วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

ปวดหลังแล้วร้าวลงขา... ต้อง "ผ่าตัด" ทุกคนไหม? ความจริงที่คนไข้ 90% สบายใจได้เลย!


 

ปวดหลังแล้วร้าวลงขา... ต้อง "ผ่าตัด" ทุกคนไหม? ความจริงที่คนไข้ 90% สบายใจได้เลย!

หลายคนพอเริ่มมีอาการปวดหลังจากเอวแล้วร้าวปร๊าดลงไปที่น่อง หรือชาไปถึงปลายนิ้วเท้า ความคิดแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวด้วยความกลัวคือ "สงสัยต้องโดนผ่าตัดแน่ ๆ" บางคนถึงขั้นยอมทนปวดเป็นปี ๆ เพราะกลัวการขึ้นเตียงผ่าตัด กลัวจะเดินไม่ได้ หรือกลัวผลแทรกซ้อน แต่รู้ไหมครับว่าในโลกของการแพทย์สมัยใหม่ การผ่าตัดคือ "ทางเลือกสุดท้าย" ไม่ใช่คำตอบแรกเสมอไป


"หมอครับ ผมยอมปวดแบบนี้ไปตลอดชีวิต ดีกว่าต้องผ่าหลังแล้วเสี่ยงเป็นอัมพาต"

นี่คือคำพูดของคุณลุงวิชัย (นามสมมติ) วัย 55 ปี ที่เดินกะเผลกเข้ามาหาผมด้วยอาการปวดร้าวลงขาขวาอย่างรุนแรงจนนอนไม่ได้มาเกือบเดือน ลุงแกมีสีหน้าหวาดวิตกมาก พอผมบอกว่าอาการลุงเข้าข่าย "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" ลุงรีบออกตัวก่อนเลยว่าไม่ขอผ่าตัดเด็ดขาด

ผมจึงตอบลุงไปว่า "ลุงครับ การรักษาโรคนี้เหมือนการปีนบันไดครับ เราเริ่มจากขั้นแรกที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดก่อน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เราถึงจะค่อย ๆ ขยับไปขั้นที่สูงขึ้น ไม่ใช่ทุกคนที่มาหาหมอแล้วจะจบที่ห้องผ่าตัดครับ"


อธิบายความจริง: ทำไมปวดหลังแล้วถึงร้าวลงขา?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น หลังของเราเหมือน "ตู้ชุมสายโทรศัพท์" ครับ กระดูกสันหลังคือตัวตู้ ส่วนเส้นประสาทที่วิ่งลงไปที่ขาคือ "สายไฟ" ที่ส่งสัญญาณไปสั่งการให้เดินหรือรับความรู้สึก

เมื่อหมอนรองกระดูก (แผ่นเจลลี่กั้นกระดูก) มันเสื่อมหรือแตกจน "ไส้" ข้างในปลิ้นออกมา มันจะไปกดเบียดเจ้า "สายไฟ" หรือเส้นประสาทนี้เข้าพอดี สัญญาณไฟจึงช็อตและส่งความปวดร้าวลงไปตามทางที่สายไฟวิ่งผ่าน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงปวดที่ขา ทั้งที่ต้นเหตุอยู่ที่หลังครับ


90% ของคนไข้ "หายได้" โดยไม่ต้องผ่าตัด!

นี่คือสถิติที่อยากให้ทุกคนมั่นใจครับ ร่างกายมนุษย์เรามหัศจรรย์มาก เจ้าก้อนเจลลี่ที่ปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทนั้น ในหลาย ๆ กรณี ร่างกายสามารถ "ย่อยสลาย" หรือทำให้มันหดเล็กลงได้เองตามธรรมชาติ เพียงแต่เราต้องช่วยให้กระบวนการนั้นง่ายขึ้นผ่านการรักษาที่ถูกต้อง:

  1. การใช้ยาที่ตรงจุด: ไม่ใช่แค่ยาแก้ปวดทั่วไป แต่เป็นยาที่ช่วยลดการอักเสบของเส้นประสาทโดยเฉพาะ
  2. กายภาพบำบัด: การดึงหลัง (Traction) หรือการทำท่าบริหารเพื่อ "ดัน" ให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่
  3. การปรับท่าทาง: การเลิกก้มยกของหนัก และเปลี่ยนวิธีนั่งทำงาน

แล้วเมื่อไหร่ล่ะ... ที่เรา "ต้อง" พิจารณาการผ่าตัด?

