ปวดสะโพกจาก "กระดูกทับเส้น" VS "ข้อสะโพกเสื่อม" ต่างกันอย่างไร? คู่มือแยกโรคฉบับเข้าใจง่าย
"หมอครับ ผมปวดสลักเพชร ปวดก้นย้อย ร้าวลงขา กินยาแก้ปวดข้อมา 3 เดือนแล้วไม่หายสักที ตกลงผมเป็นอะไรกันแน่ครับ?"
นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอแทบทุกวันครับ คนไข้จำนวนมากเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยอาการ "ปวดสะโพก" และเข้าใจผิดไปเองว่ากระดูกสะโพกกำลังจะพัง จึงพยายามกินยาบำรุงข้อหรือนวดเฉพาะจุด แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น หนำซ้ำบางรายกลับเป็นหนักกว่าเดิม
ความจริงที่น่าตกใจคือ... อาการปวดบริเวณสะโพกนั้น เป็น "นักหลอกลวงตัวยง" ครับ
บางครั้งความเจ็บปวดที่เราคิดว่ามาจาก "ข้อสะโพก" (Hip Joint) แท้จริงแล้วอาจมีต้นตอมาจาก "หลัง" (Lumbar Spine) ที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดลงมา หรือในทางกลับกัน อาการปวดหลังบางประเภท ก็อาจเกิดจากข้อสะโพกเสื่อมได้เช่นกัน
วันนี้หมอจะพาทุกท่านมาไขปริศนานี้ด้วยกันครับ ว่าอาการปวดของคุณ เข้าข่ายโรคไหนกันแน่ เพราะ "การรู้ทิศทางที่ถูกต้อง คือก้าวแรกของการรักษาที่หายขาด" ครับ
ทำไมถึงสับสน? เรื่องของ "สายไฟ" และ "หลอดไฟ"
เพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด หมออยากให้เปรียบเทียบร่างกายเราเหมือนระบบไฟฟ้าในบ้านครับ
- หลัง (กระดูกสันหลัง): เปรียบเสมือน "สวิตช์ไฟ" และ "สายไฟหลัก" ที่เดินสายลงไปเลี้ยงขา
- สะโพกและขา: เปรียบเสมือน "หลอดไฟ"
เวลาหลอดไฟกะพริบหรือดับ (มีอาการปวดที่สะโพก) สาเหตุอาจเกิดได้จาก 2 อย่างครับ
- หลอดเสียจริง: คือตัวข้อสะโพกมีปัญหา (ข้อเสื่อม, กระดูกตาย)
- สายไฟช็อต: คือข้อสะโพกปกติ แต่เส้นประสาทที่หลังถูกกดทับ แล้วส่งกระแสความเจ็บปวดวิ่งลงมาที่สะโพก
หน้าที่ของหมอคือการเช็คให้ชัวร์ว่า ต้องซ่อมที่ "หลอด" หรือซ่อมที่ "สาย" เพราะถ้ารักษาผิดจุด ต่อให้กินยาดีแค่ไหนก็ไม่หายครับ
ทีมที่ 1: อาการของ "ข้อสะโพกเสื่อม" (Hip Osteoarthritis)
ถ้าคุณอยู่ในทีมนี้ ปัญหาอยู่ที่ตัว "ข้อต่อ" โดยตรงครับ กระดูกอ่อนสึกหรอจนกระดูกแข็งเสียดสีกัน
1. ตำแหน่งปวด: "หน้าบ้าน" (ขาหนีบ) จุดสังเกตที่สำคัญที่สุดคือ คนไข้ข้อสะโพกเสื่อมมักจะปวดที่ "ขาหนีบ" (Groin) ครับ อาการจะปวดลึกๆ ด้านหน้า ตรงรอยพับกางเกงใน บางคนอาจปวดร้าวมาที่หน้าขา (Thigh) หรือลงไปถึงหัวเข่าด้านใน แต่จะ ไม่ค่อยปวดที่ก้นย้อย
2. ท่าทางที่ทำไม่ได้: "ขัดสมาธิ และ ใส่ถุงเท้า" เนื่องจากข้อสะโพกฝืดและติดขัด ท่าที่ทรมานที่สุดคือการ "บิดหมุนขา" หรือ "กางขา"
