เคยสงสัยไหมครับ? รักษาปวดหลังจนหายดีแล้ว ออกจากคลินิกก็เดินตัวปลิว ยาที่หมอให้ก็กินจนครบ แต่ผ่านไปไม่กี่เดือน อาการปวดเจ้ากรรมดันกลับมาทักทายอีกรอบ จนหลายคนท้อใจว่า "มันเป็นโรคเวรกรรมหรือเปล่า?" หรือ "หมอรักษาไม่ขาดหรือเปล่า?" ความจริงที่หลายคนไม่เคยรู้คือ "การหายปวด ไม่ได้แปลว่าหลังกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมครับ" วันนี้หมอจะมาชวนคุยว่า ทำไมอาการปวดหลังถึงชอบวนเวียนกลับมาเป็นซ้ำ และจุดไหนที่เราเผลอทำผิดพลาดไปทุกวัน
"หายปวดแล้ว ก็กลับไปทำแบบเดิม" เรื่องเล่าจากวงจรปวดซ้ำ
หมอมีคนไข้คนหนึ่ง ชื่อคุณวิทย์ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เป็นพนักงานส่งของ คุณวิทย์มาหาหมอด้วยอาการหลังยอกบ่อยมากครับ "หมอครับ ผมฉีดยากับหมอครั้งก่อน 3 วันหายสนิทเลยนะ แต่พอผมกลับไปยกของแค่ไม่กี่วัน มันก็กลับมาปวดที่เดิมเป๊ะเลย"
เคสของคุณวิทย์คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดครับ คุณวิทย์รักษา "อาการปวด" จนหาย แต่ไม่ได้รักษา "ต้นเหตุ" ของความปวด ซึ่งก็คือ กล้ามเนื้อแกนกลางที่ไม่แข็งแรง และ ท่าทางการยกของที่ผิดวิธี พอร่างกายที่ยังไม่พร้อมกลับไปรับภาระหนักเท่าเดิม มันก็เหมือนบ้านที่ฐานรากทรุดแต่เราแค่ทาสีใหม่ครับ พอน้ำหนักมากดทับ รอยร้าวเดิมก็ปรากฏขึ้นมาอีก
ทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำ? (ภาษาชาวบ้าน)
หากเปรียบหลังเหมือน "ยางล้อรถ"
การรักษา (ยา/ฉีดยา): คือการปะยางที่รั่วให้ลมไม่รั่วออก (หายปวด)
การใช้ชีวิต (นั่งนาน/ยกของ): คือการนำรถคันเดิมไปวิ่งบนถนนขรุขระ (ใช้งานหลัง)
สาเหตุที่ปวดซ้ำ: เพราะยางเส้นนั้น "ดอกยางโล้น" (กล้ามเนื้อฝ่อ) หรือ "ล้อไม่ตั้งศูนย์" (กระดูกเสื่อม/คด) ตราบใดที่เราไม่เปลี่ยนยางหรือตั้งศูนย์ใหม่ วิ่งไปไม่นานยางก็ระเบิดที่จุดเดิมครับ
3 ตัวการร้ายที่ทำให้คุณ "วนลูป" อยู่กับความปวด
ภาวะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแรง (Weak Core Muscles): เมื่อปวดหลังครั้งหนึ่ง สมองจะสั่งให้กล้ามเนื้อรอบๆ หยุดทำงานเพื่อลดการขยับ หากเราไม่ฝึกกล้ามเนื้อเหล่านี้ให้กลับมาแข็งแรง หลังของคุณจะไม่มี "เกราะป้องกัน" เวลาขยับตัวแรงๆ
ความจำความปวด (Pain Memory): เส้นประสาทของเรามีความจำครับ หากเคยปวดรุนแรงมานาน ระบบประสาทจะ "ไว" ต่อความเจ็บปวดเป็นพิเศษ แม้จะมีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ร่างกายจะขยายสัญญาณความเจ็บปวดให้ดูรุนแรงกว่าปกติ
พฤติกรรมเดิมที่แก้ไม่ได้: การนั่งไขว่ห้าง การก้มหลังหยิบของ หรือการนอนบนที่นอนที่ยุบเป็นแอ่ง สิ่งเหล่านี้คือการสะสม "ไมโครทราวม่า" หรือการบาดเจ็บเล็กๆ ทุกวัน จนถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหว
แนวทางการตรวจ: หา "จุดบอด" ของโครงสร้าง
เมื่อคนไข้กลับมาเป็นซ้ำ หมอจะไม่แค่จ่ายยาแก้ปวดครับ แต่ต้องหาว่าทำไมถึงไม่จบ:
การตรวจ Dynamic Assessment: หมอจะให้คนไข้ทำท่าทางที่ปวดซ้ำๆ เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อมัดไหนที่ทำงานผิดจังหวะ
MRI (กรณีปวดซ้ำบ่อย): เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง เช่น หมอนรองกระดูกที่เริ่มสูญเสียน้ำหรือความยืดหยุ่นจนรับแรงไม่ได้ (Internal Disc Disruption)
X-ray ดูความมั่นคง (Instability): ตรวจดูว่ามีกระดูกสันหลังเลื่อนตัวเวลาเราก้มหรือเงยหรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปวดซ้ำในผู้สูงอายุครับ
