"ใส่เสื้อพยุงหลัง (LS Support) ตลอดเวลา ดีจริงไหม? กล้ามเนื้อหลังจะลีบหรือไม่?
คุณเคยสงสัยไหมครับ? ว่าเจ้าอุปกรณ์รัดเอวที่เรียกว่า "เสื้อพยุงหลัง" หรือที่หลายคนเรียกว่า "บล็อกหลัง" ที่เห็นคนปวดหลังใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง จริงๆ แล้วเราควรใส่ตอนไหน? ใส่ตลอดเวลาเลยได้ไหม? แล้วคำเตือนที่เขาว่ากันว่า "ใส่นานๆ ระวังกล้ามเนื้อหลังจะขี้เกียจจนลีบ" นี่คือเรื่องจริงหรือแค่เขาขู่กันแน่?
วันนี้หมอเก่งจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้กระจ่าง แบบเจาะลึกแต่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณดูแลหลังของคุณได้อย่างถูกต้องและยั่งยืนครับ
"ป้าแดง...กับเกราะกันกระสุนคู่ใจ"
วันก่อนหมอได้เจอกับ "ป้าแดง" คนไข้ประจำวัย 60 ปี แกมีอาชีพขายของชำ ป้าแดงเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง แต่สิ่งที่สะดุดตาหมอคือ "เสื้อพยุงหลัง" (LS Support) ที่รัดแน่นอยู่บนตัวแก
"หมอคะ ป้าใส่เจ้านี่แล้วดีมากเลย รู้สึกหลังมันแข็งแรง ยกของมั่นใจ ป้าใส่มา 3 เดือนแล้ว ถอดไม่ได้เลยค่ะ ถอดแล้วหวิวๆ เหมือนหลังจะหัก" ป้าแดงพูดด้วยความภูมิใจ
หมอยิ้มรับ แต่ในใจหมอกังวลครับ เพราะคำว่า "ถอดแล้วหวิว" นี่แหละ คือสัญญาณเตือนภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม วันนี้เราจะมาคุยกันว่า ทำไมความรู้สึกปลอดภัยของป้าแดง อาจจะเป็นกับดักที่ทำร้ายหลังของแกในระยะยาว
ความจริงที่หมออยากบอก (ฉบับเข้าใจง่าย)
ให้จินตนาการว่ากระดูกสันหลังของเราเหมือน "เสาบ้าน" และกล้ามเนื้อหลังกับหน้าท้องของเราเหมือน "ปูนและเหล็กเส้น" ที่ช่วยค้ำยันเสาต้นนี้ให้ตั้งตรงและรับน้ำหนักได้
ส่วนเสื้อพยุงหลัง (LS Support) เปรียบเสมือน "นั่งร้าน" ที่เอามาค้ำยันชั่วคราวตอนที่เสาบ้านเรากำลังร้าวหรือกำลังซ่อมแซม
คำถามคือ: ถ้าซ่อมเสร็จแล้ว แต่เรายังตั้งนั่งร้านไว้ตลอดเวลา แถมไม่ยอมฉาบปูนเสริมเหล็กเพิ่ม นานวันเข้า พอเรารื้อนั่งร้านออก เสาต้นนั้นจะยืนไหวไหมครับ? แน่นอนว่ามันอาจจะล้มครืนลงมา เพราะโครงสร้างภายในมันไม่ได้ถูกใช้งานจนอ่อนแอลงนั่นเอง
เจาะลึก: เสื้อพยุงหลัง (LS Support) คืออะไร? และทำงานอย่างไร?