ในฐานะหมอกระดูก เราจะพิจารณาการผ่าตัดก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนตามหลักวิชาการเท่านั้นครับ:

  • รักษาด้วยวิธีปกติแล้ว 6-8 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น: ปวดจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ ทำงานไม่ได้ นอนไม่หลับ
  • เริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง: เช่น เดินแล้วเท้าตก ยกเท้าไม่ขึ้น ขาลีบลงชัดเจน
  • สัญญาณอันตราย (Emergency): กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ หรือชาบริเวณรอบทวารหนัก/อวัยวะเพศ (Cauda Equina Syndrome) กรณีนี้ต้องผ่าตัดด่วนภายใน 24-48 ชั่วโมงเพื่อรักษาการทำงานของเส้นประสาทไว้

นวัตกรรมทางเลือก: ฉีดยาด้วย Ultrasound (ไม่ต้องผ่าซ่อม)

ก่อนจะไปถึงขั้นผ่าตัด ปัจจุบันเรามีการรักษาที่เรียกว่า "การฉีดยาลดอักเสบเข้าโพรงประสาท" โดยใช้เครื่อง Ultrasound นำทาง หมอจะมองเห็นเส้นประสาทและตำแหน่งที่ถูกทับผ่านหน้าจอ แล้วสอดเข็มเล็ก ๆ เข้าไปปล่อยยาตรงจุดที่อักเสบพอดี

  • ข้อดี: แม่นยำสูง ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และลดความปวดได้ทันทีในหลายกรณี

การพยากรณ์โรค: ผ่าหรือไม่ผ่า ผลลัพธ์ต่างกันไหม?

งานวิจัยทางการแพทย์ในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ในระยะยาว (ประมาณ 1-2 ปี) คนไข้ที่รักษาด้วยวิธี "ไม่ผ่าตัด" กับ "ผ่าตัด" มีผลลัพธ์ความพึงพอใจและอาการปวดที่ใกล้เคียงกันครับ

ความแตกต่างคือ "ความเร็วในการหาย" การผ่าตัดมักจะทำให้หายปวดทันที แต่การไม่ผ่าตัดต้องใช้ความอดทนและการวินัยในการทำกายภาพมากกว่า ดังนั้นหากอาการคุณไม่เข้าขั้นวิกฤต การให้เวลาร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองก่อนคือวิธีที่ดีที่สุดครับ


สรุป

"ปวดหลังร้าวลงขา ไม่เท่ากับ ผ่าตัด" ครับ อย่าให้ความกลัวทำให้คุณเสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้อง หากคุณมีอาการ รีบมาปรึกษาหมอเพื่อวินิจฉัยด้วยการตรวจร่างกายหรือ MRI ให้ชัดเจนก่อน เพื่อเลือกทางเดินการรักษาที่เหมาะกับตัวคุณที่สุดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ไม่ต้องผ่าตัด #ปวดหลัง #หมอเก่ง #รักษาโรคกระดูก #กายภาพบำบัด #ฉีดยาลดอักเสบ #ส่องกล้องกระดูกสันหลัง #สุขภาพหลัง


References

  1. Peul WC, van Houwelingen HC, van den Hout WB, et al. Surgery versus Prolonged Conservative Treatment for Sciatica. New England Journal of Medicine. 2007;356(22):2245-56. (สรุป: งานวิจัยสำคัญที่เปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดกับการรักษาแบบไม่ผ่าตัด พบว่าในระยะยาวให้ผลลัพธ์ไม่ต่างกันมากนัก)
  2. Gugliotta M, da Costa BR, Dabis E, et al. Surgical versus conservative treatment for lumbar disc herniation: a prospective cohort study. BMJ Open. 2016;6(12):e012938. (สรุป: การวิจัยเชิงติดตามผลที่ยืนยันว่าการรักษาแบบประคับประคองช่วยให้คนไข้ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด)
  3. Jacobs WC, van Tulder M, Arts M, et al. Surgery versus conservative management of sciatica due to a herniated lumbar disc: a systematic review. European Spine Journal. 2011;20(4):513-22. (สรุป: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบที่ชี้ให้เห็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเมื่อไหร่ควรเลือกผ่าตัด)
  4. Lurie JD, Tosteson TD, Tosteson AN, et al. Surgical versus nonoperative treatment for lumbar disc herniation: eight-year results for the Spine Patient Outcomes Research Trial (SPORT). Spine. 2014;39(1):3-16. (สรุป: การติดตามผลระยะยาว 8 ปี พบว่าทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์ที่ดีในคนไข้ที่มีความตั้งใจในการรักษา)
  5. Wang JC, Lin E. Adolescent lumbar disc herniation. The Journal of the American Academy of Orthopaedic Surgeons. 2006;14(2):89-99. (สรุป: ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นในกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่นซึ่งเน้นการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นอันดับแรก)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น