วิธีรักษา: ตัดวงจรปวดให้ขาด
การรักษาที่ดีต้องทำควบคู่กันทั้งการแก้ปวดและการป้องกันครับ:
ฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วยกายภาพ: ไม่ใช่แค่การประคบร้อน แต่คือการฝึก Exercise Therapy เพื่อปลุกกล้ามเนื้อชั้นลึก (Core Stabilization)
ฉีดยาด้วย Ultrasound เฉพาะจุด: ในกรณีที่มีพังผืดเกาะยึดที่จุดเดิม หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อสลายพังผืดและฉีดยาลดการอักเสบที่ค้างอยู่ให้ตรงจุดที่สุด
ปรับสภาพแวดล้อม: เปลี่ยนเก้าอี้ ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือฝึกท่าทางการลุกนั่งใหม่ทั้งหมด
พยากรณ์โรค: หายขาดได้ไหม?
อาการปวดหลังส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น "โรคเรื้อรังที่ควบคุมได้" ครับ พยากรณ์โรคดีมากสำหรับคนที่หันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง โอกาสกลับมาเป็นซ้ำจะลดลงมากกว่า 70-80% แต่สำหรับคนที่รักษาแค่ให้หายปวดแล้วกลับไปทำพฤติกรรมเดิม โอกาสเป็นซ้ำมีเกือบ 100% ภายใน 1 ปีครับ
สรุป
การปวดหลังซ้ำไม่ได้แปลว่าการรักษาครั้งแรกล้มเหลวครับ แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า "โครงสร้างของคุณยังไม่แข็งแรงพอ" ที่จะรับไลฟ์สไตล์แบบเดิม อย่ารอให้ปวดจนลุกไม่ไหวถึงมาหาหมอครับ เริ่มสร้าง "เกราะป้องกัน" ให้หลังของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้วงจรความปวดนี้จบลงที่ตัวคุณครับ
หากท่านมีข้อสงสัยหรือกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลในบทความนี้ สามารถพูดคุยเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นได้ครับ หมอยินดีให้ข้อมูลเพื่อให้ท่านสบายใจและรักษาได้อย่างทันท่วงที
"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญดูกระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังซ้ำซาก #ปวดหลังเรื้อรัง #กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว #หมอนรองกระดูกทับเส้น #หมอเก่ง #สุขภาพหลัง #กายภาพบำบัด #รักษาปวดหลัง #กระดูกสันหลัง #OfficeSyndrome
References
Hodges PW, Danneels L. Changes in Core Muscles in People with Low Back Pain. J Orthop Sports Phys Ther. 2019. (สรุป: อธิบายการฝ่อตัวของกล้ามเนื้อแกนกลางหลังการปวดหลังครั้งแรก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการกลับมาเป็นซ้ำ)
Pengel LH, et al. Outcome of acute non-specific low back pain. BMJ. 2003. (สรุป: งานวิจัยที่พบว่าแม้คนไข้ส่วนใหญ่จะหายปวดใน 6 สัปดาห์ แต่กว่าครึ่งจะกลับมาเป็นซ้ำภายใน 1 ปีหากไม่ทำกายภาพฟื้นฟู)
Knezevic NN, et al. Low back pain. Lancet. 2021. (สรุป: แนวทางการรักษาที่เน้นการป้องกันและการบริหารร่างกายเพื่อลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำ)
Choi G, et al. Risk factors for recurrence of lumbar disc herniation. J Neurosurg Spine. 2014. (สรุป: การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกลับมาเป็นซ้ำหลังการรักษา)
Foster NE, et al. Prevention and treatment of low back pain. Lancet. 2018. (สรุป: เน้นย้ำความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการออกกำลังกายในการป้องกันปวดหลังระยะยาว)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น