ปวดหลังร้าวลงขา... เป็น "กล้ามเนื้ออักเสบ" หรือ "หมอนรองกระดูกทับเส้น" กันแน่? (วิธีเช็กตัวเองเบื้องต้นก่อนไปหาหมอ)
“หมอครับ ช่วยผมด้วย! ขาผมจะพิการไหม? ปวดจนเดินไม่ได้แล้วครับ!”
เสียงร้องโอดโอยของ “คุณต้น” (นามสมมติ) หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี ดังมาแต่ไกล ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกเข็นรถนั่งเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทีทุลักทุเล หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งกุมหลังเอว อีกข้างบีบนวดขาตัวเองตลอดเวลา
คุณต้นเล่าว่า เมื่อเช้าก้มลงไปยกกระถางต้นไม้ ได้ยินเสียง “กึก” ที่หลัง แล้วความปวดก็พุ่งปรี๊ดลงไปที่ขาเหมือนโดนไฟช็อต จนเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น เพื่อนบ้านบอกว่า “สงสัยหมอนรองกระดูกแตกแล้วแน่ๆ เตรียมผ่าตัดได้เลย” ทำเอาคุณต้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ รีบบึ่งมาหาหมอทันที
เชื่อไหมครับว่า อาการ “ปวดหลังร้าวลงขา” เป็นอาการยอดฮิตที่ทำให้คนไข้ตกใจกลัวมากที่สุดอันดับต้นๆ เพราะคำว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้น” มันฟังดูน่ากลัวและรุนแรง
แต่ความจริงแล้ว... ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดร้าวลงขา จะเป็นโรคกระดูกทับเส้นเสมอไปครับ บ่อยครั้งมันเป็นแค่ “กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง” ที่ส่งสัญญาณลวงหลอกเราเท่านั้น
วันนี้หมอเก่งจะพามาแยกแยะกันชัดๆ ว่าอาการของคุณ เข้าข่ายโรคไหนกันแน่? และแบบไหนที่ต้องรีบวิ่งมาหาหมอทันที
ความจริง: “สายไฟ” กับ “หนังยาง” มันคนละเรื่องกัน
เพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด หมออยากให้เปรียบเทียบหลังของเราเป็นระบบไฟฟ้าครับ
- กล้ามเนื้ออักเสบ (Muscle Strain / Myofascial Pain): เปรียบเหมือน “หนังยาง” ที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ หรือฉีกขาดเล็กน้อย มันจะปวดตื้อๆ ปวดหน่วงๆ เหมือนโดนทุบ
- หมอนรองกระดูกทับเส้น (Herniated Disc): เปรียบเหมือน “สายไฟ” (เส้นประสาท) ที่ถูก “เจลลี่” (หมอนรองกระดูก) ปลิ้นออกมาทับ พอมันโดนทับปุ๊บ ไฟก็จะช็อตเปรี๊ยะ วิ่งจี๊ดลงไปตามสายไฟจนถึงปลายทาง (ขา/เท้า)
ความรู้สึกเจ็บของสองโรคนี้ จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในความรู้สึกของคนไข้ครับ
เจาะลึก: เช็กลิสต์แยกโรคด้วยตัวเอง
หมอมีตารางเปรียบเทียบง่ายๆ ให้ลองสังเกตอาการตัวเองดูครับ
1. ลักษณะความปวด
- กล้ามเนื้ออักเสบ: จะปวดแบบ “ตื้อๆ หน่วงๆ เมื่อยๆ” บางคนบอกปวดเหมือนมีอะไรมากดทับ หรือปวดตุบๆ บริเวณก้อนเนื้อสะโพก ความปวดมักจะเป็นวงกว้าง ระบุจุดไม่ชัดเจน
- กระดูกทับเส้น: จะปวดแบบ “คมๆ เสียววาบ เหมือนไฟช็อต” (Sharp shooting pain) ปวดเหมือนเส้นเอ็นพลิก หรือเหมือนมีเข็มมาแทงลึกๆ ข้างใน
2. เส้นทางการวิ่งของความปวด (จุดตายที่ใช้แยกโรค)
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดครับ!
