เคยสงสัยไหมครับ? ทำไมเพื่อนร่วมงานอายุเท่ากัน ไปทำ MRI มาแล้วผลบอกว่า "หมอนรองกระดูกเสื่อม" แต่เขาไม่มีอาการปวดเลยสักนิด ในขณะที่บางคนผลตรวจบอกว่า "ปกติดี" แต่กลับปวดหลังจนลุกไม่ไหว ความจริงที่หมออยากบอกคือ "สิ่งที่เห็นในภาพถ่าย กับสิ่งที่ร่างกายรู้สึก ไม่ได้ตรงกันเสมอไปครับ" และนี่คือสาเหตุที่ภาพ MRI ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้ายของชีวิตคุณ
"ผลตรวจดูน่ากลัว แต่ตัวจริงยังวิ่งได้" เรื่องเล่าจากคนไข้สายสปอร์ต
หมอมีคนไข้คนหนึ่ง ชื่อคุณกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี นักวิ่งมาราธอน คุณกอล์ฟกังวลมากเพราะไปทำ MRI มาแล้วผลบอกว่า "หมอนรองกระดูกสันหลังข้อที่ 4 และ 5 เริ่มแห้งและปลิ้นเล็กน้อย" แกถามหมอด้วยความตกใจว่า "หมอครับ ผมต้องเลิกวิ่งไหม? หลังผมพังแล้วใช่ไหม?"
หลังจากหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบว่ากำลังขาของคุณกอล์ฟดีมาก การยืดหยุ่นของหลังก็ปกติ หมอจึงบอกคุณกอล์ฟว่า "สิ่งที่คุณเห็นในผล MRI มันคือรอยประสบการณ์ชีวิตครับ ไม่ใช่โรคที่คุณต้องกังวล" วันนี้คุณกอล์ฟยังคงวิ่งได้ปกติ เพราะเราไม่ได้รักษาที่แผ่นฟิล์ม แต่เราดูแลที่สมรรถภาพของร่างกายครับ
MRI บอกอะไรเรา...และไม่ได้บอกอะไรเรา? (ภาษาชาวบ้าน)
หากเปรียบกระดูกสันหลังเหมือน "รถยนต์"
MRI: คือการเปิดฝากระโปรงถ่ายรูปเครื่องยนต์อย่างละเอียด คุณอาจจะเห็นคราบน้ำมันเกาะ (ความเสื่อมตามวัย) หรือสายไฟบางเส้นเริ่มเปื่อย (หมอนรองกระดูกปลิ้นเล็กน้อย)
อาการปวด: คือการ "สตาร์ทรถแล้ววิ่ง" บางครั้งรถที่มีคราบน้ำมันเกาะเพียบ แต่เครื่องยังฟิต สตาร์ทติดง่าย วิ่งฉลุย (MRI ผิดปกติแต่ไม่ปวด)
ความจริง: รถบางคันเครื่องใหม่เอี่ยมไม่มีคราบเลย แต่สตาร์ทไม่ติดเพราะระบบไฟรวน หรือน้ำมันหมด (MRI ปกติแต่ปวดรุนแรง)
ทำไม MRI ผิดปกติแต่ถึงไม่เจ็บ?
มีงานวิจัยระดับโลกพบว่า คนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ไม่มีอาการปวดหลังเลยมากกว่า 80% เมื่อทำ MRI จะพบรอยหมอนรองกระดูกเสื่อมครับ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ:
ร่างกายปรับตัวได้: ร่างกายเราเก่งครับ เมื่อหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมทีละน้อย กล้ามเนื้อและเอ็นรอบข้างจะเข้ามาช่วยพยุงและปรับสมดุลจนเราไม่รู้สึกเจ็บ
ไม่ใช่จุดสำคัญ: รอยที่เห็นใน MRI อาจจะอยู่ไกลจากเส้นประสาทมาก จนไม่ได้ส่งสัญญาณความเจ็บปวดใดๆ ออกมา
ความเสื่อมตามวัย: เหมือนรอยตีนกาบนใบหน้าครับ มันคือความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งานร่างกาย
แล้วเมื่อไหร่ที่ MRI "ที่ผิดปกติ" จะกลายเป็นเรื่องใหญ่?
