วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

## ปวดหลังเรื้อรัง... ระวัง "หมอนรองกระดูกทับเส้น" สัญญาณเตือนที่ห้ามปล่อยผ่าน!

 



ปวดหลังเรื้อรัง... ระวัง "หมอนรองกระดูกทับเส้น" สัญญาณเตือนที่ห้ามปล่อยผ่าน!

คุณเคยไหมครับ? แค่ก้มหยิบของที่พื้น หรือแค่จามแรง ๆ ทีเดียว ก็รู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าช็อตแปล๊บที่หลัง บางคนปวดร้าวลงไปถึงขา จนเดินแทบไม่ไหว หลายคนพยายามทนเอา คิดว่า "เดี๋ยวก็หาย" หรือ "แค่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดา" แต่รู้ไหมครับว่า อาการปวดหลังที่ดูเหมือนเรื่องปกตินี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคที่ทำให้คุณเสียคุณภาพชีวิตไปนานนับปี


"หมอครับ ผมแค่ยกกระถางต้นไม้ใบเดียว ทำไมขามันชาไปหมดแบบนี้?"

วันหนึ่งมีคนไข้ชายวัยทำงานชื่อคุณสมชาย (นามสมมติ) เดินกะเผลกเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลมาก เขาเล่าให้ผมฟังว่า "หมอครับ ผมปกติเป็นคนแข็งแรงนะ ออกกำลังกายบ้าง แต่เมื่อเช้าแค่ก้มลงไปยกกระถางต้นไม้ใบเล็ก ๆ ใบเดียวเอง อยู่ดี ๆ มันปวดลึก ๆ ที่เอว แล้วความปวดมันวิ่งปร๊าดลงไปที่น่องซ้ายทันที ตอนนี้ปลายนิ้วเท้าชาไปหมดแล้ว ผมจะพิการไหมครับหมอ?"

เคสของคุณสมชายคือตัวอย่างที่คลาสสิกมากครับ หลายคนเข้าใจว่าต้องประสบอุบัติเหตุหนัก ๆ ถึงจะเป็นโรคนี้ได้ แต่ความจริงแล้ว "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" มักเกิดจากการสะสมของพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน จนถึงวันที่ร่างกายบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว"


อธิบายความจริง: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร?

ลองจินตนาการดูนะครับว่า กระดูกสันหลังของเราเหมือนตึกที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ และระหว่างชั้นกระดูกแต่ละข้อ จะมี "แผ่นเจลลี่" นุ่ม ๆ กั้นอยู่ เราเรียกมันว่า หมอนรองกระดูก ครับ

หน้าที่ของเจ้าเจลลี่นี้คือคอยรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง หรือกระโดด ข้างในแผ่นเจลลี่นี้จะมีไส้ที่นุ่มกว่าอยู่ตรงกลาง เหมือน "ขนมปังไส้ครีม" ครับ เมื่อเราใช้งานหนัก ก้ม ๆ เงย ๆ บ่อย หรือนั่งนาน ๆ จนหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมและฉีกขาด ไส้ครีมข้างในมันจะ "ปลิ้น" ออกมาข้างนอก

ปัญหาคือ ตรงข้างหลังหมอนรองกระดูกนั้น เป็นที่อยู่ของ "เส้นประสาท" เส้นใหญ่ที่ส่งสัญญาณไปยังขาพอดี พอเจ้าไส้เจลลี่ที่ปลิ้นออกมาไปกดทับเส้นประสาทเข้า เรื่องก็เกิดครับ! มันจะไม่ได้ปวดแค่ที่หลัง แต่มันจะปวดร้าวไปตามทางที่เส้นประสาทวิ่งผ่าน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงปวดร้าวลงขา หรือมีอาการชานั่นเอง


ทำไมคนไทยถึงปวดหลังกันเยอะนัก? (สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง)

สาเหตุหลัก ๆ ไม่ได้มาจากโชคชะตาครับ แต่มาจากพฤติกรรมล้วน ๆ :

  • ท่านั่งพิฆาต: นั่งหลังขดหลังแข็งหน้าคอมพิวเตอร์นานเกิน 2 ชั่วโมง โดยไม่ลุกไปไหน แรงกดที่หมอนรองกระดูกจะสูงกว่าตอนยืนถึง 2 เท่า!

