ปวดหลังร้าวลงขา ชาถึงปลายเท้า... ทนมา 3 เดือนไม่หาย หรือกระดูกเรากำลัง "เสื่อม" ก่อนวัย?
"แค่ปวดหลัง เดี๋ยวก็หาย" "สงสัยนั่งทำงานนานไปหน่อย ไปนวดเดี๋ยวก็ดีขึ้น"
คุณกำลังบอกตัวเองแบบนี้อยู่หรือเปล่าครับ? ถ้าอาการปวดหลังของคุณ ไม่ได้อยู่แค่ที่หลัง แต่เริ่มมีกระแสไฟแลบแปล๊บๆ ร้าวลงไปที่สะโพก ลามไปถึงขา หรือรู้สึกชาหนาๆ ที่ปลายเท้าเหมือนใส่ถุงเท้าตลอดเวลา และเป็นมานานเกิน 2-3 สัปดาห์ โดยเฉพาะถ้าเป็นมาถึง "3 เดือน" แบบเคสที่หมอจะเล่าให้ฟังวันนี้
หมออยากบอกด้วยความเป็นห่วงว่า "อย่านิ่งนอนใจครับ เพราะนี่อาจไม่ใช่แค่อาการปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยจากเส้นประสาทที่กำลังถูกบดขยี้"
วันนี้หมอเก่งขอหยิบยกเคสจริง (นามสมมติ) ของคุณผู้หญิงวัยทำงาน ที่คิดว่าตัวเองแค่ปวดเมื่อย แต่เกือบต้องผ่าตัดใหญ่เพราะทนเจ็บมานาน มาเล่าให้ฟังครับ
...
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณส้มกับ "สายฟ้า" ที่สะโพกขวา
คุณส้ม (นามสมมติ) หญิงสาววัย 42 ปี พนักงานบัญชีระดับหัวหน้างาน เดินเข้ามาในห้องตรวจของหมอด้วยท่าทางที่เอียงตัวไปด้านซ้ายอย่างเห็นได้ชัด มือข้างขวากุมสะโพกไว้ตลอดเวลา
"หมอคะ... ส้มไม่ไหวแล้วค่ะ มันปวดร้าวลงขาขวาเหมือนมีไฟช็อต นั่งทำงานไม่ได้เลย แค่จะก้มใส่รองเท้ายังน้ำตาไหล ตอนนี้เริ่มชาที่นิ้วก้อยเท้าขวาแล้วค่ะ เป็นมา 3 เดือนแล้ว กินยาแก้ปวดก็แค่ทุเลา พอยาหมดฤทธิ์ก็ปวดใหม่"
คุณส้มเล่าว่า เริ่มแรกแค่ปวดเอวเมื่อยๆ คิดว่าเป็นออฟฟิศซินโดรม ไปนวดแผนไทยก็ดีขึ้นชั่วคราว แต่พอนานเข้า อาการปวดเริ่มเปลี่ยนทิศทาง จากกลางหลัง ย้ายลงมาที่แก้มก้นขวา แล้ววิ่งจี๊ดลงไปที่น่อง เวลาไอหรือจามจะสะเทือนจนสะดุ้ง
นี่คืออาการคลาสสิกของสิ่งที่เราเรียกว่า "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" (Herniated Disc) ครับ และในวัย 42 ปี ถือว่าเป็นช่วงอายุที่พบบ่อยที่สุดช่วงหนึ่งเลยทีเดียว
...
ความจริงที่หมออยากบอก: เมื่อ "เจลลี่" ในหลังเราแตก
หลายคนสงสัยว่า ทำไมอยู่ดีๆ ถึงปวดร้าวลงขาได้ ทั้งที่หลังดูปกติ?
หมออยากให้ลองจินตนาการถึง "ขนมใส่ไส้" หรือ "โดนัทที่มีไส้เจลลี่ตรงกลาง" นะครับ กระดูกสันหลังของเรา จะมีหมอนรองกระดูกคั่นอยู่ทุกข้อ ทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพรับแรงกระแทก ข้างนอกเหนียวเหมือนแป้ง แต่ข้างในนิ่มเหมือนเจลลี่
เมื่อเราใช้งานหลังหนัก นั่งนานๆ ก้มๆ เงยๆ ผิดท่า หรือแค่อายุที่เพิ่มขึ้น (เริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 30 แล้วครับ) เปลือกนอกที่หุ้มอยู่มันจะเริ่มเปื่อยยุ่ยและปริแตก
และเมื่อไหร่ที่มีแรงดันมากระทำ เช่น การก้มยกของ หรือการจามแรงๆ "เจลลี่" ที่อยู่ข้างในมันจะ "ปลิ้น" หรือทะลักออกมาครับ
ปัญหาคือ... ด้านหลังของหมอนรองกระดูก มันดันเป็นที่อยู่ของ "สายไฟฟ้าแรงสูง" หรือ "เส้นประสาท" ที่วิ่งลงไปเลี้ยงขาของเรานั่นเอง
พอเจลลี่ที่ปลิ้นออกมา (Herniated Disc) ไปกดทับสายไฟเส้นนี้:
- ปวด: เหมือนไฟช็อต ร้าวจากหลังลงก้น ลงขา
- ชา: เพราะสัญญาณรับความรู้สึกถูกรบกวน (เหมือนเคสคุณส้มที่ชาถึงปลายเท้า)
- อ่อนแรง: ถ้ากดทับนานๆ หรือรุนแรง สั่งงานกล้ามเนื้อไม่ได้ ขาจะลีบ หรือกระดกข้อเท้าไม่ขึ้น
...