เราจะกังวลกับผล MRI ก็ต่อเมื่อ "ภาพที่เห็น" ตรงกับ "อาการที่เป็น" ครับ เช่น:
ภาพบอกว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นไปทับเส้นประสาทข้างขวา และคนไข้ก็มีอาการชาและอ่อนแรงที่ขาข้างขวาจริงๆ
ภาพบอกว่าช่องไขสันหลังตีบแคบ และคนไข้เดินได้ไม่กี่เมตรก็ต้องหยุดพักเพราะปวดน่อง
มีการกดทับเส้นประสาทจนคุมการขับถ่ายไม่ได้ (กรณีนี้ต้องได้รับการดูแลเร่งด่วน)
แนวทางการตรวจ: ใช้หูฟัง ใช้มือคลำ สำคัญกว่าใช้ตาดูฟิล์ม
การวินิจฉัยของหมอจะยึดหลักดังนี้ครับ:
ซักประวัติอย่างละเอียด: ปวดแบบไหน ท่าไหนปวด ท่าไหนหาย
ตรวจร่างกาย (Physical Exam): ทดสอบความแรงกล้ามเนื้อ การรับความรู้สึก และปฏิกิริยาตอบสนอง
เปรียบเทียบผล: เอาผล MRI มาวางคู่กับอาการ ถ้าไม่ตรงกัน หมอจะยึด "อาการคนไข้" เป็นหลักในการรักษาครับ
พยากรณ์โรค: อย่าให้แผ่นฟิล์มมาขโมยความสุขของคุณ
คนไข้ที่ MRI ผิดปกติแต่ไม่มีอาการ มีพยากรณ์โรคที่ดีเยี่ยมครับ คุณสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแค่ต้องรู้วิธีป้องกันไม่ให้ความเสื่อมนั้นเพิ่มขึ้น เช่น การออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) และการยกของหนักให้ถูกวิธีครับ
สรุป
ผล MRI ที่เขียนว่า "ผิดปกติ" ไม่ได้หมายความว่าคุณ "ป่วย" เสมอไปครับ อย่าเพิ่งตกใจจนเกินเหตุหากคุณยังเดินได้ปกติและไม่มีอาการปวดรุนแรง ร่างกายมนุษย์ซับซ้อนกว่าภาพถ่ายขาวดำมากนัก การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อแปลผล MRI ให้เข้ากับอาการของคุณ คือก้าวแรกที่ถูกต้องที่สุดในการดูแลสุขภาพหลังครับ
หากท่านมีข้อสงสัยหรือกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลในบทความนี้ สามารถพูดคุยเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นได้ครับ หมอยินดีให้ข้อมูลเพื่อให้ท่านสบายใจและรักษาได้อย่างทันท่วงที
"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#MRI #ผลตรวจกระดูก #หมอนรองกระดูกเสื่อม #ปวดหลัง #สุขภาพหลัง #หมอเก่ง #คุยกับหมอ #รักษาปวดหลัง #กระดูกสันหลัง #วินิจฉัยโรค
References
Brinjikji W, et al. Systematic literature review of imaging features of spinal degeneration in asymptomatic populations. AJNR Am J Neuroradiol. 2015;36(4):811-6. (สรุป: งานวิจัยที่พบว่าความเสื่อมของกระดูกสันหลังใน MRI พบได้บ่อยมากในคนที่ไม่มีอาการปวดเลย และเพิ่มขึ้นตามอายุ)
Jensen MC, et al. Magnetic resonance imaging of the lumbar spine in people without back pain. N Engl J Med. 1994;331(2):69-73. (สรุป: การศึกษาคลาสสิกที่ยืนยันว่าคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีอาการปวดหลัง มักจะมีความผิดปกติใน MRI อย่างน้อยหนึ่งจุด)
Chou R, et al. Imaging strategies for low-back pain: systematic review and meta-analysis. Lancet. 2009. (สรุป: ชี้ให้เห็นว่าการใช้ภาพถ่ายทางรังสีเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูอาการคนไข้ อาจนำไปสู่การรักษาที่เกินความจำเป็น)
Jarvik JG, et al. The Clinical Course of Early-Onset Low Back Pain: Findings From the Spine Patient Outcomes Research Trial (SPORT). Spine. 2005. (สรุป: การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผลภาพถ่ายและการดำเนินโรคในระยะยาว)
Knezevic NN, et al. Low back pain. Lancet. 2021. (สรุป: แนวทางการรักษาปวดหลังสมัยใหม่ที่เน้นการรักษาที่ตัวคนไข้มากกว่าภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น