  • ยกของผิดท่า: ก้มหลังลงไปหยิบของหนักโดยไม่ย่อเข่า ทำให้หลังส่วนล่างรับน้ำหนักมหาศาล

  • น้ำหนักตัวเกิน: พุงที่ยื่นออกมาจะดึงให้กระดูกสันหลังแอ่นไปข้างหน้า หมอนรองกระดูกเลยต้องรับภาระหนักตลอดเวลา

  • ความเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น น้ำในหมอนรองกระดูกจะลดลง ทำให้มันเปราะและแตกง่ายขึ้น

  • การสูบบุหรี่: ข้อนี้หลายคนไม่รู้ นิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกน้อยลง ทำให้มันเสื่อมเร็วกว่าปกติครับ


อาการแบบไหน... ที่ต้องรีบมาหาหมอ?

อาการปวดหลังทั่วไปกับปวดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นมีความต่างกันครับ ให้คุณลองเช็กตัวเองดูนะ:

  1. ปวดร้าวลงขา (Sciatica): ปวดจากเอวร้าวลงไปที่สะโพก ต้นขา น่อง หรือจนถึงหลังเท้า

  2. อาการชาหรือยุบยิบ: รู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม หรือชาเหมือนเป็นเหน็บที่ขาหรือเท้า

  3. กล้ามเนื้ออ่อนแรง: ขาข้างหนึ่งเริ่มลีบลง หรือเวลาเดินแล้วเท้าตก เตะขาไม่ขึ้น

  4. ปวดมากขึ้นเมื่อไอหรือจาม: เพราะแรงดันในช่องท้องจะไปดันให้หมอนรองกระดูกกดเส้นประสาทมากขึ้น

  5. สัญญาณอันตราย (Red Flags): ถ้าเริ่มกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ หรือขามีอาการอ่อนแรงเฉียบพลัน ต้องไปห้องฉุกเฉินทันทีครับ!


การตรวจวินิจฉัย: หมอรู้ได้อย่างไรว่าเป็นอะไร?

เวลามาหาหมอ เราไม่ได้เดาสุ่มครับ ขั้นตอนการตรวจมีลำดับเพื่อให้แม่นยำที่สุด:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะให้คุณนอนหงายแล้วลองยกขาเหยียดตึง (Straight Leg Raise Test) ถ้าคุณปวดร้าวลงขาในช่วงที่ยกขาขึ้น 30-70 องศา นั่นเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเส้นประสาทถูกกดทับ

  • การเอกซเรย์ (X-ray): ช่วยดูโครงสร้างกระดูกว่ามีกระดูกงอกหรือกระดูกเคลื่อนไหม แต่เอกซเรย์ธรรมดาจะมองไม่เห็น "หมอนรองกระดูก" นะครับ

  • การตรวจ MRI: นี่คือ "พระเอก" ของงานนี้เลยครับ เพราะ MRI จะเห็นภาพหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และเนื้อเยื่ออ่อนได้อย่างชัดเจน ทำให้หมอเห็นเลยว่ามันปลิ้นไปทับเส้นประสาทตรงไหน มากน้อยแค่ไหน เพื่อวางแผนการรักษาได้ถูกต้อง

  • การตรวจเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า (EMG): ในบางรายที่อาการไม่ชัดเจน หมออาจจะส่งตรวจเพื่อดูว่าเส้นประสาททำงานผิดปกติจริงไหม


แนวทางการรักษา: ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องผ่าตัด!

ข่าวดีคือ กว่า 90% ของคนไข้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ! โดยหมอจะใช้การรักษาแบบขั้นบันได:

1. ปรับพฤติกรรมและทำกายภาพบำบัด (สำคัญที่สุด)

  • งดยกของหนัก เลี่ยงการก้ม ๆ เงย ๆ

  • ทำกายภาพเพื่อยืดกล้ามเนื้อและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) เพื่อมาช่วยพยุงกระดูกสันหลัง

