วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปวดหลังร้าวลงขา เป็น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือไม่?

 



ปวดหลังร้าวลงขา เป็น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือไม่?

เคยเป็นไหมครับ? อยู่ดี ๆ ก็มีอาการปวดเสียวแปล๊บจากบั้นท้าย วิ่งยาวลงไปตามต้นขา บางวันก็ลามไปถึงน่องหรือปลายนิ้วเท้า ความรู้สึกมันเหมือนมีกระแสไฟช็อต หรือบางทีก็ปวดลึก ๆ จนบอกไม่ถูกว่าตรงไหนกันแน่ อาการนี้แหละครับที่เป็นสัญญาณเตือนอันดับหนึ่งของโรค "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท"

วันนี้หมอจะพาไปเจาะลึกว่า อาการปวดร้าวลงขานั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่ และเมื่อไหร่ที่เราต้องเริ่มกังวลครับ


"เหมือนมีไฟช็อตที่ขา" เรื่องเล่าจากคนไข้ในชุดทำงาน

หมอมีคนไข้คนหนึ่ง ชื่อคุณชัย (นามสมมติ) อายุ 38 ปี เป็นวิศวกรที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ คุณชัยเดินกะเผลกเข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลมาก "หมอครับ ผมไม่ได้เจ็บที่ขาเลยนะ แต่มันปวดมาจากข้างในก้น แล้วมันร้าวลงไปที่น่องจนเดินไม่ไหว ยิ่งตอนไอหรือจามนะหมอเอ๊ย...เหมือนมีใครเอาไฟฟ้ามาช็อตขาผมเลย"

เคสของคุณชัยคืออาการที่ชัดเจนมากของเส้นประสาทถูกกดทับครับ หลายคนมักไปนวดขาเพราะคิดว่ากล้ามเนื้อขาอักเสบ แต่จริงๆ แล้ว "ต้นตอ" ของปัญหาอยู่ที่ "หลัง" ต่างหากครับ


ทำไมปัญหาที่ "หลัง" แต่ไปเจ็บที่ "ขา"?

ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด ให้ลองนึกถึง "ขนมปังไส้ครีม" ครับ

  • ขนมปัง: คือกระดูกสันหลังที่แข็งแรง
  • ไส้ครีมตรงกลาง: คือหมอนรองกระดูกที่นุ่มและยืดหยุ่น ทำหน้าที่กันกระแทก
  • สายไฟที่วางอยู่ข้างๆ ขนมปัง: คือเส้นประสาทที่ยาวไปเลี้ยงขา

เมื่อเราใช้งานหลังหนักเกินไป หรือนั่งผิดท่านานๆ จนขนมปังมันบีบตัว ไส้ครีมข้างในก็จะ "ปลิ้น" ออกมาครับ พอมันปลิ้นออกมาแล้ว มันไม่ได้ไปไหนไกล แต่มันไปกดทับ "สายไฟ" หรือเส้นประสาทที่อยู่ข้างๆ นั่นเองครับ เนื่องจากเส้นประสาทเส้นนี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปที่ขา สมองของเราเลยแปลผลว่าเรากำลังเจ็บขา ทั้งที่ต้นเหตุเกิดจากไส้ครีมที่หลังปลิ้นออกมานั่นเอง


เช็กอาการ: แบบไหนใช่ "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท"?

อาการของโรคนี้น่าสนใจตรงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ:

  • ปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท: มักเริ่มจากเอวหรือก้น แล้ววิ่งลงไปที่ต้นขาด้านหลังหรือด้านข้าง
  • ชาหรือรู้สึกซ่าๆ: เหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่ม หรือเหมือนเป็นเหน็บชาตลอดเวลา
  • อาการแย่ลงเมื่อขยับ: เช่น ตอนก้มตัว ตอนยกของหนัก หรือแม้แต่ตอนไอ จาม และเบ่งถ่าย
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง: ในรายที่เป็นหนัก ขาจะเริ่มลีบลง หรือเวลายกปลายเท้าขึ้นจะรู้สึกว่าไม่มีแรง

ปัจจัยเสี่ยง: ใครบ้างที่ต้องระวัง?

