วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569

ผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง ทางเลือกใหม่ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว



ผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง ทางเลือกใหม่ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว

"หมอครับ ถ้าผมผ่าหลังแล้ว ผมจะเดินไม่ได้ไหม? ผมจะได้นอนติดเตียงเหมือนที่เขาว่ากันหรือเปล่า?"

นี่คือคำถามที่หมอได้ยินแทบทุกวัน จากคนไข้ที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขาจนเดินแทบไม่ไหว แต่ใจหนึ่งก็ยังกลัวคำว่า "ผ่าตัด" แบบจับจิตจับใจ

หมอจำคนไข้ท่านหนึ่งได้ดีครับ เป็นคุณลุงวัย 60 กว่า ปี แกปวดหลังร้าวลงขามาเป็นปี กินยาแก้ปวดจนกระเพาะแทบพัง ทำกายภาพบำบัดก็แล้ว ฝังเข็มก็แล้ว แต่อาการก็ยังทรง ๆ ทรุด ๆ จะก้าวขาเดินแต่ละทีเหมือนมีไฟฟ้าช็อตวิ่งจี๊ดลงไปที่น่อง

แกบอกหมอว่า "เพื่อนบ้านบอกว่า อย่าไปผ่าเลย ผ่าแล้วเสร็จทุกราย เดี๋ยวก็เป็นอัมพาต" คำพูดนี้แหละครับที่ล็อกขาแกไว้กับความเจ็บปวด ไม่กล้าก้าวออกมารักษา

วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าความจริงให้ฟังกันแบบสบาย ๆ ครับ ว่าเทคโนโลยีการแพทย์ทุกวันนี้ก้าวไปไกลมาก โดยเฉพาะเรื่องการ "ผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง" ที่เปลี่ยนโลกของการรักษาโรคกระดูกสันหลังไปอย่างสิ้นเชิง

มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนภาพจำในอดีตอีกต่อไปครับ

การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง คืออะไร?

ลองนึกภาพตามนะครับ สมัยก่อนถ้าเราจะซ่อมท่อน้ำที่อยู่ใต้ดิน เราอาจจะต้องขุดดินเป็นหลุมใหญ่หน้าบ้าน เพื่อลงไปจัดการท่อเส้นเดียว แต่สมัยนี้เรามีเทคโนโลยีที่เจาะรูเล็กนิดเดียว แล้วสอดเครื่องมือพร้อมกล้องลงไปซ่อมได้เลย

การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง (Endoscopic Spine Surgery) ก็หลักการคล้ายกันครับ

คือการที่แพทย์เจาะรูผิวหนังขนาดเล็กมาก ประมาณ 8 มิลลิเมตร ถึง 1 เซนติเมตร (เล็กกว่าเหรียญบาทเสียอีก) เพื่อสอดกล้องขยายที่มีความละเอียดสูง และเครื่องมือขนาดจิ๋วเข้าไปจัดการกับปัญหาที่กระดูกสันหลังโดยตรง

ไม่ว่าจะเป็นการคีบหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมา หรือกรอเอากระดูกที่งอกกดทับเส้นประสาทออก โดยที่ไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อหลังออกกว้าง ๆ เหมือนสมัยก่อน

ผลลัพธ์คือ กล้ามเนื้อช้ำน้อยมาก เลือดออกน้อย และที่สำคัญคือ แผลเล็กจนแทบมองไม่เห็นเมื่อหายดี

ใครบ้างที่อาจต้องใช้วิธีนี้?

ส่วนใหญ่แล้ว โรคที่ตอบสนองดีกับการผ่าตัดส่องกล้อง คือโรคยอดฮิตของคนวัยทำงานและผู้สูงอายุครับ ได้แก่

  • โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท: ที่มักเกิดจากหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาทับเส้นประสาท ทำให้ปวดร้าวลงขา
  • โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบตัน: ซึ่งเกิดจากความเสื่อมตามวัย กระดูกและเอ็นหนาตัวขึ้นไปบีบอัดเส้นประสาท ทำให้เดินได้ไม่ไกล ต้องหยุดพักบ่อย ๆ เพราะขาอ่อนแรงหรือชา

อาการสัญญาณเตือน ที่ควรมาตรวจ

ถ้าคุณหรือญาติผู้ใหญ่มีอาการเหล่านี้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ควรเริ่มสังเกตตัวเองครับ