- นั่งขัดสมาธิไม่ได้ เพราะขาหนีบตึงและเจ็บมาก
- ก้มใส่ถุงเท้าหรือตัดเล็บเท้าตัวเองลำบาก เพราะงอสะโพกไม่เข้า
- เวลาลุกจากเก้าอี้ ก้าวแรกจะเจ็บจี๊ด (Start-up pain) พอเดินไปสักพักจะดีขึ้น
3. ความรู้สึก: "ปวดขัด และ ฝืด" อาการจะเป็นลักษณะปวดตื้อๆ ปวดหนึบๆ เหมือนเครื่องจักรที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น ขยับแล้วมีเสียงดังกรอบแกรบ และที่สำคัญคือ "มักจะไม่มีอาการชา" ครับ
ทีมที่ 2: อาการของ "กระดูกหลังทับเส้นประสาท" (Lumbar Radiculopathy)
ถ้าคุณอยู่ในทีมนี้ ปัญหาอยู่ที่ "สายไฟ" ที่หลังถูกกดทับ แล้วส่งสัญญาณลวงมาที่สะโพก
1. ตำแหน่งปวด: "หลังบ้าน" (ก้นย้อย) คนไข้กลุ่มนี้มักจะบอกว่าปวด "สลักเพชร" ปวดแก้มก้น (Buttock) หรือปวดเอว แล้วมีอาการ "ร้าว" (Radiating pain) เป็นเส้นยาวๆ วิ่งลงไปที่ต้นขาด้านหลัง น่อง หรือลงไปถึงปลายเท้าเหมือนไฟช็อต
2. ท่าทางที่ทำไม่ได้: "ก้มตัว และ นั่งนาน" อาการมักจะสัมพันธ์กับท่าทางของกระดูกสันหลัง
- ก้มตัวหยิบของแล้วไฟช็อตวิ่งลงขา
- นั่งเก้าอี้นานๆ หรือขับรถนานๆ จะปวดลึกที่ก้นจนทนไม่ไหว (Sitting intolerance)
- ไอ จาม หรือเบ่งถ่าย แล้วสะเทือนร้าวลงขา
- ข้อสังเกต: คนกลุ่มนี้มักจะนั่งขัดสมาธิได้ หรือบิดหมุนขาได้ โดยไม่เจ็บขาหนีบครับ
3. ความรู้สึก: "ไฟช็อต และ ชา" นี่คือความต่างที่ชัดเจนครับ อาการปวดจะเป็นแบบแปลบๆ แสบร้อน หรือเป็นตะคริว และมักจะมีอาการ "ชา" (Numbness) หรือ "อ่อนแรง" (Weakness) ร่วมด้วย เช่น กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น หรือรู้สึกหนาๆ ที่ฝ่าเท้า เหมือนเดินบนทราย
บททดสอบวัดใจ: เช็คตัวเองง่ายๆ ที่บ้าน
ลองทำ 2 ท่านี้ดูนะครับ เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าเราน่าจะเป็นโรคไหน
- ท่าที่ 1: ท่านั่งไขว่ห้างเป็นเลข 4 (Patrick Test)
ให้นอนหงาย แล้วเอาข้อเท้าข้างที่ปวดไปวางบนเข่าอีกข้าง (เป็นรูปเลข 4) แล้วลองกดเข่าลง
- ถ้า เจ็บจี๊ดที่ขาหนีบด้านหน้า --> สงสัย ข้อสะโพกเสื่อม
- ถ้า ทำได้สบาย หรือแค่ตึงก้นนิดหน่อย --> สงสัย หลังทับเส้น
- ท่าที่ 2: ท่านอนยกขา (Straight Leg Raise)
ให้นอนหงายเหยียดขาตรง แล้วค่อยๆ ยกขาข้างที่ปวดขึ้นฟ้า (โดยไม่งอเข่า)
- ถ้า มีอาการไฟช็อตวิ่งจากก้นลงไปที่ขา --> สงสัย หลังทับเส้น
- ถ้า ยกได้แต่แค่ตึงๆ หลังขาแบบคนเส้นตึงทั่วไป --> อาจไม่ใช่หลังทับเส้น
ภาวะ "Hip-Spine Syndrome" (เมื่อเป็นทั้งคู่)