เจาะลึกโรค: ทำไมต้อง 3 เดือน? และเราต้องทำอะไรบ้าง?
อาการที่คุณส้มเป็น เรียกว่า Sciatica หรืออาการปวดร้าวลงขาจากการกดทับเส้นประสาทไซอาติก ซึ่งมักเกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นระดับเอว (ส่วนใหญ่คือข้อ L4-L5 หรือ L5-S1)
ทำไมเป็นมา 3 เดือนถึงน่าห่วง? ปกติแล้ว ร่างกายเราเก่งมากครับ เม็ดเลือดขาวจะพยายามมากัดกินเจลลี่ที่ปลิ้นออกมาให้ยุบไปเองได้ใน 4-6 สัปดาห์ (ประมาณ 80-90% ของคนไข้จะหายเองได้โดยไม่ต้องผ่าตัด) แต่ถ้าผ่านไป 3 เดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง จนมีอาการชา หรืออ่อนแรง นั่นแปลว่า "การรักษาตัวเองของร่างกายอาจจะไม่ไหวแล้ว" หรือมีการกดทับที่รุนแรงจนต้องช่วยมันครับ
หมอตรวจอะไรบ้าง? (Investigation)
- ตรวจร่างกาย: หมอจะให้คนไข้นอนหงายแล้วยกขาข้างที่ปวดขึ้นตรงๆ (Straight Leg Raising Test) ถ้าเป็นโรคนี้จริง ยกขึ้นได้นิดเดียวก็จะปวดร้าวเหมือนไฟช็อตแล้วครับ และหมอจะเช็คแรงกระดกนิ้วเท้าและข้อเท้า เพื่อดูว่าเส้นประสาทเสียหายแค่ไหน
- เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูก ดูความเสื่อม ดูว่ากระดูกเคลื่อนไหม แต่... เอกซเรย์จะไม่เห็นหมอนรองกระดูกที่ปลิ้น หรือเส้นประสาทนะครับ
- เอ็มอาร์ไอ (MRI): พระเอกของเราครับ! ในรายที่เป็นมานาน 3 เดือนและมีอาการชาแบบคุณส้ม หมอแนะนำให้ทำ MRI เพราะจะเห็นชัดเจนเลยว่า "เจลลี่" ปลิ้นออกมาตรงไหน กดทับเส้นประสาทมากน้อยเพียงใด เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำ
...
แนวทางการรักษา: ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
คำตอบคือ "ไม่" ครับ เราจะเริ่มจากเบาไปหาหนักเสมอ (ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน เช่น ขาอ่อนแรงเดินไม่ได้ หรือขับถ่ายผิดปกติ อันนั้นต้องผ่าด่วน)
1. การรักษาแบบประคับประคอง (Conservative Treatment) - ระยะ 1-6 สัปดาห์แรก
- พฤติกรรม: เลิกนั่งนานๆ ห้ามยกของหนัก และหลีกเลี่ยงการนั่งเก้าอี้เตี้ยหรือโซฟานิ่มๆ
- ยา:
- ยาแก้ปวด/ลดอักเสบ (NSAIDs): ลดการบวมของเส้นประสาท
- ยาคลายกล้ามเนื้อ: ลดการเกร็งตัว
- ยาแก้ปวดเส้นประสาท (Gabapentin/Pregabalin): ตัวนี้สำคัญสำหรับคนที่มีอาการไฟช็อตหรือชา ช่วยลดความไวของเส้นประสาท
- กายภาพบำบัด: ดึงหลัง (Traction) เพื่อเปิดช่องว่างให้หมอนรองกระดูกดูดกลับเข้าไป, การใช้ความร้อน/อัลตราซาวด์ลดปวด
2. การระงับปวดด้วยการฉีดยา (Intervention) - เมื่อกินยาแล้วไม่ดีขึ้น
- การฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงสันหลัง (Epidural Steroid Injection): เปรียบเหมือนการ "ล้างท่อ" หมอจะฉีดยาเข้าไปตรงจุดที่เจลลี่มันกดทับเส้นประสาทโดยตรง เพื่อลดการอักเสบและบวมอย่างรวดเร็ว วิธีนี้ช่วยให้คนไข้หลายคนรอดพ้นจากการผ่าตัดได้ครับ
3. การผ่าตัด (Surgery) - ทางเลือกสุดท้าย จะพิจารณาเมื่อ:
- รักษาด้วยยาและกายภาพเกิน 6-12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น (แบบคุณส้ม ถ้า MRI พบกดทับเยอะและฉีดยาแล้วไม่หาย อาจต้องพิจารณา)
- มีอาการขาอ่อนแรงชัดเจน หรือกล้ามเนื้อลีบ
- ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ (ต้องผ่าฉุกเฉิน)
- ปวดทรมานจนใช้ชีวิตไม่ได้
เทคโนโลยีปัจจุบัน: เดี๋ยวนี้เรามีการผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic Spine Surgery) แผลเล็กนิดเดียว (ไม่ถึง 1 ซม.) เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เดินได้หลังผ่าตัดวันรุ่งขึ้น ไม่น่ากลัวเหมือนสมัยก่อนที่ต้องเปิดแผลยาวๆ แล้วครับ
...