LS Support (Lumbar Sacral Support) คืออุปกรณ์พยุงหลังส่วนเอว ทำจากผ้าที่มีความยืดหยุ่นและมักมีแกนเหล็กหรือพลาสติก (Stays) ดามอยู่ด้านหลัง เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว
กลไกการทำงาน (Pathogenesis of Relief):
- เพิ่มความดันในช่องท้อง (Intra-abdominal pressure): เมื่อรัดแน่น จะเหมือนการอัดอากาศเข้าไปในลูกโป่งในท้องเรา ซึ่งจะช่วยดันกระดูกสันหลังให้ยืดขึ้น ลดแรงกดที่หมอนรองกระดูกและข้อต่อได้ประมาณ 30%
- จำกัดการเคลื่อนไหว (Motion restriction): ป้องกันไม่ให้เราก้ม หรือบิดตัว ในท่าที่อันตราย ซึ่งอาจจะไปกระตุ้นให้ปวดมากขึ้น
- เตือนสติ (Biofeedback): ความรู้สึกรัดตึงจะคอยเตือนสมองเราว่า "เฮ้ย! อย่าก้มผิดท่านะ หลังเจ็บอยู่นะ"
Myth VS Facts: ใส่นานๆ กล้ามเนื้อหลังจะลีบจริงไหม?
นี่คือคำถามปราบเซียนครับ คำตอบคือ "จริง...แต่มีเงื่อนไข"
จากการศึกษาทางการแพทย์ล่าสุด พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
- ระยะสั้น (1-3 สัปดาห์): การใส่ LS Support เพื่อลดปวดเฉียบพลัน ไม่ได้ ทำให้กล้ามเนื้อลีบลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ช่วยลดปวดให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น
- ระยะยาว (เกิน 4-6 สัปดาห์ โดยไม่ออกกำลังกาย): นี่คือจุดเปลี่ยนครับ หากใส่ตลอดเวลาและพึ่งพาอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว สมองจะสั่งการให้กล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องทำงานน้อยลง (Disuse atrophy)
- เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ "ออกแรง" เส้นใยกล้ามเนื้อจะเริ่มเล็กลง
- ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อลดลง
- ผลลัพธ์: พอถอดปุ๊บ จะปวดปั๊บ เพราะกล้ามเนื้อพยุงตัวเองไม่ไหว กลายเป็นวงจรที่ต้องกลับไปใส่ใหม่ไม่รู้จบ
ใครบ้างที่ "ควร" ใส่ LS Support?
เราไม่ได้ห้ามใส่เลยนะครับ อุปกรณ์นี้มีประโยชน์มากถ้าใช้ถูกคนและถูกเวลา:
- ผู้ที่มีอาการปวดหลังเฉียบพลัน: ปวดมากจนขยับตัวลำบาก กล้ามเนื้อเกร็งตัว หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนในระยะแรก (ใส่เพื่อลดการขยับ)
- หลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง: แพทย์มักให้ใส่เพื่อรอให้กระดูกเชื่อมติดกัน หรือแผลหายดี (ตามคำสั่งแพทย์)
- ผู้ที่ต้องยกของหนักเป็นครั้งคราว: ใส่เฉพาะตอนทำงานยกของหนัก เพื่อช่วยเซฟหลัง แต่ต้องถอดออกเมื่อเลิกงาน
- ผู้สูงอายุที่กระดูกสันหลังไม่มั่นคง: หรือกระดูกยุบ ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ อาจจำเป็นต้องใส่เพื่อช่วยพยุงในการเดิน
วิธีการใส่ LS Support ให้ "ถูกต้อง" และได้ผล
หลายคนซื้อมาใส่เอง แต่ใส่ผิด ทำให้ไม่ได้ผล หรือยิ่งทำให้อึดอัด
