วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

"เดินได้ไม่ไกล ปวดร้าวลงขา ต้องหยุดพัก... พอพับตัวนั่งลงแล้วหาย?"สัญญาณเตือน 'โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ' ภัยเงียบที่มาพร้อมอายุ 80 ปี

 

"เดินได้ไม่ไกล ปวดร้าวลงขา ต้องหยุดพัก... พอพับตัวนั่งลงแล้วหาย?"สัญญาณเตือน 'โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ' ภัยเงียบที่มาพร้อมอายุ 80 ปี


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณยายวัย 80 กับการเดินที่ไม่เหมือนเดิม

วันก่อนหมอได้เจอกับ "คุณยายสมศรี" (นามสมมติ) อายุ 80 ปี ลูกสาวประคองท่านเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทีที่เป็นกังวลมากครับ คุณยายเดินหลังค่อมเล็กน้อย ก้าวเท้าสั้นๆ และดูเจ็บปวดทุกย่างก้าว

ลูกสาวเล่าให้หมอฟังว่า "แต่ก่อนคุณแม่เดินเก่งมากค่ะคุณหมอ ชอบเดินไปใส่บาตรหน้าปากซอยทุกเช้า แต่ช่วงปีหลังๆ มานี้ แกเดินได้แค่ 50 เมตรก็บ่นปวดขาแล้ว ต้องหาที่นั่งพัก พอนั่งสักแป๊บก็หาย เดินต่อได้อีกหน่อยก็ปวดอีก แกบอกว่ามันไม่ได้ปวดหลังมากนะ แต่มันร้าวลงไปที่ขา ชาๆ เหมือนขาไม่มีแรง กลัวแม่จะเป็นอัมพาตค่ะ"

คุณยายสมศรีเสริมขึ้นมาเสียงเบาๆ "ยายไม่ได้สำออยนะหมอ แต่มันเดินไม่ไหวจริงๆ พอก้มตัวทำสวน หรือนั่งพับเพียบ ยายกลับรู้สึกสบายดี ไม่ปวดเลย แปลกไหมล่ะ?"

หมอยิ้มให้คุณยายแล้วตอบว่า "ไม่แปลกเลยครับคุณยาย อาการที่ยายเล่ามา คืออาการคลาสสิกของโรคที่คนวัย 80 เป็นกันเยอะที่สุดโรคหนึ่งครับ"


ความจริงที่หมออยากบอก

อาการที่คุณยายสมศรีเป็น ไม่ใช่เรื่องสำออย และไม่ใช่แค่ "ความแก่" ที่ต้องทำใจยอมรับแล้วปล่อยทิ้งไว้ครับ มันคือโรคทางกายภาพที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ซึ่งเราสามารถดูแลรักษาให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้

หมออยากให้จินตนาการภาพตามหมอนะครับ...

เปรียบกระดูกสันหลังของเราเหมือน "ท่อน้ำเก่าแก่" ที่ใช้งานมา 80 ปี ภายในท่อน้ำนี้ มีสายยางเส้นสำคัญอยู่ นั่นคือ "เส้นประสาท" ที่ส่งสัญญาณไปเลี้ยงขา เมื่อท่อมันเก่า... ก็เริ่มมี "ตะกรัน" หรือ "สนิม" เกาะอยู่ข้างใน ตะกรันพวกนี้ก็คือ หินปูนที่เกาะตามข้อต่อกระดูก (Facet joint hypertrophy) และเส้นเอ็นภายในที่หนาตัวขึ้น (Ligamentum flavum thickening) พอมันหนาขึ้นๆ รูท่อที่เคยโล่งกว้าง ก็เริ่ม "ตีบแคบ" ลง (Stenosis)

ทีนี้พอเรา "ยืนหรือเดิน" (ยืดหลังตรง) ท่อมันจะยิ่งบีบตัวเข้าหากัน ทำให้ไปหนีบสายยาง (เส้นประสาท) เราเลยปวดร้าวลงขา ชา และอ่อนแรง แต่พอเรา "นั่งลง หรือก้มตัว" (Flexion) ท่อน้ำมันจะเปิดกว้างขึ้นนิดนึง เส้นประสาทเลยได้พักหายใจ อาการปวดเลยหายไปครับ

นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณยายสมศรีถึงเดินแล้วปวด แต่นั่งแล้วหาย และชอบเดินก้มตัวเหมือนรถเข็นของในซูเปอร์มาร์เก็ต (Shopping Cart Sign) นั่นเองครับ