มีความเป็นไปได้ไหมที่จะเป็นทั้งสองโรคพร้อมกัน? คำตอบคือ "มีครับ" และพบบ่อยในผู้สูงอายุด้วย เราเรียกภาวะนี้ว่า Hip-Spine Syndrome
ในกรณีนี้ หมอจะต้องประเมินอย่างละเอียดด้วยการเอกซเรย์ (X-ray) และ เอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อดูว่า "อะไรคือตัวปัญหาหลัก" ที่ทำให้คนไข้ใช้ชีวิตไม่ได้ แล้วจัดการรักษาจุดนั้นก่อน เช่น ถ้าข้อสะโพกติดแข็งจนเดินไม่ได้ ก็อาจต้องเปลี่ยนข้อสะโพกก่อน แต่ถ้าปวดร้าวลงขาจนนอนไม่ได้ ก็อาจต้องดูแลเรื่องหลังก่อนครับ
สรุป
อาการปวดสะโพก ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคสะโพกเสมอไปครับ
- ถ้า "ปวดขาหนีบ นั่งขัดสมาธิไม่ได้" --> ให้สงสัย ข้อสะโพกเสื่อม
- ถ้า "ปวดก้นร้าวลงขา มีอาการชา ไอจามเจ็บ" --> ให้สงสัย กระดูกหลังทับเส้น
การแยกโรคได้ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ท่านไม่ต้องเสียเวลาไปกับการรักษาที่ผิดจุด ไม่ต้องกินยาฟรี และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เร็วขึ้นครับ
หากท่านลองเช็คอาการเบื้องต้นแล้วยังไม่แน่ใจ หรือมีอาการคาบเกี่ยวกัน หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดนะครับ ร่างกายของเรามีค่า อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดมาบั่นทอนความสุขในชีวิตครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดสะโพกร้าวลงขา #กระดูกทับเส้นประสาท #ข้อสะโพกเสื่อม #ปวดสลักเพชร #ปวดขาหนีบ #HipSpineSyndrome #หมอเก่งกระดูกและข้อ #แยกโรคปวดหลัง #กระดูกสันหลังเสื่อม #เชียงใหม่
References:
- Devin CJ, et al. Hip-spine syndrome. J Am Acad Orthop Surg. 2012;20(7):434-43.
- Buckland AJ, Miyamoto R, Patel RD, Slobodyanyuk K, Bendo JA. Differentiating Hip Pathology From Lumbar Spine Pathology: Key Points of Evaluation and Management. J Am Acad Orthop Surg. 2017;25(2):e23-e34.
- Brown MD, Gomez-Marin O, Brookfield KF, Li PS. Differential diagnosis of hip disease versus spine disease. Clin Orthop Relat Res. 2004;(419):280-4.
- American Academy of Orthopaedic Surgeons. Hip Osteoarthritis [Internet]. Rosemont (IL): AAOS; 2021 [cited 2025 Jul 18]. Available from: https://orthoinfo.aaos.org/en/diseases--conditions/osteoarthritis-of-the-hip
- Ikeuchi M, et al. Clinical characteristics of hip-spine syndrome. J Orthop Sci. 2019;24(1):61-65.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น