  • ปวดหลังร่วมกับปวดร้าวลงขา (ข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้)
  • มีอาการชา หรือความรู้สึกที่ขาหรือเท้าลดลง
  • ขาอ่อนแรง กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น
  • เดินได้ระยะทางสั้นลงเรื่อย ๆ ต้องหยุดก้มตัวหรือนั่งพักถึงจะเดินต่อได้
  • ในรายที่เป็นมาก อาจมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก (อันนี้เป็นภาวะเร่งด่วน)

ขั้นตอนการตรวจหาความจริง

เมื่อมาหาหมอ เราจะไม่ได้ส่งเข้าห้องผ่าตัดทันทีนะครับ เราต้องตรวจให้ชัวร์ก่อน

1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะให้ลองยกขา กระดกเท้า เช็คความตึงตัวของเส้นประสาท และดูจุดกดเจ็บ เพื่อประเมินเบื้องต้น

2. เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูก ดูความโค้งงอ หรือดูว่ามีความมั่นคงของข้อต่อกระดูกสันหลังหรือไม่

3. การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): อันนี้สำคัญมาก เปรียบเสมือนการเปิดแผนที่ความละเอียดสูง ทำให้หมอเห็นชัดเจนเลยว่า หมอนรองกระดูกปลิ้นตรงไหน เส้นประสาทถูกบีบมากแค่ไหน และสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร

การทำ MRI ไม่เจ็บครับ แค่นอนนิ่ง ๆ ในอุโมงค์สักพัก ก็ได้ภาพที่ชัดเจนเพื่อวางแผนการรักษาได้แม่นยำ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค

ทำไมบางคนเป็น บางคนไม่เป็น? ส่วนหนึ่งมาจากความเสื่อมตามวัยครับ เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่พฤติกรรมของเรานี่แหละตัวเร่งชั้นดี

  • การยกของหนักผิดท่า: ก้ม ๆ เงย ๆ โดยไม่ระวัง ใช้หลังรับน้ำหนักแทนขา
  • นั่งนานเกินไป: มนุษย์ออฟฟิศที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ
  • น้ำหนักตัวที่มากเกิน: ทำให้กระดูกสันหลังต้องแบกรับภาระหนักตลอดเวลา
  • การสูบบุหรี่: มีผลทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกแย่ลง เสื่อมไวขึ้น

แนวทางการรักษา ก่อนจะถึงมีดหมอ

หมอยืนยันเสมอว่า "การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรก" เสมอไปครับ เราจะเริ่มจากเบาไปหาหนัก

1. ปรับพฤติกรรม: เป็นหัวใจสำคัญที่สุด เลิกยกของหนัก นั่งให้ถูกท่า ลดน้ำหนัก

2. ยาแก้ปวดและลดการอักเสบ: เพื่อช่วยบรรเทาอาการในระยะเฉียบพลัน ให้กลับมาใช้ชีวิตได้

3. กายภาพบำบัด: ดึงหลัง ประคบร้อน อัลตราซาวนด์ และการบริหารกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงกระดูกสันหลัง

4. การฉีดยาระงับการอักเสบ (Epidural Steroid Injection): หากกินยาแล้วไม่ดีขึ้น หมออาจแนะนำให้ฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปที่โพรงประสาทเฉพาะจุด เพื่อลดบวมลดอักเสบ ซึ่งช่วยได้มากในหลายราย

เมื่อไหร่ที่ต้องผ่าตัดส่องกล้อง?

เราจะพิจารณาการผ่าตัดก็ต่อเมื่อ

  • รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดเต็มที่แล้ว (มักจะประมาณ 6-12 สัปดาห์) แต่อาการปวดไม่ลดลง หรือปวดจนทนไม่ไหว รบกวนชีวิตประจำวันและการนอนหลับ
  • มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาชัดเจน
  • มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย (อันนี้ต้องรีบผ่าครับ)

ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic)

หมออยากให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าทำไมเทคนิคนี้ถึงเป็นที่นิยม

