
เมื่อเส้นประสาท "หายป่วย" ร่างกายจะฟื้นตัวอย่างไร? เข้าใจไทม์ไลน์การซ่อมแซมตัวเองของเส้นประสาท
"คุณหมอครับ ผมผ่าตัดมาแล้ว อาการปวดหายไปเยอะเลย แต่ทำไมขาผมยังชาอยู่ครับ? นิ้วโป้งเท้าที่เคยอ่อนแรง กระดกไม่ขึ้น ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยมีแรงเหมือนเดิม ผมจะกลับมาเดินปกติได้ไหมครับ?"
นี่เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมาก จากคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไม่ว่าจะรักษาด้วยการทานยา ทำกายภาพ หรือแม้แต่คนที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดผ่านกล้องมาหมาดๆ
ความกังวลนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับ เพราะเมื่อเราเจ็บป่วย เราย่อมคาดหวังความสมบูรณ์แบบในการหาย แต่ความจริงทางการแพทย์เกี่ยวกับ "เส้นประสาท" นั้น มีรายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่าแค่การเอาหมอนรองกระดูกที่กดทับออกไป
วันนี้หมอจะพามาทำความเข้าใจธรรมชาติการฟื้นตัวของเส้นประสาท ว่าหลังจากที่เราจัดการต้นเหตุได้แล้ว ร่างกายต้องใช้เวลาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปนานแค่ไหน และอาการแบบไหนจะหายก่อนหรือหายทีหลังครับ
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร?
จินตนาการว่ากระดูกสันหลังของเราเหมือนตึกสูงที่มีหลายชั้น ระหว่างชั้นจะมี "หมอนรองกระดูก" คั่นกลาง ทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพรับแรงกระแทก ตัวหมอนรองกระดูกนี้ ด้านนอกจะเหนียวแข็งเหมือนยางรถยนต์ แต่ด้านในนิ่มหยุ่นเหมือนเยลลี่
เมื่อเราใช้งานหลังหนัก ก้มๆ เงยๆ ผิดท่า หรือนั่งนานๆ ต่อเนื่องหลายปี เปลือกนอกของหมอนรองกระดูกอาจจะฉีกขาด ทำให้เยลลี่ด้านในปลิ้นออกมา
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเจ้าเยลลี่ที่ปลิ้นออกมานี้ ไม่ได้ออกมาเฉยๆ แต่ดันไปเบียดหรือกดทับ "สายไฟ" สำคัญของร่างกาย นั่นคือ "เส้นประสาท" ที่วิ่งผ่านช่องไขสันหลังเพื่อลงไปเลี้ยงขาและเท้า
อาการสัญญาณเตือนภัย
เมื่อเส้นประสาทโดนกดทับ ร่างกายจะส่งสัญญาณฟ้องเรา 3 รูปแบบหลักๆ คือ
- อาการปวด: มักจะปวดร้าวลงขา เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งจี๊ดๆ จากสะโพก ลงไปที่น่องหรือเท้า เป็นอาการที่ทรมานที่สุดและทำให้คนไข้มาหาหมอเร็วที่สุด
- อาการชา: ความรู้สึกรับสัมผัสเพี้ยนไป อาจจะรู้สึกหนาๆ เหมือนใส่ถุงเท้าตลอดเวลา หรือเหมือนเป็นเหน็บชาแตะแล้วไม่ค่อยรู้สึก
- อาการอ่อนแรง: สั่งการกล้ามเนื้อไม่ได้ดั่งใจ เช่น กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น (Foot drop) นิ้วโป้งเท้าไม่มีแรงกดพื้น หรือเดินแล้วเข่าทรุด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทบาดเจ็บรุนแรง
การตรวจวินิจฉัยเพื่อความแม่นยำ
การตรวจร่างกายเป็นด่านแรก หมอจะให้คนไข้นอนหงายแล้วยกขาเหยียดตรง (Straight Leg Raising Test) ถ้ายกได้ไม่สุดแล้วปวดร้าวลงขา ก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่สำคัญ
แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด หมอจะใช้การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI การทำ MRI จะทำให้เห็นเลยว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นตรงไหน กดทับเส้นประสาทเส้นที่เท่าไหร่ และกดรุนแรงแค่ไหน รวมถึงสภาพของเส้นประสาทว่าบวมช้ำหรือยัง
ข้อมูลจาก MRI ช่วยให้หมอวางแผนการรักษาได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการฉีดยา หรือการผ่าตัด
แนวทางการรักษา: เริ่มจากเบาไปหาหนัก
ส่วนใหญ่แล้ว โรคนี้ 80-90% อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการก้มยกของหนัก นั่งถูกท่า และบริหารกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง
ยา: ยาลดการอักเสบ และยาบำรุงปลายประสาท ช่วยลดความไวของเส้นประสาทต่อความเจ็บปวด
การฉีดยาระงับการอักเสบ: หมอจะใช้อัลตราซาวนด์ช่วยนำทาง เพื่อฉีดยาลดบวมเข้าไปที่รอบๆ เส้นประสาทจุดที่มีปัญหาโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดปวดได้รวดเร็วและแม่นยำ
การผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic Surgery): จะพิจารณาก็ต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมี "สัญญาณอันตราย" เช่น ขาอ่อนแรงชัดเจน หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีการส่องกล้องทำให้แผลเล็กมาก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว
ไฮไลท์สำคัญ: ไทม์ไลน์การฟื้นตัวของเส้นประสาท
เมื่อเรารักษาจนหมอนรองกระดูกไม่กดทับเส้นประสาทแล้ว (ไม่ว่าจะด้วยยาดูดซึมกลับไปเอง หรือการผ่าตัดเอาออก) คำถามคือ "เมื่อไหร่จะหายสนิท?"
ต้องเข้าใจก่อนครับว่า เส้นประสาทเปรียบเหมือน "สายไฟ" ที่มีฉนวนหุ้ม เมื่อถูกกดทับนานๆ สายไฟข้างในอาจช้ำ หรือฉนวนหุ้มอาจถลอก การฟื้นตัวจึงต้องใช้เวลา และมีลำดับขั้นดังนี้ครับ
1. อาการปวด (Pain) - หายเร็วที่สุด
ข่าวดีคือ อาการปวดร้าวลงขา มักจะเป็นอาการแรกที่หายไป หรือดีขึ้นอย่างชัดเจนทันทีหลังการรักษาที่ตรงจุด (เช่น หลังผ่าตัดตื่นมาอาการปวดร้าวหายไปเลย) เพราะเมื่อแรงกดทับหายไป เส้นประสาทหยุดการส่งสัญญาณเจ็บปวดรุนแรงทันที อาการปวดที่เหลืออยู่อาจเป็นเพียงปวดแผลผ่าตัด หรือปวดกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวมานาน ซึ่งจะดีขึ้นใน 1-4 สัปดาห์
2. อาการชา (Numbness) - ใช้เวลาระดับปานกลาง
อาการชา มักจะหายช้ากว่าอาการปวดครับ บางคนปวดหายไปแล้ว แต่ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรแปะๆ ที่หน้าแข้งหรือหลังเท้า
สาเหตุเพราะเส้นใยประสาทที่รับความรู้สึก (Sensory nerve) มีความละเอียดอ่อนและฟื้นตัวช้ากว่า การฟื้นตัวของความรู้สึกอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 6 เดือน ในบางรายที่ถูกกดทับมานานมากๆ อาการชาอาจจะหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย แต่จะไม่รบกวนการใช้ชีวิต
3. อาการอ่อนแรง (Weakness) - ใช้เวลานานที่สุด
นี่คือส่วนที่ต้องใช้ความอดทนมากที่สุดครับ หากคนไข้มีอาการขาอ่อนแรง หรือกระดกข้อเท้าไม่ขึ้นก่อนมารักษา การฟื้นตัวของกล้ามเนื้อต้องอาศัยการงอกใหม่ของเส้นประสาท (Nerve Regeneration)
