วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปวดหลังร้าวลงขา... ยิ่งพักยิ่งหาย หรือยิ่งขยับยิ่งดี?

 



ปวดหลังร้าวลงขา... ยิ่งพักยิ่งหาย หรือยิ่งขยับยิ่งดี?(คำตอบที่อาจเปลี่ยนวิธีรักษาของคุณ)


“หมอครับ ตั้งแต่ผมปวดหลังร้าวลงขา ผมก็นอนซมอยู่บนเตียงมา 3 วันแล้วครับ ลุกไปไหนไม่ไหว กลัวว่าขยับแล้วหมอนรองมันจะปลิ้นออกมามากกว่าเดิม แบบนี้ผมทำถูกไหมครับ?”

นี่คือความเข้าใจที่แพร่หลายที่สุดอย่างหนึ่งในโรคปวดหลังครับ สมัยก่อนเราอาจจะเชื่อว่าการ “นอนพักนิ่งๆ บนเตียง (Bed Rest)” คือวิธีรักษาที่ดีที่สุด แต่ปัจจุบันงานวิจัยทางการแพทย์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะการนอนนิ่งๆ นานเกินไป กลับกลายเป็น “ยาพิษ” ที่ทำให้หายช้าลงและกล้ามเนื้อลีบตัวลงเรื่อยๆ

วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจว่า เมื่อความปวดจู่โจม คุณควร "หยุด" หรือควร "ไปต่อ" แบบไหนถึงจะปลอดภัยครับ


เรื่องจริงจากห้องตรวจ: เคสคุณน้าสายอดทน

น้าประภา (นามสมมติ) มีอาการปวดหลังร้าวลงน่องอย่างรุนแรง น้าเลือกที่จะนอนนิ่งๆ บนเตียงนุ่มๆ เป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ เพราะคิดว่าเป็นการพักกระดูก ผลที่ตามมาคือ น้าเริ่มมีอาการ “ขาอ่อนแรง” และพอจะกลับมาเดินจริงๆ กล้ามเนื้อหลังกลับรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้ปวดหนักกว่าเดิมจนแทบก้าวขาไม่ออก

สิ่งที่หมอต้องทำคือการปรับความคิดใหม่ว่า “เราต้องขยับ แต่ต้องขยับให้ถูกท่าและถูกเวลาครับ”


อธิบายความจริง: ทำไมการ "นอนยาว" ถึงไม่ช่วย?

ในระยะที่ปวดเสียวร้าวลงขา (Pathogenesis) มักเกิดจากการที่เส้นประสาทถูกรบกวน ไม่ว่าจะเป็นจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือกล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท

  • ถ้าเรานอนนิ่งนานเกิน 48 ชั่วโมง: กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) ที่ทำหน้าที่เหมือน "เข็มขัดพยุงหลัง" ตามธรรมชาติจะเริ่มอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว
  • การไหลเวียนเลือดลดลง: เมื่อไม่ขยับ เลือดที่จะนำสารอาหารไปซ่อมแซมเส้นประสาทและกระดูกอ่อนก็น้อยลง ทำให้การอักเสบหายช้า
  • ข้อต่อฝืดตึง: การอยู่นิ่งๆ ทำให้พังผืดเริ่มเกาะตามข้อต่อกระดูกสันหลัง ทำให้พอจะกลับมาขยับจริงๆ ก็จะเจ็บและฝืดกว่าเดิม

แล้วเมื่อไหร่ควร "พัก" เมื่อไหร่ควร "ขยับ"?

หมอขอสรุปเป็นกฎง่ายๆ ดังนี้ครับ:

1. ช่วงเฉียบพลัน (1-2 วันแรก): ถ้าปวดจนร้าวเหมือนไฟช็อตทุกครั้งที่ขยับ การนอนพักคือสิ่งที่ทำได้ครับ แต่ ไม่ควรนอนยาวตลอดทั้งวัน ควรลุกขึ้นมาเดินเปลี่ยนอิริยาบถไปเข้าห้องน้ำ หรือเดินสั้นๆ ในบ้านทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อยึด

2. ช่วงฟื้นตัว (หลังจาก 2 วันเป็นต้นไป): นี่คือช่วงที่ต้อง “ขยับ” ครับ โดยต้องเป็นการขยับที่ไม่มีการบิดหรือก้มหลังอย่างรุนแรง การเดินเบาๆ บนพื้นราบคือการทำกายภาพบำบัดที่ดีที่สุดและประหยัดที่สุด เพราะช่วยให้หมอนรองกระดูกได้รับสารอาหารจากการขยับตัว


การตรวจและรักษา: ก่อนจะเริ่มขยับต้องรู้อะไรบ้าง?

