"เดินไปหน้าปากซอยก็ต้องหยุดพัก... ขามันหนักเหมือนมีทรายถ่วง" สัญญาณเตือนภัยเงียบวัย 70+ เมื่อ 'โพรงประสาทหลังตีบแคบ' ถามหา
"หมอครับ เมื่อก่อนลุงเดินออกกำลังกายรอบหมู่บ้านได้สบายๆ เดี๋ยวนี้เดินได้แค่ 500 เมตร ขามันชา มันตึงไปหมด ต้องหาที่นั่งพัก พอได้นั่งงอตัวสักแป๊บก็หาย เดินต่อได้อีกหน่อยก็เป็นอีก ลุงเป็นอะไรครับเนี่ย? ลุงไม่อยากผ่าตัดนะ กลัวเดินไม่ได้"
นี่คือคำบ่นยอดฮิตของ "คุณลุงประเสริฐ" วัย 70 ปี ที่ลูกหลานพามาหาหมอด้วยอาการเดินลำบาก อาการแบบนี้หมอเก่งเจอแทบทุกวันครับ มันเป็นลักษณะเฉพาะของโรคที่ชื่อว่า "โพรงประสาทกระดูกสันหลังตีบแคบ" (Spinal Canal Stenosis)
หลายคนตกใจพอได้ยินคำว่า "ตีบ" หรือ "ทับเส้น" ก็กลัวว่าจะต้องผ่าตัดทันที วันนี้หมอมีข่าวดีมาบอกครับว่า ในคนไข้สูงอายุส่วนใหญ่ เราสามารถ "อยู่ร่วมกับโรคนี้ได้" โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ถ้าเรารู้วิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้องครับ
ความจริงของ "ท่อประปาที่ตันตามกาลเวลา"
เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด หมออยากให้จินตนาการว่า กระดูกสันหลัง ของเราเปรียบเสมือน "ท่อสายยาง" ครับ
- ภายในท่อ มี "เส้นประสาท" วิ่งอยู่เหมือนน้ำที่ไหลผ่าน
- เมื่อเราอายุ 70 ปี ท่อนี้ถูกใช้งานมานาน ก็จะเริ่มมี "สนิม" หรือ "หินปูน" เกาะภายในท่อ
- นอกจากหินปูนแล้ว เส้นเอ็นภายในที่เคยบางๆ ก็จะหนาตัวขึ้น (เหมือนตะกรันในท่อ) ทำให้ "รูระบายน้ำมันแคบลง"
เกิดอะไรขึ้นเมื่อรูแคบลง? (Pathogenesis) ในท่านั่งหรือก้มตัว รูท่อจะเปิดกว้างขึ้น น้ำ (กระแสประสาท) ไหลสะดวก คุณลุงจึงไม่ปวด แต่พอ "ลุกยืนหรือเดิน" หลังเราจะแอ่นขึ้นเล็กน้อย รูท่อที่แคบอยู่แล้วจะยิ่งตีบลงไปอีก ไปบีบรัดเส้นประสาท ทำให้เลือดไปเลี้ยงเส้นประสาทไม่ทัน จึงเกิดอาการชา หรือขาอ่อนแรง จนต้องหยุดเดินนั่นเองครับ
ให้ความรู้เบื้องต้น: อาการที่ฟ้องว่าเป็นโรคนี้
ลองสังเกตคุณพ่อคุณแม่ดูนะครับ อาการของโรคนี้จะต่างจากหมอนรองกระดูกทับเส้นในคนหนุ่มสาวครับ
- เดินไกลไม่ได้ (Neurogenic Claudication): นี่คืออาการนางเอกเลยครับ เดินไปสักพักจะปวดหนึบๆ ที่ก้น ร้าวลงน่อง หรือขาชาเหมือนเป็นตะคริว
- Shopping Cart Sign: ชอบเดินก้มตัว หรือชอบเข็นรถเข็นในห้างแล้วเดินได้ไกลขึ้น (เพราะท่าก้มช่วยขยายโพรงประสาท)
- หายปวดเมื่อนั่ง: พอนั่งพัก หรือก้มตัว อาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ปวดหลัง: อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่อาการ "ขาหนัก ขาชา" มากกว่า
การตรวจวินิจฉัย
- X-ray (เอกซเรย์): จะเห็นความเสื่อมของกระดูก หินปูน และช่องว่างกระดูกที่แคบลง
- MRI (เอ็มอาร์ไอ): จำเป็นมากในรายที่อาการชัดเจน เพราะจะเห็นเลยว่า "โพรงประสาท" มันถูกบีบจนเหลือรูนิดเดียว หรือถูกบีบหลายระดับ (ซึ่งพบบ่อยในผู้สูงอายุ)
แนวทางการรักษา: ไม่ผ่าตัด ทำอย่างไรได้บ้าง?
