วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

ปวดหลังร้าวลงขา... เป็น "กล้ามเนื้ออักเสบ" หรือ "หมอนรองกระดูกทับเส้น" กันแน่? (วิธีเช็กตัวเองเบื้องต้นก่อนไปหาหมอ)

 

ปวดหลังร้าวลงขา... เป็น "กล้ามเนื้ออักเสบ" หรือ "หมอนรองกระดูกทับเส้น" กันแน่? (วิธีเช็กตัวเองเบื้องต้นก่อนไปหาหมอ)

“หมอครับ ช่วยผมด้วย! ขาผมจะพิการไหม? ปวดจนเดินไม่ได้แล้วครับ!”

เสียงร้องโอดโอยของ “คุณต้น” (นามสมมติ) หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี ดังมาแต่ไกล ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกเข็นรถนั่งเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทีทุลักทุเล หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งกุมหลังเอว อีกข้างบีบนวดขาตัวเองตลอดเวลา

คุณต้นเล่าว่า เมื่อเช้าก้มลงไปยกกระถางต้นไม้ ได้ยินเสียง “กึก” ที่หลัง แล้วความปวดก็พุ่งปรี๊ดลงไปที่ขาเหมือนโดนไฟช็อต จนเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น เพื่อนบ้านบอกว่า “สงสัยหมอนรองกระดูกแตกแล้วแน่ๆ เตรียมผ่าตัดได้เลย” ทำเอาคุณต้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ รีบบึ่งมาหาหมอทันที

เชื่อไหมครับว่า อาการ “ปวดหลังร้าวลงขา” เป็นอาการยอดฮิตที่ทำให้คนไข้ตกใจกลัวมากที่สุดอันดับต้นๆ เพราะคำว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้น” มันฟังดูน่ากลัวและรุนแรง

แต่ความจริงแล้ว... ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดร้าวลงขา จะเป็นโรคกระดูกทับเส้นเสมอไปครับ บ่อยครั้งมันเป็นแค่ “กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง” ที่ส่งสัญญาณลวงหลอกเราเท่านั้น

วันนี้หมอเก่งจะพามาแยกแยะกันชัดๆ ว่าอาการของคุณ เข้าข่ายโรคไหนกันแน่? และแบบไหนที่ต้องรีบวิ่งมาหาหมอทันที


ความจริง: “สายไฟ” กับ “หนังยาง” มันคนละเรื่องกัน

เพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด หมออยากให้เปรียบเทียบหลังของเราเป็นระบบไฟฟ้าครับ

  1. กล้ามเนื้ออักเสบ (Muscle Strain / Myofascial Pain): เปรียบเหมือน “หนังยาง” ที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ หรือฉีกขาดเล็กน้อย มันจะปวดตื้อๆ ปวดหน่วงๆ เหมือนโดนทุบ
  2. หมอนรองกระดูกทับเส้น (Herniated Disc): เปรียบเหมือน “สายไฟ” (เส้นประสาท) ที่ถูก “เจลลี่” (หมอนรองกระดูก) ปลิ้นออกมาทับ พอมันโดนทับปุ๊บ ไฟก็จะช็อตเปรี๊ยะ วิ่งจี๊ดลงไปตามสายไฟจนถึงปลายทาง (ขา/เท้า)

ความรู้สึกเจ็บของสองโรคนี้ จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในความรู้สึกของคนไข้ครับ


เจาะลึก: เช็กลิสต์แยกโรคด้วยตัวเอง

หมอมีตารางเปรียบเทียบง่ายๆ ให้ลองสังเกตอาการตัวเองดูครับ

1. ลักษณะความปวด

  • กล้ามเนื้ออักเสบ: จะปวดแบบ “ตื้อๆ หน่วงๆ เมื่อยๆ” บางคนบอกปวดเหมือนมีอะไรมากดทับ หรือปวดตุบๆ บริเวณก้อนเนื้อสะโพก ความปวดมักจะเป็นวงกว้าง ระบุจุดไม่ชัดเจน
  • กระดูกทับเส้น: จะปวดแบบ “คมๆ เสียววาบ เหมือนไฟช็อต” (Sharp shooting pain) ปวดเหมือนเส้นเอ็นพลิก หรือเหมือนมีเข็มมาแทงลึกๆ ข้างใน

2. เส้นทางการวิ่งของความปวด (จุดตายที่ใช้แยกโรค)

นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดครับ!