- กล้ามเนื้ออักเสบ: ปวดที่เอว ร้าวลงมาที่ก้น ยางคนร้าวมาถึงต้นขาด้านหลัง “แต่ส่วนใหญ่มักจะหยุดอยู่แค่เข่า” ไม่ลงไปถึงน่องหรือเท้า (เราเรียกว่า Referred Pain หรืออาการปวดร้าวจากจุดกดเจ็บ)
- กระดูกทับเส้น: ความปวดจะวิ่งเป็นเส้นชัดเจน จากเอว -> ก้น -> ต้นขา -> “เลยเข่าลงไปถึงน่อง ข้อเท้า หรือนิ้วเท้า” (True Sciatica) เพราะเส้นประสาทมันยาวลงไปถึงปลายนิ้วครับ
3. ท่าทางกระตุ้นอาการ
- กล้ามเนื้ออักเสบ: จะปวดเวลาขยับตัวผิดท่า เอี้ยวตัว หรือยืนนานๆ พอนอนพักนิ่งๆ มักจะดีขึ้น
- กระดูกทับเส้น: “ไอ จาม เบ่งถ่าย” จะเจ็บสะดุ้งทันที! (เพราะแรงดันในช่องท้องไปดันหมอนรองกระดูกให้ปูนออกมาทับเส้นประสาทเพิ่ม) หรือแค่นั่งเฉยๆ ก็ปวดจนทนไม่ไหว ต้องลุกเดินหนี
4. อาการร่วม (สัญญาณอันตราย)
- กล้ามเนื้ออักเสบ: ไม่มีอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- กระดูกทับเส้น: มักจะมี “อาการชา” (เหมือนเป็นเหน็บชาหนาๆ) ที่น่องหรือหลังเท้า ร่วมกับ “ขาอ่อนแรง” เช่น กระดกนิ้วโป้งเท้าไม่ขึ้น เดินแล้วขาพับ หรือเดินเขย่งปลายเท้าไม่ได้
บททดสอบ: นอนยกขา (Straight Leg Raise Test)
ถ้าอ่านแล้วยังไม่แน่ใจ หมอมีวิธีทดสอบง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้านครับ (ควรให้ญาติช่วยดู)
- นอนหงายบนเตียงราบ
- ให้ญาติค่อยๆ ยกขาข้างที่ปวดขึ้นช้าๆ โดยที่ “เข่าต้องเหยียดตรง” (ห้ามงอเข่า)
- ผลลัพธ์:
- ถ้าเป็น กล้ามเนื้ออักเสบ: จะยกได้สูง (เกิน 70 องศา) โดยรู้สึกแค่ตึงๆ ที่ต้นขาด้านหลัง (เหมือนเวลาเรายืดเส้น)
- ถ้าเป็น หมอนรองกระดูกทับเส้น: “จะยกได้ไม่ขึ้น” หรือยกได้แค่นิดเดียว (30-60 องศา) จะร้องจ๊ากทันที! เพราะมันจะมีอาการ “ไฟช็อตวิ่งลงขา” อย่างรุนแรง จนต้องรีบวางขาลง
การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ (Investigation)
เมื่อคุณมาหาหมอ หมอจะไม่ได้ส่งเข้าอุโมงค์ MRI ทันทีทุกคนนะครับ เรามีลำดับขั้นตอน:
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย: สำคัญที่สุด 80% ของการวินิจฉัยได้จากขั้นตอนนี้
- เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูก ดูความเสื่อม ดูการเคลื่อนของกระดูก “แต่เอกซเรย์มองไม่เห็นเส้นประสาทและหมอนรองกระดูกนะครับ” ดังนั้น ถ้าเป็นระยะเริ่มต้น เอกซเรย์อาจจะดูปกติ
- MRI (Magnetic Resonance Imaging): จะทำก็ต่อเมื่อ
- รักษาด้วยยาและกายภาพ 4-6 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น
- มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน
- มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย (อั้นฉี่/อึไม่ได้) -> อันนี้ต้องผ่าตัดด่วน
- สงสัยเนื้องอกหรือการติดเชื้อ
แนวทางการรักษา: ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
ข่าวดีครับ! 90% ของคนที่เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น "หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ร่างกายเราเก่งมากครับ มันสามารถดูดซึมส่วนที่ปลิ้นออกมาให้ยุบลงได้เอง ตามกาลเวลา (ประมาณ 3-6 เดือน)
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment):
- ยา: ยาแก้ปวดปลายประสาท (Gabapentin/Pregabalin), ยาลดการอักเสบ, วิตามินบำรุงเส้นประสาท
- กายภาพบำบัด: ดึงหลัง (Traction) เพื่อเปิดช่องกระดูกให้กว้างขึ้น, อัลตราซาวด์ลดปวด, และการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Stabilization)
- การปรับพฤติกรรม: เลี่ยงการก้มยกของหนัก เลี่ยงการนั่งพื้น หรือนั่งนานเกิน 1 ชั่วโมง
- การฉีดยาเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection): กรณีปวดมากจนทนไม่ไหว การฉีดยาช่วยลดการอักเสบที่ตรงจุดได้ดีมาก
เมื่อไหร่ถึงต้องผ่าตัด?