ตามหลักสรีรวิทยา เส้นประสาทจะงอกซ่อมแซมตัวเองได้ประมาณ 1 มิลลิเมตร ต่อวัน หรือประมาณ 1 นิ้วต่อเดือน
ลองคำนวณดูนะครับ ถ้าจุดที่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอยู่ที่เอว (ระดับ L4-L5) แล้วต้องส่งสัญญาณไปสั่งการที่ปลายเท้า ระยะทางห่างกันประมาณ 50-80 เซนติเมตร
นั่นแปลว่า อาจต้องใช้เวลา 12 ถึง 18 เดือน กว่ากำลังกล้ามเนื้อจะกลับมาเต็มร้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าก่อนหน้านี้เส้นประสาทช้ำมากน้อยแค่ไหน และอายุของคนไข้ด้วย
การดูแลตัวเองเพื่อช่วยเร่งการฟื้นตัว
แม้เส้นประสาทจะซ่อมตัวเองช้า แต่เราช่วยมันได้ครับ
- วิตามินบำรุงปลายประสาท: วิตามิน B1, B6, B12 มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างเยื่อหุ้มประสาท แพทย์อาจจะจ่ายให้รับประทานต่อเนื่องในช่วงฟื้นตัว
- กายภาพบำบัด (สำคัญมาก): ในช่วงที่เส้นประสาทกำลังงอก เราต้องกระตุ้นกล้ามเนื้อไม่ให้ฝ่อลีบเสียก่อน การฝึกเกร็งกล้ามเนื้อ ฝึกกระดกข้อเท้า หรือใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้น จะช่วยรักษาสภาพกล้ามเนื้อรอวันที่เส้นประสาทเดินทางมาถึง
- เลี่ยงบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงเส้นประสาทไม่ดี ทำให้การซ่อมแซมช้าลงอย่างมาก
- ควบคุมน้ำตาล: หากเป็นเบาหวาน ต้องคุมระดับน้ำตาลให้ดี เพราะน้ำตาลในเลือดสูงจะทำลายเส้นประสาทซ้ำซ้อน
สรุป: ความหวังและการรอคอย
การรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไม่ได้จบลงในวันที่เราเดินออกจากห้องผ่าตัด หรือวันที่ปวดหายไป แต่มันคือจุดเริ่มต้นของกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย
หากท่านยังมีอาการชา หรืออ่อนแรงอยู่บ้างหลังการรักษา อย่าเพิ่งหมดหวังครับ ร่างกายกำลังทำงานอย่างหนักในการซ่อมแซมตัวเองอยู่ ขอให้หมั่นทำกายภาพบำบัด ดูแลโภชนาการ และให้เวลากับร่างกาย
หากวันไหนรู้สึกท้อ ให้จำไว้ว่า "เส้นประสาทเดินหน้าวันละ 1 มิลลิเมตร" ช้าๆ แต่มั่นคง และปลายทางคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ผ่าตัดกระดูกสันหลัง #อาการชา #ขาอ่อนแรง #กายภาพบำบัด #ฟื้นฟูเส้นประสาท #หมอเก่งเชียงใหม่ #ปวดหลัง #กระดูกสันหลังเสื่อม
เอกสารอ้างอิง
- Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar Disc Herniation. Curr Rev Musculoskelet Med. 2017;10(4):507-516.
- Dydyk AM, Massa RN, Mesfin FB. Disc Herniation. [Updated 2023 Jan 16]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2023 Jan-.
- Menorca RM, Fussell TS, Elfar JC. Nerve physiology: mechanisms of injury and recovery. Hand Clin. 2013;29(3):317-330.
- Grinsell D, Keating CP. Peripheral nerve reconstruction after injury: a review of clinical and experimental therapies. Biomed Res Int. 2014;2014:698256.
- Sowa G. Lumbar Disc Herniation: Diagnosis and Management. PM R. 2019;11 Suppl 1:S16-S22.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น