  • กล้ามเนื้ออักเสบ: ปวดที่เอว ร้าวลงมาที่ก้น ยางคนร้าวมาถึงต้นขาด้านหลัง “แต่ส่วนใหญ่มักจะหยุดอยู่แค่เข่า” ไม่ลงไปถึงน่องหรือเท้า (เราเรียกว่า Referred Pain หรืออาการปวดร้าวจากจุดกดเจ็บ)
  • กระดูกทับเส้น: ความปวดจะวิ่งเป็นเส้นชัดเจน จากเอว -> ก้น -> ต้นขา -> “เลยเข่าลงไปถึงน่อง ข้อเท้า หรือนิ้วเท้า” (True Sciatica) เพราะเส้นประสาทมันยาวลงไปถึงปลายนิ้วครับ

3. ท่าทางกระตุ้นอาการ

  • กล้ามเนื้ออักเสบ: จะปวดเวลาขยับตัวผิดท่า เอี้ยวตัว หรือยืนนานๆ พอนอนพักนิ่งๆ มักจะดีขึ้น
  • กระดูกทับเส้น: “ไอ จาม เบ่งถ่าย” จะเจ็บสะดุ้งทันที! (เพราะแรงดันในช่องท้องไปดันหมอนรองกระดูกให้ปูนออกมาทับเส้นประสาทเพิ่ม) หรือแค่นั่งเฉยๆ ก็ปวดจนทนไม่ไหว ต้องลุกเดินหนี

4. อาการร่วม (สัญญาณอันตราย)

  • กล้ามเนื้ออักเสบ: ไม่มีอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • กระดูกทับเส้น: มักจะมี “อาการชา” (เหมือนเป็นเหน็บชาหนาๆ) ที่น่องหรือหลังเท้า ร่วมกับ “ขาอ่อนแรง” เช่น กระดกนิ้วโป้งเท้าไม่ขึ้น เดินแล้วขาพับ หรือเดินเขย่งปลายเท้าไม่ได้

บททดสอบ: นอนยกขา (Straight Leg Raise Test)

ถ้าอ่านแล้วยังไม่แน่ใจ หมอมีวิธีทดสอบง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้านครับ (ควรให้ญาติช่วยดู)

  1. นอนหงายบนเตียงราบ
  2. ให้ญาติค่อยๆ ยกขาข้างที่ปวดขึ้นช้าๆ โดยที่ “เข่าต้องเหยียดตรง” (ห้ามงอเข่า)
  3. ผลลัพธ์:
    • ถ้าเป็น กล้ามเนื้ออักเสบ: จะยกได้สูง (เกิน 70 องศา) โดยรู้สึกแค่ตึงๆ ที่ต้นขาด้านหลัง (เหมือนเวลาเรายืดเส้น)
    • ถ้าเป็น หมอนรองกระดูกทับเส้น: “จะยกได้ไม่ขึ้น” หรือยกได้แค่นิดเดียว (30-60 องศา) จะร้องจ๊ากทันที! เพราะมันจะมีอาการ “ไฟช็อตวิ่งลงขา” อย่างรุนแรง จนต้องรีบวางขาลง

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ (Investigation)

เมื่อคุณมาหาหมอ หมอจะไม่ได้ส่งเข้าอุโมงค์ MRI ทันทีทุกคนนะครับ เรามีลำดับขั้นตอน:

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: สำคัญที่สุด 80% ของการวินิจฉัยได้จากขั้นตอนนี้
  2. เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูก ดูความเสื่อม ดูการเคลื่อนของกระดูก “แต่เอกซเรย์มองไม่เห็นเส้นประสาทและหมอนรองกระดูกนะครับ” ดังนั้น ถ้าเป็นระยะเริ่มต้น เอกซเรย์อาจจะดูปกติ
  3. MRI (Magnetic Resonance Imaging): จะทำก็ต่อเมื่อ
    • รักษาด้วยยาและกายภาพ 4-6 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น
    • มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน
    • มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย (อั้นฉี่/อึไม่ได้) -> อันนี้ต้องผ่าตัดด่วน
    • สงสัยเนื้องอกหรือการติดเชื้อ

แนวทางการรักษา: ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?