  • มองเห็นชัดกว่าตาเปล่า: กล้องที่สอดเข้าไปมีกำลังขยายสูง ทำให้หมอเห็นเส้นประสาทและรอยโรคชัดเจนมาก แยกแยะเนื้อเยื่อดีกับเนื้อเยื่อที่ต้องเอาออกได้แม่นยำ ลดโอกาสไปโดนเส้นประสาท
  • เจ็บน้อย ฟื้นไว: เพราะแผลเล็กมาก ไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อหลัง คนไข้ส่วนใหญ่ผ่าเสร็จ อาการปวดแผลผ่าตัดน้อยมาก
  • กลับบ้านเร็ว: หลายเคสผ่าตัดเช้า ตอนเย็นเดินได้ หรือนอนโรงพยาบาลแค่ 1 คืนก็กลับบ้านได้แล้ว ไม่ต้องนอนซมเป็นอาทิตย์เหมือนสมัยก่อน
  • เสียเลือดน้อย: ลดความเสี่ยงในการต้องให้เลือด
  • ลดโอกาสติดเชื้อ: พื้นที่สัมผัสอากาศน้อย เชื้อโรคเข้าได้ยากกว่า

หลังผ่าตัดแล้ว หายขาดไหม?

คำถามนี้หมอตอบด้วยความจริงใจครับว่า "อาการปวดร้าวลงขาจากการกดทับ มักจะหายไปทันทีหลังผ่าตัด" คนไข้จะรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก

แต่ถามว่าหายขาดตลอดชีวิตไหม? คำตอบอยู่ที่ "ตัวคนไข้" ครับ

การผ่าตัดคือการไปแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ คือเอาสิ่งที่กดทับออก แต่โครงสร้างกระดูกสันหลังส่วนอื่น ๆ ยังเป็นของเดิม และยังเสื่อมต่อไปตามอายุ

ถ้าหลังผ่าตัด คนไข้ยังกลับไปยกของหนัก นั่งหลังค่อม หรือไม่ดูแลตัวเอง ก็มีโอกาสที่หมอนรองกระดูกปล้องอื่นจะเสื่อม หรือปล้องเดิมอาจจะมีปัญหาซ้ำได้ (แม้จะน้อยกว่าเดิมก็ตาม)

สรุป

โรคกระดูกสันหลังไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และการผ่าตัดก็ไม่ได้น่าสยองขวัญเหมือนในอดีต เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องช่วยให้เรากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การดูแลรักษาหมอนรองกระดูกของเราให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ด้วยการใช้งานให้ถูกวิธี แต่ถ้ามันเสื่อมหรือพังไปแล้ว ก็ขอให้รู้ว่าทางการแพทย์มีวิธีซ่อมแซมที่มีประสิทธิภาพรออยู่ครับ

อย่าปล่อยให้ความกลัวปิดกั้นโอกาสที่จะหายปวด ลองเข้ามาปรึกษา ตรวจหาสาเหตุ แล้วเราจะวางแผนการรักษาร่วมกันครับ เพื่อให้คุณลุงคุณป้า กลับมาเดินจ่ายตลาด ได้ไปเที่ยวกับลูกหลานอย่างมีความสุขอีกครั้ง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังร้าวลงขา #กระดูกสันหลังทับเส้นประสาท #ผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังเรื้อรัง #ผ่าตัดแผลเล็ก #EndoscopicSpineSurgery #คลินิกกระดูกและข้อเชียงใหม่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษากระดูกสันหลังเสื่อม


References:

  1. Hofstetter CP, Ahn Y, Choi G, et al. AOSpine Consensus Paper on Nomenclature for Working-Channel Endoscopic Spinal Procedures. Global Spine J. 2020;10(2 Suppl):111S-121S.
  2. Kim M, Kim HS, Oh SW, et al. Evolution of Spinal Endoscopy: From "Inside-Out" to "Outside-In" Technique. Neurospine. 2020;17(1):56-62.
  3. Lewandrowski KU, Ransom NA, Ramírez León JF, Yeung A. The Concept for A Standalone Lordotic Endoscopic Wedge Lumbar Interbody Fusion: The LEW-LIF. Neurospine. 2019;16(1):82-95.
  4. Gadjradj PS, Harhangi BS, Amelink J, et al. Percutaneous Transforaminal Endoscopic Discectomy Versus Open Microdiscectomy for Lumbar Disc Herniation: A Systematic Review and Meta-analysis. Spine (Phila Pa 1976). 2021;46(6):381-391.
  5. Wu PH, Kim HS, Jang IT. How I do it? Uniportal full endoscopic contralateral approach for lumbar foraminal stenosis with double crush syndrome. Acta Neurochir (Wien). 2020;162(2):305-310.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น