- ขาอ่อนแรงชัดเจน (เช่น กระดกเท้าไม่ขึ้น)
- ระบบขับถ่ายล้มเหลว (Cauda Equina Syndrome) อันนี้ฉุกเฉิน
- รักษาเต็มที่ 3 เดือนแล้ว ยังปวดจนใช้ชีวิตไม่ได้
สรุปส่งท้าย: อย่าเพิ่งตื่นตูม
เคสของคุณต้น ที่หมอเล่าให้ฟังตอนต้น หลังจากตรวจร่างกายละเอียดแล้ว พบว่าเป็นแค่ “กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท” (Piriformis Syndrome) ครับ อาการคล้ายหมอนรองกระดูกทับเส้นมาก แต่ไม่ใช่! รักษาด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและกินยาก็หายดี เดินปร๋อกลับบ้านได้
ดังนั้น ถ้าคุณมีอาการปวดร้าวลงขา:
- ตั้งสติ: ลองเช็กอาการตามที่หมอบอก (ไอจามเจ็บไหม? เลยเข่าไหม? ชาไหม?)
- อย่ารีบไปดึงหลังหรือตอกเส้น: ถ้ายังไม่รู้ว่าเป็นอะไร การไปดัดหลังรุนแรงอาจทำให้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นอยู่ "แตก" ออกมาได้
- พบแพทย์เฉพาะทาง: เพื่อความชัวร์และการรักษาที่ตรงจุด
โรคกระดูกและข้อ รู้เร็ว รักษาถูกวิธี หายได้และไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น #กล้ามเนื้ออักเสบ #สลักเพชรจม #กระดูกสันหลังเสื่อม #ชาลงขา #ปวดสะโพก #หมอเก่งกระดูกและข้อ
References:
- Deyo RA, et al. Herniated lumbar intervertebral disk. Ann Intern Med. 2016. (บทความวิชาการที่สรุปแนวทางการวินิจฉัยและรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เน้นย้ำว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้เอง).
- Koes BW, et al. Diagnosis and treatment of sciatica. BMJ. 2007. (งานวิจัยที่เปรียบเทียบอาการระหว่างปวดหลังจากกล้ามเนื้อและปวดจากเส้นประสาทไซอาติก หรือ Sciatica รวมถึงวิธีการตรวจร่างกายที่แม่นยำ).
- Kreiner DS, et al. NASS Clinical Guidelines for Diagnosis and Treatment of Lumbar Disc Herniation with Radiculopathy. 2012. (แนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานระดับโลก ของสมาคมศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง เรื่องการดูแลผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้น).
- Vroomen PC, et al. Diagnostic value of history and physical examination in patients suspected of sciatica due to disc herniation: a systematic review. J Neurol. 1999. (การศึกษาที่ยืนยันความสำคัญของการซักประวัติและการทำท่า Straight Leg Raise ในการแยกโรค).
- Thai Orthopaedic Association. Clinical Practice Guideline for Low Back Pain. (แนวทางการรักษาอาการปวดหลังของราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ที่ปรับให้เข้ากับบริบทคนไทย).
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น