2. การใช้ยา

  • ยาแก้ปวดและยาลดอักเสบ (NSAIDs): เพื่อลดการอักเสบรอบ ๆ เส้นประสาท

  • ยาคลายกล้ามเนื้อ: ลดการเกร็งตัวของหลัง

  • ยาบำรุงเส้นประสาท: ช่วยลดอาการชาและฟื้นฟูเส้นประสาท

3. การฉีดยาเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection) ในกรณีที่ปวดมากแต่ยังไม่อยากผ่าตัด หมอสามารถใช้ Ultrasound นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบไปที่ตำแหน่งเส้นประสาทที่ถูกทับโดยตรง วิธีนี้แม่นยำสูง ปลอดภัย และช่วยลดความปวดได้ดีมากครับ

4. การผ่าตัด (เฉพาะกรณีที่จำเป็น) หมอจะพิจารณาผ่าตัดก็ต่อเมื่อ รักษาด้วยวิธีอื่นแล้ว 6-8 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน ปัจจุบันมีเทคโนโลยี "การผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป" (Endoscopic Spine Surgery) แผลเล็กมากเท่าปลายนิ้วก้อย เจ็บน้อย และกลับบ้านได้เร็วครับ


การพยากรณ์โรค: หายแล้วจะเป็นอีกไหม?

โรคนี้ "หายได้" ครับ แต่ "กลับมาเป็นซ้ำได้" ถ้าเราไม่ดูแลตัวเอง ลักษณะการดำเนินโรคมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับถ้าทำตามคำแนะนำหมออย่างเคร่งครัด โอกาสที่โรคจะกลับมามักเกิดจากการที่คนไข้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม เช่น กลับไปยกของหนักท่าเดิม หรือปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น การดูแลหลังส่วนล่างคือ "ภารกิจตลอดชีวิต" ที่คุ้มค่าครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยไว้ไม่รักษา เส้นประสาทที่ถูกกดทับนาน ๆ อาจเกิดความเสียหายถาวร (Permanent Nerve Damage) ทำให้ขาลีบถาวร อ่อนแรง หรือระบบขับถ่ายพังเสียหายได้ ดังนั้นอย่ารอจนสายเกินไปนะครับ


สรุป

การปวดหลังไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวจนเกินเหตุ หากเราเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และรู้วิธีจัดการที่ถูกต้อง "หมอนรองกระดูกทับเส้น" ไม่ได้หมายถึงความพิการเสมอไป หากคุณได้รับการตรวจและรักษาอย่างทันท่วงทีครับ

รักษาสุขภาพหลังกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะได้เดินเหินได้คล่องแคล่วไปจนถึงลูกหลานโตนะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดร้าวลงขา #กระดูกสันหลังเสื่อม #หมอเก่ง #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัด #รักษาโรคกระดูก #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดหลังเรื้อรัง


References

  1. Fardon DF, Williams AL, Dohring EJ, et al. Lumbar disc nomenclature: version 2.0: Recommendations of the combined task forces of the North American Spine Society, the American Society of Spine Radiology and the American Society of Neuroradiology. The Spine Journal. 2014;14(11):2525-45. (สรุป: เป็นมาตรฐานการเรียกชื่อและจำแนกประเภทความผิดปกติของหมอนรองกระดูกสันหลังที่ทั่วโลกยอมรับ)

  2. Amin RM, Andrade NS, Neuman BJ. Lumbar Disc Herniation. Current Reviews in Musculoskeletal Medicine. 2017;10(4):507-16. (สรุป: ทบทวนความรู้ปัจจุบันเกี่ยวกับสาเหตุ การวินิจฉัย และแนวทางการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นแบบใช้ยาและผ่าตัด)

  3. Kreiner DS, Matz P, Bono CM, et al. An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. The Spine Journal. 2014;14(1):180-91. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติที่ใช้หลักฐานอ้างอิงในการรักษาคนไข้ปวดรากล้าจากหมอนรองกระดูก)

  4. Deyo RA, Mirza SK. Herniated Lumbar Intervertebral Disk. New England Journal of Medicine. 2016;374(18):1763-72. (สรุป: งานวิจัยที่ยืนยันว่าคนไข้ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการรักษาแต่ละวิธี)

  5. Wang H, Cheng J, Xiao H, Li C, Zhou Y. Adolescent Lumbar Disc Herniation: Experience From a Large Case Series and Review of Literature. World Neurosurgery. 2018;113:e269-e77. (สรุป: ศึกษาปัจจัยเสี่ยงและการดำเนินโรคของหมอนรองกระดูกทับเส้นในกลุ่มอายุน้อยและวัยทำงาน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น