คุณลุงประเสริฐถามหมอเสียงอ่อยว่า "ลุงต้องผ่าไหม?" หมอเก่งตอบเลยว่า "ถ้ายังเดินเข้าห้องน้ำไหว ควบคุมการขับถ่ายได้ ขาไม่ลีบ เรามาลองวิธีไม่ผ่าตัดกันก่อนครับ" เป้าหมายคือ ลดอาการปวด และยืดระยะทางในการเดินให้ได้มากขึ้น
1. ปรับพฤติกรรม (Life Modification) - สูตร "หลังไม่งอ-คอไม่ก้ม-แต่อมยิ้มได้"
- เลี่ยงท่าแอ่นหลัง: ห้ามเอื้อมหยิบของสูง ห้ามยืนแอ่นพุง เพราะจะทำให้ช่องประสาทตีบกว่าเดิม
- ท่านอน: นอนตะแคงกอดหมอนข้าง หรืองอเข่าเล็กน้อย จะช่วยให้โพรงประสาทเปิดกว้างขึ้น สบายหลังที่สุด
- ออกกำลังกายที่ถูกต้อง: ผู้สูงอายุโรคนี้ "ปั่นจักรยาน (Stationary Bike)" ดีกว่าการเดินบนลู่วิ่งครับ! เพราะท่าปั่นจักรยานตัวเราจะก้มมาข้างหน้าเล็กน้อย ทำให้ไม่ปวดหลังและได้เหงื่อดีกว่า
2. การใช้ยา (Medication)
- ยาบำรุง/ลดปวดเส้นประสาท: เช่น Gabapentin หรือ Pregabalin ช่วยลดอาการไฟช็อต หรืออาการชาลงขา
- ยาวิตามินบี: ช่วยบำรุงเส้นประสาท
- ข้อควรระวัง: ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ในคนอายุ 70+ ต้องระวังเรื่องไตและกระเพาะอาหารเป็นพิเศษ ควรทานเท่าที่จำเป็นตามแพทย์สั่ง
3. กายภาพบำบัด (Physical Therapy)
- เน้นท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง (Flexion Exercise): ท่ากอดเข่าชิดอก (William's Flexion Exercise) ช่วยขยายช่องทางเดินประสาท
- เพิ่มความแข็งแรงหน้าท้อง: เพื่อช่วยพยุงหลัง
- ดึงหลัง / อบอุ่น: ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
4. การฉีดยาเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection) หากกินยาแล้วยังเดินลำบาก หรือปวดมาก หมออาจแนะนำการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปลดการอักเสบที่รอบๆ เส้นประสาทโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดบวม ลดปวดได้ดี และอยู่ได้นานหลายเดือน ช่วยชะลอหรือหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้ครับ
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?
ต้องเรียนตามตรงว่า "หินปูนและความเสื่อม" ที่เกิดขึ้นแล้ว "ไม่หายไปเอง" ครับ รูที่ตีบก็ยังคงตีบอยู่ แต่... อาการปวดและความทรมาน "หายได้" ครับ
หากเราดูแลดีๆ ลดการอักเสบ ปรับท่าทาง เราสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แค่อาจจะต้องพักบ่อยขึ้นเวลาเดินไกลๆ เท่านั้นเอง
สัญญาณอันตรายที่ต้องผ่าตัด (Red Flags) เราจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อ:
- ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ (อั้นฉี่/อึไม่อยู่)
- ขาอ่อนแรงชัดเจน จนเดินเซหรือล้ม
- คุณภาพชีวิตแย่มาก เดินได้ไม่ถึง 10-20 เมตรก็ต้องนั่ง และการรักษาข้างต้นไม่ได้ผลแล้ว
สรุป
คุณลุงวัย 70 ปีที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขา เดินไกลไม่ได้ อย่าเพิ่งท้อใจว่าเป็นโรคคนแก่แล้วรักษาไม่ได้ หรือกลัวการผ่าตัดจนไม่กล้ามาหาหมอนะครับ โรคโพรงประสาทตีบแคบ (Spinal Stenosis) สามารถดูแลรักษาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ด้วยการปรับพฤติกรรม ทานยา และกายภาพบำบัด
หมอเก่งขอเป็นกำลังใจให้ผู้สูงวัยทุกท่าน กลับมาเดินได้อย่างมีความสุขอีกครั้งครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#โพรงประสาทตีบ #กระดูกสันหลังเสื่อม #ปวดหลังผู้สูงอายุ #เดินไกลไม่ได้ #ชาลงขา #ไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ดูแลผู้สูงอายุ
Reference
- North American Spine Society (NASS). Diagnosis and Treatment of Degenerative Lumbar Spinal Stenosis. Evidence-Based Clinical Guidelines for Multidisciplinary Spine Care. 2011.
- (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติสากล ระบุว่าการรักษาเบื้องต้นในผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง คือการใช้ยาและการกายภาพบำบัด ส่วนการผ่าตัดเก็บไว้สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง)
- Siebert, E., et al. Lumbar spinal stenosis: syndrome, diagnostics and treatment. Nat Rev Neurol. 2009;5:392–403.
- (สรุป: อธิบายกลไกการเกิดโรค อาการ Intermittent Claudication (เดินแล้วขัด) และภาพรวมการรักษาทั้งหมด)
- Zaina F, et al. Exercises for lumbar spinal stenosis. Cochrane Database Syst Rev. 2013.
- (สรุป: งานวิจัยที่ชี้ว่าการออกกำลังกายแบบเฉพาะเจาะจง และการปรับท่าทาง ช่วยเพิ่มระยะทางในการเดินและลดอาการปวดในผู้ป่วยได้)
- Ammendolia, C., et al. Nonoperative treatment for lumbar spinal stenosis with neurogenic claudication. Cochrane Database Syst Rev. 2013;(8):CD010712.
- (สรุป: การรวบรวมข้อมูลงานวิจัย ยืนยันว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัดแบบผสมผสาน (ยา+กายภาพ+ความรู้) ให้ผลดีในผู้ป่วยจำนวนมาก)
- Genevay S, Atlas SJ. Lumbar Spinal Stenosis. Best Pract Res Clin Rheumatol. 2010;24(2):253-265.
- (สรุป: ข้อมูลเจาะลึกเรื่องอาการทางคลินิก และการแยกโรคออกจากโรคเส้นเลือดตีบที่ขา ซึ่งมีอาการเดินแล้วปวดน่องคล้ายกัน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น