  1. กลุ่มวัยทำงาน: นั่งท่าเดิมนานๆ ไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงกดทับต่อเนื่อง
  2. สายแบก: คนที่ยกของหนักโดยใช้การก้มหลังแทนการย่อเข่า
  3. น้ำหนักตัวเกิน: หลังต้องแบกรับภาระเหมือนเราสะพายเป้หนักๆ ตลอดเวลา
  4. ผู้สูงอายุ: หมอนรองกระดูกเริ่มขาดน้ำและเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

การตรวจวินิจฉัย: มั่นใจด้วยเทคโนโลยี

เมื่อมาพบหมอ หมอจะทำการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนครับ เช่น การให้นอนหงายแล้วยกขาเหยียดตึง (Straight Leg Raise Test) ถ้ายกได้ไม่กี่องศาแล้วปวดเสียวลงขา ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ระดับหนึ่ง

แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด หมอมักจะแนะนำการทำ MRI (เอ็มอาร์ไอ) ครับ เพราะวิธีนี้จะทำให้เราเห็น "ไส้ขนมปัง" ที่ปลิ้นออกมาได้อย่างชัดเจนว่ามันกดทับเส้นประสาทรุนแรงแค่ไหน ซึ่งการเอกซเรย์ธรรมดาจะมองไม่เห็นหมอนรองกระดูกครับ


การรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด

หมอขอย้ำตรงนี้เลยครับว่า "คนไข้มากกว่า 80% หายได้โดยไม่ใช้การผ่าตัด" ครับ

  • ระยะเริ่มต้น: การพักผ่อน และการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มลดการอักเสบ (NSAIDs) ร่วมกับยาบำรุงเส้นประสาท
  • การทำกายภาพบำบัด: การดึงหลัง (Traction) เพื่อเพิ่มช่องว่างให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่ และการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อท้อง
  • การฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด: โดยใช้ Ultrasound นำทาง ฉีดยาเข้าดพรงประสาทตำแหน่งที่กดทับ แล้วส่งยาลงไปที่จุดนั้นเป๊ะๆ เพื่อลดอาการปวดและอักเสบอย่างรวดเร็ว
  • การผ่าตัด: หมอจะพิจารณาเฉพาะรายที่มีอาการรุนแรงจริงๆ เช่น ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ หรือคุมการขับถ่ายไม่ได้เท่านั้นครับ

พยากรณ์โรค: หายแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม?

โรคนี้พยากรณ์โรคค่อนข้างดีครับ ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ถ้าดูแลตัวเองถูกต้อง แต่ "โอกาสกลับมาเป็นซ้ำ" มีเสมอครับ ถ้าเรายังใช้ชีวิตแบบเดิมๆ การดูแลตัวเองหลังหายจึงสำคัญที่สุด ทั้งเรื่องการคุมน้ำหนัก และการจัดระเบียบร่างกายในการนั่งและยืนครับ


สรุป

อาการปวดร้าวลงขาไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ควรมองข้ามครับ มันคือการประท้วงของเส้นประสาทที่กำลังถูกกดทับ หากเริ่มมีอาการชาหรือปวดเสียวเหมือนไฟช็อต การมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัดใหญ่ครับ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลในบทความนี้ สามารถพูดคุยเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นได้ครับ หมอยินดีให้ข้อมูลเพื่อให้ท่านสบายใจและรักษาได้อย่างทันท่วงที

"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดร้าวลงขา #ปวดหลัง #กระดูกสันหลัง #เส้นประสาทอักเสบ #หมอเก่ง #ปวดก้น #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #สุขภาพดี #ปวดเสียวลงขา


References

  1. Amin RM, et al. Lumbar Disc Herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017;10(4):507-516.(สรุป: อธิบายกลไกการเกิดหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท และแนวทางการรักษาที่เป็นมาตรฐานสากล)
  2. Dydyk AM, et al. Disc Herniation. StatPearls [Internet]. 2023.(สรุป: ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการแยกโรคอาการปวดหลังจากสาเหตุต่างๆ)
  3. Gadjradj PS, et al. Non-surgical treatment for lumbar disc herniation. Cochrane Database Syst Rev. 2022.(สรุป: งานวิจัยที่ยืนยันประสิทธิภาพของการรักษาแบบไม่ผ่าตัดสำหรับคนไข้หมอนรองกระดูกทับเส้น)
  4. Jordan J, et al. Herniated lumbar disc. BMJ Clin Evid. 2016.(สรุป: รวบรวมหลักฐานทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการแสดงและพยากรณ์โรคของคนไข้ปวดร้าวลงขา)
  5. Kreiner DS, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. Spine J. 2014.(สรุป: แนวทางปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการดูแลคนไข้ที่มีอาการรากประสาทถูกกดทับจากหมอนรองกระดูก)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น