เจาะลึก: โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Canal Stenosis)

เพื่อให้ลูกหลานและผู้สูงอายุเข้าใจโรคนี้อย่างลึกซึ้ง และคลายความกังวล หมอขออธิบายรายละเอียดเป็นข้อๆ แบบเข้าใจง่ายครับ

1. โรคนี้คืออะไร? (Pathogenesis)

โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Lumbar Spinal Stenosis) คือภาวะที่ช่องว่างภายในกระดูกสันหลังส่วนเอวแคบลง จนไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง หรือเส้นประสาทราก

  • สาเหตุหลัก: ความเสื่อมตามวัย (Degeneration) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในคนอายุ 60-80 ปีขึ้นไป
  • กลไกการเกิดโรค:
    1. หมอนรองกระดูกเสื่อม: หมอนรองกระดูกที่เคยชุ่มน้ำเริ่มแห้งและทรุดตัวลง ทำให้ความสูงลดลง
    2. ข้อต่อรับน้ำหนักมากขึ้น: เมื่อหมอนรองทรุด ข้อต่อกระดูกด้านหลัง (Facet joints) ต้องรับแรงกระแทกมากขึ้น ร่างกายจึงซ่อมแซมโดยการสร้างกระดูกงอก (Osteophytes) ขึ้นมาโปนๆ
    3. เส้นเอ็นหนาตัว: เส้นเอ็นสีเหลือง (Ligamentum flavum) ที่อยู่ภายในโพรงกระดูก จะหนาตัวขึ้นและย่อนคล้ายยางยืดที่เสื่อมสภาพ เข้าไปกินพื้นที่ในโพรงประสาท
    4. การกดทับ: ทั้งกระดูกงอก และเส้นเอ็นที่หนาตัว รุมกันเบียดเส้นประสาท ทำให้เลือดไปเลี้ยงเส้นประสาทไม่สะดวก เกิดอาการขาดเลือดชั่วคราวขณะเดิน จึงเกิดอาการปวด

2. อาการและสัญญาณเตือน

ลองสังเกตคนใกล้ตัวนะครับ ว่ามีอาการเหล่านี้ไหม:

  • Neurogenic Claudication: นี่คือพระเอกของโรคนี้ คืออาการปวดหน่วงๆ ตึงๆ หรือชาที่สะโพก ร้าวลงมาที่ต้นขา น่อง หรือเท้า จะปวดเมื่อยืนนานหรือเดิน
  • ระยะทางบอกเหตุ: แรกๆ อาจเดินได้ 500 เมตรแล้วปวด ต่อมาอาจเหลือ 100 เมตร หรือ 50 เมตร ก็ต้องหยุด
  • ท่าแก้ปวด: ผู้ป่วยมักจะชอบก้มตัวไปข้างหน้า หรือชอบเข็นรถเข็นเวลาไปจ่ายตลาด เพราะการก้มตัวช่วยถ่างขยายโพรงกระดูกสันหลัง
  • อาการชาและอ่อนแรง: อาจรู้สึกเหมือนมีแผ่นพลาสติกมาแปะที่ขา สัมผัสไม่ชัดเจน หรือขาอ่อนแรงสะดุดบ่อยๆ

3. ปัจจัยเสี่ยง

  • อายุ: ยิ่งอายุมาก ความเสื่อมยิ่งสะสม (พบมากในวัย 60+)
  • การใช้งาน: คนที่ทำงานแบกหาม ก้มๆ เงยๆ หรือนั่งขับรถนานๆ มาตลอดชีวิต
  • พันธุกรรม: บางคนมีโพรงกระดูกสันหลังแคบมาแต่กำเนิด พออายุเยอะขึ้นนิดหน่อยก็มีอาการได้เร็วกว่าคนอื่น

แนวทางการตรวจวินิจฉัย (Investigation)

เมื่อคุณยายสมศรีมาหาหมอ ขั้นตอนการตรวจจะเป็นแบบนี้ครับ:

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะให้เดินให้ดู ตรวจกำลังกล้ามเนื้อขา ตรวจการสะท้อน (Reflex) และดูชีพจรที่เท้า เพื่อแยกโรคว่าไม่ได้เกิดจากเส้นเลือดตีบ (Vascular Claudication) เพราะอาการคล้ายกันมาก
  2. เอกซเรย์ (X-ray):
    • ท่ายืน: เพื่อดูความมั่นคงของกระดูกสันหลัง ดูว่ามีกระดูกเคลื่อนไหม (Spondylolisthesis) ดูความสูงของหมอนรองกระดูก และดูกระดูกงอก
    • ข้อจำกัด: เอกซเรย์เห็นแต่กระดูก ไม่เห็นเส้นประสาทหรือโพรงข้างในชัดเจน
  3. *เอ็มอาร์ไอ (MRI) ** (สำคัญมาก):
    • เป็นการตรวจที่ "แม่นยำที่สุด" สำหรับโรคนี้
    • ภาพ MRI จะเหมือนเราหั่นแตงกวาดูไส้ข้างใน จะเห็นชัดเลยว่า เส้นประสาทโดนบีบตรงไหน โดนบีบจากหมอนรองกระดูก หรือจากเอ็นที่หนาตัว และโดนบีบมากน้อยแค่ไหน
    • การทำ MRI ช่วยวางแผนการรักษาได้ตรงจุด ว่าควรกินยา ฉีดยา หรือผ่าตัด

หมอแนะนำว่า ถ้าอาการเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน เดินได้น้อยลงเรื่อยๆ หรือมีอาการอ่อนแรง ควรทำ MRI ครับ ไม่ต้องกลัว เป็นการนอนอุโมงค์เฉยๆ ไม่เจ็บตัวครับ


การรักษา: อายุ 80 ปี ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?

คำตอบคือ "ไม่" ครับ คนไข้ส่วนใหญ่ (กว่า 80%) อาการดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบประคับประคอง โดยไม่ต้องผ่าตัด เป้าหมายของเราคือ "ให้คุณยายเดินได้ โดยมีความสุข และปลอดภัย" ไม่ใช่ต้องกลับไปวิ่งแข่งได้เหมือนสาวๆ

1. การปรับพฤติกรรม (Lifestyle Modification)

  • เลี่ยงท่าแอ่นหลัง: การยืนแอ่นพุง หรือเอื้อมหยิบของสูง จะทำให้ช่องประสาทตีบลง
  • ท่านอน: นอนตะแคงกอดหมอนข้าง หรือนอนหงายแล้วเอาหมอนรองใต้เข่า ช่วยให้หลังแบนราบ ลดการกดทับ
  • ไม้เท้า: การใช้ไม้เท้าหรือ Walker ช่วยพยุงตัวและทำให้ลำตัวก้มเล็กน้อย ช่วยให้เดินได้ไกลขึ้น

2. ยา (Medication)

  • ยาแก้ปวดเส้นประสาท: เช่น Gabapentin หรือ Pregabalin ช่วยลดอาการไฟช็อต อาการชา (ต้องกินภายใต้คำแนะนำแพทย์ เพราะอาจทำให้ง่วงหรือเวียนหัวในผู้สูงอายุ)
  • ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs): ใช้เฉพาะช่วงปวดมากๆ ระวังเรื่องกระเพาะและไตในผู้สูงอายุ
  • วิตามินบำรุงปลายประสาท: เป็นตัวเสริม

3. กายภาพบำบัด (Physical Therapy)

  • ดึงหลัง (Traction): ช่วยขยายช่องกระดูกสันหลังชั่วคราว
  • Ultrasound / Laser: ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อหลัง
  • ออกกำลังกาย: เน้นท่าที่ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง (Core Stabilizer) และยืดกล้ามเนื้อหลัง
    • ท่าแนะนำ: นอนหงาย กอดเข่าชิดอก (Knee to chest) ทำค้างไว้ นับ 1-10 ช่วยยืดโพรงกระดูกสันหลังได้ดีมาก

4. การฉีดยาเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection)

  • ถ้ากินยาและกายภาพแล้วยังปวด หมออาจแนะนำการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าที่โพรงกระดูกสันหลังโดยตรง
  • ใช้เครื่อง Ultrasound หรือ X-ray ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อความแม่นยำ
  • ช่วยลดการบวมของเส้นประสาท ทำให้อาการทุเลาลงได้นาน 3-6 เดือน หรือบางคนหายไปเลยก็มี

5. การผ่าตัด (Surgery)

เราจะพิจารณาผ่าตัดในกรณีที่:

  • รักษาแบบอื่นมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น
  • มีภาวะแทรกซ้อนอันตราย (Red Flags): เช่น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ (Cauda Equina Syndrome) หรือขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้ เท้าตก
  • คุณภาพชีวิตแย่มาก เดินได้ไม่ถึง 10 เมตร ก็ต้องหยุด
  • เทคนิคปัจจุบัน: มีการผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic) แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เหมาะกับผู้สูงอายุมากขึ้น หรือการผ่าตัดเชื่อมข้อ (Fusion) ใส่เหล็กดาม ในรายที่กระดูกเคลื่อนด้วย

การพยากรณ์โรค (Prognosis): จะหายขาดไหม?

