ปวดหลังร้าวลงขา เป็น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือไม่?
เคยเป็นไหมครับ? อยู่ดี ๆ ก็มีอาการปวดเสียวแปล๊บจากบั้นท้าย วิ่งยาวลงไปตามต้นขา บางวันก็ลามไปถึงน่องหรือปลายนิ้วเท้า ความรู้สึกมันเหมือนมีกระแสไฟช็อต หรือบางทีก็ปวดลึก ๆ จนบอกไม่ถูกว่าตรงไหนกันแน่ อาการนี้แหละครับที่เป็นสัญญาณเตือนอันดับหนึ่งของโรค "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท"
วันนี้หมอจะพาไปเจาะลึกว่า อาการปวดร้าวลงขานั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่ และเมื่อไหร่ที่เราต้องเริ่มกังวลครับ
"เหมือนมีไฟช็อตที่ขา" เรื่องเล่าจากคนไข้ในชุดทำงาน
หมอมีคนไข้คนหนึ่ง ชื่อคุณชัย (นามสมมติ) อายุ 38 ปี เป็นวิศวกรที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ คุณชัยเดินกะเผลกเข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลมาก "หมอครับ ผมไม่ได้เจ็บที่ขาเลยนะ แต่มันปวดมาจากข้างในก้น แล้วมันร้าวลงไปที่น่องจนเดินไม่ไหว ยิ่งตอนไอหรือจามนะหมอเอ๊ย...เหมือนมีใครเอาไฟฟ้ามาช็อตขาผมเลย"
เคสของคุณชัยคืออาการที่ชัดเจนมากของเส้นประสาทถูกกดทับครับ หลายคนมักไปนวดขาเพราะคิดว่ากล้ามเนื้อขาอักเสบ แต่จริงๆ แล้ว "ต้นตอ" ของปัญหาอยู่ที่ "หลัง" ต่างหากครับ
ทำไมปัญหาที่ "หลัง" แต่ไปเจ็บที่ "ขา"?
ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด ให้ลองนึกถึง "ขนมปังไส้ครีม" ครับ
- ขนมปัง: คือกระดูกสันหลังที่แข็งแรง
- ไส้ครีมตรงกลาง: คือหมอนรองกระดูกที่นุ่มและยืดหยุ่น ทำหน้าที่กันกระแทก
- สายไฟที่วางอยู่ข้างๆ ขนมปัง: คือเส้นประสาทที่ยาวไปเลี้ยงขา
เมื่อเราใช้งานหลังหนักเกินไป หรือนั่งผิดท่านานๆ จนขนมปังมันบีบตัว ไส้ครีมข้างในก็จะ "ปลิ้น" ออกมาครับ พอมันปลิ้นออกมาแล้ว มันไม่ได้ไปไหนไกล แต่มันไปกดทับ "สายไฟ" หรือเส้นประสาทที่อยู่ข้างๆ นั่นเองครับ เนื่องจากเส้นประสาทเส้นนี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปที่ขา สมองของเราเลยแปลผลว่าเรากำลังเจ็บขา ทั้งที่ต้นเหตุเกิดจากไส้ครีมที่หลังปลิ้นออกมานั่นเอง
เช็กอาการ: แบบไหนใช่ "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท"?
อาการของโรคนี้น่าสนใจตรงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ:
- ปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท: มักเริ่มจากเอวหรือก้น แล้ววิ่งลงไปที่ต้นขาด้านหลังหรือด้านข้าง
- ชาหรือรู้สึกซ่าๆ: เหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่ม หรือเหมือนเป็นเหน็บชาตลอดเวลา
- อาการแย่ลงเมื่อขยับ: เช่น ตอนก้มตัว ตอนยกของหนัก หรือแม้แต่ตอนไอ จาม และเบ่งถ่าย
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง: ในรายที่เป็นหนัก ขาจะเริ่มลีบลง หรือเวลายกปลายเท้าขึ้นจะรู้สึกว่าไม่มีแรง
ปัจจัยเสี่ยง: ใครบ้างที่ต้องระวัง?
