราเก่งครับ เมื่อหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมทีละน้อย กล้ามเนื้อและเอ็นรอบข้างจะเข้ามาช่วยพยุงและปรับสมดุลจนเราไม่รู้สึกเจ็บ

  2. ไม่ใช่จุดสำคัญ: รอยที่เห็นใน MRI อาจจะอยู่ไกลจากเส้นประสาทมาก จนไม่ได้ส่งสัญญาณความเจ็บปวดใดๆ ออกมา

  3. ความเสื่อมตามวัย: เหมือนรอยตีนกาบนใบหน้าครับ มันคือความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งานร่างกาย


แล้วเมื่อไหร่ที่ MRI "ที่ผิดปกติ" จะกลายเป็นเรื่องใหญ่?

เราจะกังวลกับผล MRI ก็ต่อเมื่อ "ภาพที่เห็น" ตรงกับ "อาการที่เป็น" ครับ เช่น:

  • ภาพบอกว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นไปทับเส้นประสาทข้างขวา และคนไข้ก็มีอาการชาและอ่อนแรงที่ขาข้างขวาจริงๆ

  • ภาพบอกว่าช่องไขสันหลังตีบแคบ และคนไข้เดินได้ไม่กี่เมตรก็ต้องหยุดพักเพราะปวดน่อง

  • มีการกดทับเส้นประสาทจนคุมการขับถ่ายไม่ได้ (กรณีนี้ต้องได้รับการดูแลเร่งด่วน)


แนวทางการตรวจ: ใช้หูฟัง ใช้มือคลำ สำคัญกว่าใช้ตาดูฟิล์ม

การวินิจฉัยของหมอจะยึดหลักดังนี้ครับ:

  • ซักประวัติอย่างละเอียด: ปวดแบบไหน ท่าไหนปวด ท่าไหนหาย

  • ตรวจร่างกาย (Physical Exam): ทดสอบความแรงกล้ามเนื้อ การรับความรู้สึก และปฏิกิริยาตอบสนอง

  • เปรียบเทียบผล: เอาผล MRI มาวางคู่กับอาการ ถ้าไม่ตรงกัน หมอจะยึด "อาการคนไข้" เป็นหลักในการรักษาครับ


พยากรณ์โรค: อย่าให้แผ่นฟิล์มมาขโมยความสุขของคุณ

คนไข้ที่ MRI ผิดปกติแต่ไม่มีอาการ มีพยากรณ์โรคที่ดีเยี่ยมครับ คุณสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแค่ต้องรู้วิธีป้องกันไม่ให้ความเสื่อมนั้นเพิ่มขึ้น เช่น การออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) และการยกของหนักให้ถูกวิธีครับ


สรุป

ผล MRI ที่เขียนว่า "ผิดปกติ" ไม่ได้หมายความว่าคุณ "ป่วย" เสมอไปครับ อย่าเพิ่งตกใจจนเกินเหตุหากคุณยังเดินได้ปกติและไม่มีอาการปวดรุนแรง ร่างกายมนุษย์ซับซ้อนกว่าภาพถ่ายขาวดำมากนัก การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อแปลผล MRI ให้เข้ากับอาการของคุณ คือก้าวแรกที่ถูกต้องที่สุดในการดูแลสุขภาพหลังครับ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลในบทความนี้ สามารถพูดคุยเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นได้ครับ หมอยินดีให้ข้อมูลเพื่อให้ท่านสบายใจและรักษาได้อย่างทันท่วงที

"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#MRI #ผลตรวจกระดูก #หมอนรองกระดูกเสื่อม #ปวดหลัง #สุขภาพหลัง #หมอเก่ง #คุยกับหมอ #รักษาปวดหลัง #กระดูกสันหลัง #วินิจฉัยโรค


References

  1. Brinjikji W, et al. Systematic literature review of imaging features of spinal degeneration in asymptomatic populations. AJNR Am J Neuroradiol. 2015;36(4):811-6. (สรุป: งานวิจัยที่พบว่าความเสื่อมของกระดูกสันหลังใน MRI พบได้บ่อยมากในคนที่ไม่มีอาการปวดเลย และเพิ่มขึ้นตามอายุ)

  2. Jensen MC, et al. Magnetic resonance imaging of the lumbar spine in people without back pain. N Engl J Med. 1994;331(2):69-73. (สรุป: การศึกษาคลาสสิกที่ยืนยันว่าคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีอาการปวดหลัง มักจะมีความผิดปกติใน MRI อย่างน้อยหนึ่งจุด)

  3. Chou R, et al. Imaging strategies for low-back pain: systematic review and meta-analysis. Lancet. 2009. (สรุป: ชี้ให้เห็นว่าการใช้ภาพถ่ายทางรังสีเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูอาการคนไข้ อาจนำไปสู่การรักษาที่เกินความจำเป็น)

  4. Jarvik JG, et al. The Clinical Course of Early-Onset Low Back Pain: Findings From the Spine Patient Outcomes Research Trial (SPORT). Spine. 2005. (สรุป: การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผลภาพถ่ายและการดำเนินโรคในระยะยาว)

  5. Knezevic NN, et al. Low back pain. Lancet. 2021. (สรุป: แนวทางการรักษาปวดหลังสมัยใหม่ที่เน้นการรักษาที่ตัวคนไข้มากกว่าภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น