หากคุณปวดร้าวลงขา หมอจะแนะนำขั้นตอนดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการรับความรู้สึกของขา เพื่อดูว่าเส้นประสาทถูกกดทับรุนแรงระดับไหน
  • MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): หากอาการไม่ดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ การทำ MRI จะช่วยให้เห็นชัดเจนว่าจุดที่ทับเส้นคือจุดไหน และเหมาะสมกับการรักษาแบบใด
  • การรักษาด้วยยาและการฉีด: ในช่วงที่ปวดจนขยับไม่ได้ การใช้ยาช่วยลดการอักเสบ หรือการฉีดยาเข้าโพรงประสาทโดยใช้ เอกซเรย์/อัลตราซาวด์นำทาง จะช่วย “เปิดทาง” ให้ความเจ็บปวดลดลง จนคุณสามารถกลับไปทำกายภาพและขยับตัวได้ง่ายขึ้น

พยากรณ์โรค: การขยับช่วยให้หายขาดจริงไหม?

การดำเนินโรคของปวดหลังร้าวลงขา ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นใน 6-8 สัปดาห์ครับ ความลับอยู่ที่การ “สร้างกล้ามเนื้อพยุงหลัง” หากคุณยอมขยับอย่างเหมาะสมและฝึกท่าบริหารอย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่จะต้องไปถึงห้องผ่าตัดจะลดลงเหลือน้อยกว่า 10% เลยทีเดียวครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง (ถ้ามัวแต่พักจนไม่ขยับ)

  1. กล้ามเนื้อลีบ: โดยเฉพาะกล้ามเนื้อน่องและหน้าขา
  2. เส้นประสาทอักเสบเรื้อรัง: ยิ่งทิ้งไว้นานโดยไม่รักษาหรือขยับกระตุ้น เส้นประสาทอาจเสียหายถาวรจนชาไม่หาย
  3. ภาวะซึมเศร้า: การนอนติดเตียงนานๆ ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างมาก

สรุป คำตอบคือ “นอนพักเพียงสั้นๆ แล้วรีบกลับมาขยับอย่างระมัดระวัง” คือหัวใจของการรักษาปวดหลังร้าวลงขาครับ การอยู่นิ่งๆ ไม่ใช่คำตอบของกระดูกและข้อ แต่การเคลื่อนไหวอย่างมีสติคือยาขนานเอก

สำหรับท่านที่กังวลว่า "ขยับแล้วจะเจ็บ" หรือ "ไม่รู้จะเริ่มท่าไหน" ผมยินดีให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับสภาพหลังของคุณที่สุดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองทับเส้น #ปวดหลัง #หมอเก่ง #กายภาพบำบัด #กระดูกสันหลัง #สุขภาพดี #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #อาการชาลงขา #ปรับพฤติกรรม


References

  1. Dahm KT, et al. (2010). Advice to rest in bed versus advice to stay active for acute low-back pain and sciatica.(วิจัยยืนยันว่าการใช้ชีวิตตามปกติได้ผลดีกว่าการนอนพักบนเตียง)
  2. Oliveira CB, et al. (2018). Clinical practice guidelines for the management of non-specific low back pain in primary care. (แนวทางเวชปฏิบัติที่แนะนำให้ผู้ป่วยปวดหลังพยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้เร็วที่สุด)
  3. Qaseem A, et al. (2017). Noninvasive Treatments for Acute, Subacute, and Chronic Low Back Pain. (คำแนะนำให้เริ่มจากการขยับตัวและกายภาพก่อนการใช้ยารุนแรง)
  4. Hagen KB, et al. (2005). The Cochrane review of bed rest for lower back pain and sciatica. (บทสรุปที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์การรักษาจากการนอนพักเป็นความพยายามขยับตัว)
  5. Jensen RK, et al. (2019). Diagnosis and treatment of sciatica. (สรุปแนวทางการรักษาอาการปวดร้าวลงขาที่ทันสมัยที่สุด)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น