- กลุ่มวัยทำงาน: นั่งท่าเดิมนานๆ ไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงกดทับต่อเนื่อง
- สายแบก: คนที่ยกของหนักโดยใช้การก้มหลังแทนการย่อเข่า
- น้ำหนักตัวเกิน: หลังต้องแบกรับภาระเหมือนเราสะพายเป้หนักๆ ตลอดเวลา
- ผู้สูงอายุ: หมอนรองกระดูกเริ่มขาดน้ำและเสื่อมสภาพตามกาลเวลา
การตรวจวินิจฉัย: มั่นใจด้วยเทคโนโลยี
เมื่อมาพบหมอ หมอจะทำการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนครับ เช่น การให้นอนหงายแล้วยกขาเหยียดตึง (Straight Leg Raise Test) ถ้ายกได้ไม่กี่องศาแล้วปวดเสียวลงขา ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ระดับหนึ่ง
แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด หมอมักจะแนะนำการทำ MRI (เอ็มอาร์ไอ) ครับ เพราะวิธีนี้จะทำให้เราเห็น "ไส้ขนมปัง" ที่ปลิ้นออกมาได้อย่างชัดเจนว่ามันกดทับเส้นประสาทรุนแรงแค่ไหน ซึ่งการเอกซเรย์ธรรมดาจะมองไม่เห็นหมอนรองกระดูกครับ
การรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด
หมอขอย้ำตรงนี้เลยครับว่า "คนไข้มากกว่า 80% หายได้โดยไม่ใช้การผ่าตัด" ครับ
- ระยะเริ่มต้น: การพักผ่อน และการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มลดการอักเสบ (NSAIDs) ร่วมกับยาบำรุงเส้นประสาท
- การทำกายภาพบำบัด: การดึงหลัง (Traction) เพื่อเพิ่มช่องว่างให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่ และการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อท้อง
- การฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด: โดยใช้ Ultrasound นำทาง ฉีดยาเข้าดพรงประสาทตำแหน่งที่กดทับ แล้วส่งยาลงไปที่จุดนั้นเป๊ะๆ เพื่อลดอาการปวดและอักเสบอย่างรวดเร็ว
- การผ่าตัด: หมอจะพิจารณาเฉพาะรายที่มีอาการรุนแรงจริงๆ เช่น ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ หรือคุมการขับถ่ายไม่ได้เท่านั้นครับ
พยากรณ์โรค: หายแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม?
โรคนี้พยากรณ์โรคค่อนข้างดีครับ ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ถ้าดูแลตัวเองถูกต้อง แต่ "โอกาสกลับมาเป็นซ้ำ" มีเสมอครับ ถ้าเรายังใช้ชีวิตแบบเดิมๆ การดูแลตัวเองหลังหายจึงสำคัญที่สุด ทั้งเรื่องการคุมน้ำหนัก และการจัดระเบียบร่างกายในการนั่งและยืนครับ
สรุป
อาการปวดร้าวลงขาไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ควรมองข้ามครับ มันคือการประท้วงของเส้นประสาทที่กำลังถูกกดทับ หากเริ่มมีอาการชาหรือปวดเสียวเหมือนไฟช็อต การมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัดใหญ่ครับ
หากท่านมีข้อสงสัยหรือกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลในบทความนี้ สามารถพูดคุยเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นได้ครับ หมอยินดีให้ข้อมูลเพื่อให้ท่านสบายใจและรักษาได้อย่างทันท่วงที
"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดร้าวลงขา #ปวดหลัง #กระดูกสันหลัง #เส้นประสาทอักเสบ #หมอเก่ง #ปวดก้น #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #สุขภาพดี #ปวดเสียวลงขา
References
- Amin RM, et al. Lumbar Disc Herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017;10(4):507-516.(สรุป: อธิบายกลไกการเกิดหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท และแนวทางการรักษาที่เป็นมาตรฐานสากล)
- Dydyk AM, et al. Disc Herniation. StatPearls [Internet]. 2023.(สรุป: ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการแยกโรคอาการปวดหลังจากสาเหตุต่างๆ)
- Gadjradj PS, et al. Non-surgical treatment for lumbar disc herniation. Cochrane Database Syst Rev. 2022.(สรุป: งานวิจัยที่ยืนยันประสิทธิภาพของการรักษาแบบไม่ผ่าตัดสำหรับคนไข้หมอนรองกระดูกทับเส้น)
- Jordan J, et al. Herniated lumbar disc. BMJ Clin Evid. 2016.(สรุป: รวบรวมหลักฐานทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการแสดงและพยากรณ์โรคของคนไข้ปวดร้าวลงขา)
- Kreiner DS, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. Spine J. 2014.(สรุป: แนวทางปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการดูแลคนไข้ที่มีอาการรากประสาทถูกกดทับจากหมอนรองกระดูก)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น