  • ธรรมชาติของโรค: เป็นโรคเรื้อรัง (Chronic) เหมือนผมหงอก คือเป็นความเสื่อมตามวัย
  • ข่าวดี: อาการมักจะไม่แย่ลงอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่จะทรงๆ หรือค่อยๆ เป็นมากขึ้นช้าๆ
  • การดูแล: ถ้าดูแลตัวเองดี ออกกำลังกายถูกท่า น้ำหนักตัวไม่เยอะ อาการปวดอาจหายไปจนใช้ชีวิตได้ปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัดตลอดชีวิต

บทสรุป: สิ่งที่ลูกหลานควรทำ

ถ้าคุณพ่อคุณแม่บ่นว่า "ปวดขา เดินไม่ไหว ขอพักก่อน" อย่าเพิ่งดุท่านว่าขี้เกียจนะครับ ท่านอาจกำลังเผชิญกับ "โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ" อยู่

  1. พามาพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ: เพื่อตรวจแยกโรค
  2. ให้กำลังใจ: ความเจ็บปวดเรื้อรังทำให้ผู้สูงอายุซึมเศร้าได้
  3. ปรับสภาพบ้าน: ห้องนอนควรอยู่ชั้นล่าง ห้องน้ำควรเป็นชักโครก ไม่นั่งยอง

โรคนี้รักษาได้ ดูแลได้ ให้ท่านกลับมาเดินยิ้มได้อีกครั้งครับ


สรุป

โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบในผู้สูงอายุ เป็นเรื่องความเสื่อมตามวัยที่จัดการได้ ไม่ต้องกลัวจนเกินเหตุ การรักษาเริ่มจากง่ายไปยาก การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย สิ่งสำคัญคือความเข้าใจและการดูแลจากคนรอบข้างครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังร้าวลงขา #กระดูกสันหลังตีบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ผู้สูงอายุปวดขา #เดินแล้วปวด #หมอนรองกระดูกเสื่อม #ปวดเอว #ดูแลผู้สูงอายุ



References (แหล่งอ้างอิง)

  1. Katz JN, Zimmerman ZE, Mass H, Makhni MC. Diagnosis and Management of Lumbar Spinal Stenosis: A Review. JAMA. 2022;327(17):1688–1699. doi:10.1001/jama.2022.5921
    • (สรุป: บทความทบทวนการวินิจฉัยและการรักษาโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบที่ทันสมัยที่สุด เน้นแนวทางการตัดสินใจเลือกระหว่างการรักษาแบบไม่ผ่าตัดและการผ่าตัด)
  2. North American Spine Society (NASS). Diagnosis and Treatment of Degenerative Lumbar Spinal Stenosis. North American Spine Society Evidence-Based Clinical Guidelines. 2011 (Revised).
    • (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานระดับสากล สำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังตีบแคบ ตั้งแต่การตรวจร่างกายไปจนถึงการผ่าตัด)
  3. Deer T, et al. The MILD® Procedure for the Treatment of Lumbar Spinal Stenosis: A Review of the Literature. Pain Physician. 2020.
    • (สรุป: ข้อมูลเกี่ยวกับการหัตถการแบบแผลเล็กเพื่อรักษาโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้สูงอายุ)
  4. Lurie JD, et al. Long-term outcomes of surgical and nonsurgical management of lumbar spinal stenosis: 8 to 10 year results from the SPORT trial. Spine. 2015.
    • (สรุป: งานวิจัยระยะยาวเปรียบเทียบผลการรักษา ระหว่างคนไข้ที่ผ่าตัดกับไม่ผ่าตัด ช่วยในการพยากรณ์โรคและตัดสินใจ)
  5. Bagley C, et al. Current concepts in the management of lumbar spinal stenosis. Journal of Craniovertebral Junction & Spine. 2019.
    • (สรุป: คอนเซปต์ปัจจุบันในการดูแลรักษาโรคนี้ ทั้งยา กายภาพ และเทคโนโลยีการผ่าตัด)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น