ข่าวดีครับ! 90% ของคนที่เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น "หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ร่างกายเราเก่งมากครับ มันสามารถดูดซึมส่วนที่ปลิ้นออกมาให้ยุบลงได้เอง ตามกาลเวลา (ประมาณ 3-6 เดือน)

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment):

  1. ยา: ยาแก้ปวดปลายประสาท (Gabapentin/Pregabalin), ยาลดการอักเสบ, วิตามินบำรุงเส้นประสาท
  2. กายภาพบำบัด: ดึงหลัง (Traction) เพื่อเปิดช่องกระดูกให้กว้างขึ้น, อัลตราซาวด์ลดปวด, และการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Stabilization)
  3. การปรับพฤติกรรม: เลี่ยงการก้มยกของหนัก เลี่ยงการนั่งพื้น หรือนั่งนานเกิน 1 ชั่วโมง
  4. การฉีดยาเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection): กรณีปวดมากจนทนไม่ไหว การฉีดยาช่วยลดการอักเสบที่ตรงจุดได้ดีมาก

เมื่อไหร่ถึงต้องผ่าตัด?

  • ขาอ่อนแรงชัดเจน (เช่น กระดกเท้าไม่ขึ้น)
  • ระบบขับถ่ายล้มเหลว (Cauda Equina Syndrome) อันนี้ฉุกเฉิน
  • รักษาเต็มที่ 3 เดือนแล้ว ยังปวดจนใช้ชีวิตไม่ได้

สรุปส่งท้าย: อย่าเพิ่งตื่นตูม

เคสของคุณต้น ที่หมอเล่าให้ฟังตอนต้น หลังจากตรวจร่างกายละเอียดแล้ว พบว่าเป็นแค่ “กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท” (Piriformis Syndrome) ครับ อาการคล้ายหมอนรองกระดูกทับเส้นมาก แต่ไม่ใช่! รักษาด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและกินยาก็หายดี เดินปร๋อกลับบ้านได้

ดังนั้น ถ้าคุณมีอาการปวดร้าวลงขา:

  1. ตั้งสติ: ลองเช็กอาการตามที่หมอบอก (ไอจามเจ็บไหม? เลยเข่าไหม? ชาไหม?)
  2. อย่ารีบไปดึงหลังหรือตอกเส้น: ถ้ายังไม่รู้ว่าเป็นอะไร การไปดัดหลังรุนแรงอาจทำให้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นอยู่ "แตก" ออกมาได้
  3. พบแพทย์เฉพาะทาง: เพื่อความชัวร์และการรักษาที่ตรงจุด

โรคกระดูกและข้อ รู้เร็ว รักษาถูกวิธี หายได้และไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น #กล้ามเนื้ออักเสบ #สลักเพชรจม #กระดูกสันหลังเสื่อม #ชาลงขา #ปวดสะโพก #หมอเก่งกระดูกและข้อ


References:

  1. Deyo RA, et al. Herniated lumbar intervertebral disk. Ann Intern Med. 2016. (บทความวิชาการที่สรุปแนวทางการวินิจฉัยและรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เน้นย้ำว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้เอง).
  2. Koes BW, et al. Diagnosis and treatment of sciatica. BMJ. 2007. (งานวิจัยที่เปรียบเทียบอาการระหว่างปวดหลังจากกล้ามเนื้อและปวดจากเส้นประสาทไซอาติก หรือ Sciatica รวมถึงวิธีการตรวจร่างกายที่แม่นยำ).
  3. Kreiner DS, et al. NASS Clinical Guidelines for Diagnosis and Treatment of Lumbar Disc Herniation with Radiculopathy. 2012. (แนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานระดับโลก ของสมาคมศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง เรื่องการดูแลผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้น).
  4. Vroomen PC, et al. Diagnostic value of history and physical examination in patients suspected of sciatica due to disc herniation: a systematic review. J Neurol. 1999. (การศึกษาที่ยืนยันความสำคัญของการซักประวัติและการทำท่า Straight Leg Raise ในการแยกโรค).
  5. Thai Orthopaedic Association. Clinical Practice Guideline for Low Back Pain. (แนวทางการรักษาอาการปวดหลังของราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ที่ปรับให้เข้ากับบริบทคนไทย).

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น