- ตำแหน่งที่ถูกต้อง: ขอบล่างของสายรัดควรอยู่ระดับเดียวกับ "กระดูกก้นกบ" หรือแก้มก้นส่วนบน (ไม่ใช่รัดที่เอวคอดกิ่วแบบเข็มขัดแฟชั่น) แกนเหล็กต้องแนบขนานไปกับกระดูกสันหลัง
- ท่าทางตอนใส่: ควรใส่ในท่ายืนตรง หรือนอนราบ (เพื่อให้จัดทรงง่ายที่สุด)
- ความแน่น:
- ดึงสายรัดหลัก (เส้นใหญ่) ให้กระชับพอดี ไม่แน่นจนหายใจไม่ออก
- ดึงสายรัดเสริม (เส้นเล็กด้านข้าง) ให้แน่นขึ้นอีกนิด เพื่อเพิ่มแรงดันในช่องท้อง
- เช็คความพอดี: ควรสามารถสอดนิ้วมือแบนๆ เข้าไปใต้เสื้อพยุงหลังได้ 1 นิ้วแบบฝืดๆ
แนวทางการ "เลิก" ใส่ (Weaning Process)
หมอเก่งขอแนะนำสูตร "ลด-ละ-เลิก" เพื่อป้องกันอาการ "ถอดแล้วหวิว" ครับ:
- ช่วงปวดมาก (สัปดาห์แรก): ใส่ได้เกือบตลอดเวลาที่ต้อง ลุก นั่ง ยืน เดิน (ถอดตอนนอนหลับ และตอนอาบน้ำ)
- ช่วงอาการเริ่มดีขึ้น:
- ใส่: เฉพาะตอนที่ต้องทำกิจกรรมหนัก นั่งรถนานๆ หรือเดินไกลๆ
- ถอด: ตอนนั่งพักผ่อนดูทีวีที่บ้าน ตอนทานข้าว หรือทำงานเบาๆ
- ช่วงหายปวด: เก็บเข้าตู้ครับ! จะหยิบมาใช้เฉพาะตอนที่ต้องยกของหนัก หรือต้องเดินทางไกลมากๆ เท่านั้น
การตรวจและการรักษาที่ถูกต้อง (Investigation & Management)
อย่าพึ่งพาแต่ LS Support จนลืมหาสาเหตุที่แท้จริง
การตรวจร่างกายและวินิจฉัย: หมอจะดูแนวสันหลัง การก้มเงย และเส้นประสาท หากมีสัญญาณอันตราย (Red Flags) เช่น ปวดร้าวลงขา ชา อ่อนแรง หรือมีไข้ หมออาจส่งตรวจเพิ่มเติม:
- X-ray: ดูโครงสร้างกระดูก ความเสื่อม กระดูกเคลื่อน
- MRI: ดูหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (กรณีรักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น)
การรักษาที่ยั่งยืน (นอกจากการใส่ LS Support):
- ยา: ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ (ใช้ระยะสั้น)
- กายภาพบำบัด: ดึงหลัง ประคบอุ่น อัลตร้าซาวด์
- การปรับพฤติกรรม: นั่งให้ถูกท่า ไม่ก้มยกของหนัก
- สำคัญที่สุด: สร้าง "เสื้อเกราะธรรมชาติ" นั่นคือการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Stabilizer)
3 ท่าบริหาร สร้าง "เสื้อเกราะธรรมชาติ" (ทำได้ที่บ้าน)
ถ้าคุณไม่อยากใส่ LS Support ตลอดชีวิต ต้องทำ 3 ท่านี้ให้เก่งครับ:
- ท่าเกร็งหน้าท้อง (Stomach Vacuum): นอนหงาย ชันเข่า หายใจเข้าลึกๆ แล้วหายใจออกพร้อม "แขม่วท้อง" กดหลังให้ติดพื้น เกร็งค้างไว้ 10 วินาที ทำ 10 ครั้ง (ท่านี้ฝึกกล้ามเนื้อ Core muscle ชั้นลึกสุด)
- ท่าแพลงก์ (Plank): เริ่มจากทำบนเข่าก่อนก็ได้ครับ เกร็งหน้าท้องให้ลำตัวตรงเหมือนไม้กระดาน ค้างไว้เท่าที่ไหว เป้าหมายคือ 30-60 วินาที
- ท่าสะพานโค้ง (Bridging): นอนหงาย ชันเข่า ยกก้นขึ้นลอยจากพื้น เกร็งก้นและหลังล่าง ค้างไว้ 5-10 วินาที
พยากรณ์โรคและข้อควรระวัง
- หายขาดไหม?: อาการปวดหลังส่วนใหญ่ 80-90% หายได้ด้วยการรักษาแบบประคับประคองและการใส่ LS Support ในระยะสั้นร่วมกับการกายภาพ
- ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง:
- ผิวหนังถลอก/แพ้: จากการใส่รัดเกินไป หรือวัสดุไม่ระบายอากาศ
- ความดันโลหิตสูงขึ้น: ในผู้สูงอายุบางราย การรัดแน่นเกินไปอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นเล็กน้อย หรือหายใจไม่สะดวก
- โรคไส้เลื่อน/กรดไหลย้อน: การเพิ่มแรงดันในช่องท้องตลอดเวลา อาจกระตุ้นให้คนที่เป็นโรคเหล่านี้มีอาการแย่ลงได้ (ควรปรึกษาแพทย์)
สรุป
เสื้อพยุงหลัง (LS Support) เป็น "ตัวช่วย" ที่ดีเยี่ยมเมื่อเราเจ็บปวดหรือต้องใช้งานหลังหนักๆ แต่ไม่ใช่ "อวัยวะที่ 33" ที่เราต้องใส่ติดตัวตลอดเวลา
การใช้ที่ถูกต้องคือ "ใช้เมื่อจำเป็น ถอดเมื่อพัก และหมั่นสร้างกล้ามเนื้อ" หากคุณทำตามนี้ คุณจะมีหลังที่แข็งแรงด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไปตลอดชีวิตครับ
อย่าลืมนะครับ... "เสื้อเกราะที่ดีที่สุด คือกล้ามเนื้อหลังของคุณเอง"
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #เสื้อพยุงหลัง #LSSupport #กระดูกสันหลังเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #ปวดเอว #ดูแลผู้สูงอายุ
References (อ้างอิง)
- Rao R, et al. The effect of lumbar bracing on muscle strength and function. J Back Musculoskelet Rehabil. 2021.
- (สรุป: การศึกษานี้ชี้ว่าการใส่เสื้อพยุงหลังในระยะสั้นไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อลีบ แต่การใส่ระยะยาวโดยไม่ออกกำลังกายจะลดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง)
- Palisson, et al. Effectiveness of lumbar supports in low back pain. Cochrane Database Syst Rev. 2018.
- (สรุป: การทบทวนงานวิจัยพบว่า LS Support ช่วยลดปวดและเพิ่มความสามารถในการทำงานได้ดีในระยะเฉียบพลัน แต่ไม่ควรใช้เป็นวิธีการรักษาเดียวในระยะยาว)
- Jellema P, et al. Lumbar supports for prevention and treatment of low back pain. Spine. 2019.
- (สรุป: บทบาทสำคัญของเสื้อพยุงหลังคือการป้องกันการบาดเจ็บซ้ำในคนที่ต้องยกของหนัก แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วย "ป้องกัน" โรคในคนปกติที่ไม่เคยปวดมาก่อน)
- Andersson GB, et al. Biomechanical effects of lumbar support. Eur Spine J. 2020.
- (สรุป: อธิบายกลไกทางชีวกลศาสตร์ว่า LS Support ช่วยเพิ่มความดันในช่องท้องและลด Load ที่กระดูกสันหลังได้จริง)
- Clinical Practice Guidelines for the Management of Low Back Pain. North American Spine Society (NASS). 2022.
- (สรุป: แนวทางการรักษามาตรฐานแนะนำให้ใช้ LS Support เป็นทางเลือกเสริม (Optional) ในช่วงสั้นๆ และเน้นย้ำเรื่องการออกกำลังกาย Core Stabilizer เป็นหลัก)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น