การป้องกันและการพยากรณ์โรค: จะกลับมาเป็นอีกไหม?
สำหรับคุณส้ม หลังจากทำ MRI พบว่าเป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น L5-S1 จริงๆ หมอเริ่มจากการปรับยาแก้ปวดเส้นประสาท และส่งทำกายภาพบำบัดแบบเข้มข้น ร่วมกับการฉีดยาเข้าโพรงสันหลัง 1 เข็ม ผลปรากฏว่า... อาการปวดลดลงไป 80% ภายใน 2 สัปดาห์ อาการชาค่อยๆ ดีขึ้น และไม่ต้องผ่าตัดครับ!
แต่... หายแล้วไม่ใช่ว่าจะกลับไปทำตัวเหมือนเดิมได้นะ ถ้าคุณส้มกลับไปนั่งทำงานท่าเดิมวันละ 8-10 ชั่วโมง ไม่ลุกยืดเส้นสาย หรือก้มยกของผิดท่า "เจลลี่" ก็อาจจะปลิ้นออกมาซ้ำได้
สิ่งที่ต้องทำเพื่อป้องกัน:
- Core Muscle Strengthening: ออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (หน้าท้องและหลัง) ให้แข็งแรง เพื่อให้กล้ามเนื้อช่วยพยุงกระดูกสันหลังแทนหมอนรองกระดูก
- Ergonomics: ปรับท่านั่งทำงาน จอคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ระดับสายตา หลังต้องพิงพนัก เก้าอี้ต้องรองรับสรีระ
- Frequent Breaks: ลุกเดินทุก 45-60 นาที อย่าให้หลังแช่อยู่ท่าเดียวนานๆ
...
สรุป
อาการปวดหลังร้าวลงขา ชาถึงปลายเท้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นในวัย 40+ และเรื้อรังมาหลายเดือน มันคือสัญญาณว่าเส้นประสาทคุณกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
อย่ารอจนขาอ่อนแรง อย่ารอจนเดินไม่ได้ รีบมาตรวจหาสาเหตุ เอ็กซเรย์ หรือ MRI ให้รู้ชัด การรักษาที่ตรงจุดตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องลงเอยด้วยมีดหมอครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังร้าวลงขา #ชาปลายเท้า #กระดูกสันหลังเสื่อม #Sciatica #ปวดสะโพก #กายภาพบำบัด #หมอเก่งธนินนิตย์
References (เอกสารอ้างอิง)
- Jensen RK, Kongsted A, Kjaer P, Koes B. Diagnosis and treatment of sciatica. BMJ. 2019;367:l6273. (บทความทบทวนเรื่องการวินิจฉัยและการรักษาอาการปวดร้าวลงขา หรือ Sciatica ที่ครอบคลุมและทันสมัย)
- Foster NE, Anema JR, Cherkin D, Chou R, Cohen SP, Gross DP, et al. Prevention and treatment of low back pain: evidence, challenges, and promising directions. Lancet. 2018;391(10137):2368-83. (งานวิจัยระดับโลกใน The Lancet เกี่ยวกับแนวทางการดูแลรักษาและป้องกันอาการปวดหลัง)
- North American Spine Society (NASS). Diagnosis and Treatment of Lumbar Disc Herniation with Radiculopathy. North American Spine Society; 2012. (แนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานจากสมาคมกระดูกสันหลังแห่งอเมริกาเหนือ)
- Deyo RA, Mirza SK. Herniated Lumbar Intervertebral Disk. N Engl J Med. 2016;374(18):1763-72. (บทความในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ อธิบายพยาธิสภาพและการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นอย่างละเอียด)
- Gadjradj PS, Arts MP, van Tulder MW, Rietdijk WJ, Peul WC, Harhang BS. Management of Symptomatic Lumbar Disc Herniation: An International Perspective. Spine (Phila Pa 1976). 2017;42(24):1826-34. (มุมมองการรักษาระดับนานาชาติ เปรียบเทียบการผ่าตัดและการรักษาแบบประคับประคอง)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น