วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569

ทำไม "เดินปร๋อ" แต่พอ "นั่งขับรถ" กลับปวดร้าวลงขาแทบขาดใจ? ความลับที่คนเป็นกระดูกทับเส้นต้องรู้




 ทำไม "เดินปร๋อ" แต่พอ "นั่งขับรถ" กลับปวดร้าวลงขาแทบขาดใจ? ความลับที่คนเป็นกระดูกทับเส้นต้องรู้

"หมอครับ... ผมงงมากเลย ปกติผมไปเดินห้าง เดินออกกำลังกายเป็นชั่วโมง ไม่ยักกะปวด แต่พอขึ้นรถขับไปหาลูกค้าแค่ 30 นาที ขามันเริ่มชา แล้วก็ปวดร้าวลงไปถึงน่อง ต้องจอดรถลงมายืดเส้นถึงจะหาย มันเป็นเพราะอะไรครับหมอ?"

นี่คือคำถามจาก "คุณชัย" (นามสมมติ) เซลส์แมนหนุ่มใหญ่วัย 45 ปี ที่เดินกะเผลกเข้ามาหาหมอด้วยความสงสัย แกเล่าว่าเพื่อนๆ แซวว่า "สำออย" หรือเปล่า เพราะเห็นเดินเหินได้ปกติ แต่พอให้ขับรถกลับทำหน้าเหมือนเจ็บปวดทรมาน

หมออยากบอกคุณชัยและทุกท่านตรงนี้เลยครับว่า "ท่านไม่ได้คิดไปเอง" และนี่เป็นอาการสุดคลาสสิกของคนที่เป็น "โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" (Herniated Disc) เลยล่ะครับ

ทำไมการนั่งสบายๆ บนเบาะนุ่มๆ ถึงทำร้ายหลังเราได้มากกว่าการเดิน? วันนี้หมอจะพาไปไข

ความลับทางชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) ที่จะทำให้คุณต้องรีบกลับไปปรับเบาะรถทันทีครับ

1. ความลับเรื่อง "แรงดัน" ในหมอนรองกระดูก

เพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด ให้จินตนาการว่า "หมอนรองกระดูก" ของเราเหมือน "โดนัทที่มีไส้ครีมอยู่ตรงกลาง" (หรือลูกโป่งใส่น้ำ) แทรกอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อครับ

ท่านเชื่อไหมครับว่า อิริยาบถต่างกัน แรงดันในโดนัทชิ้นนี้ต่างกันมหาศาล! มีงานวิจัยระดับโลก (Nachemson’s study) ที่วัดแรงดันในหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอว พบความจริงที่น่าตกใจครับ:

  • ท่านอนหงาย: แรงดันต่ำที่สุด (เปรียบเหมือนพักผ่อน)
  • ท่ายืน/เดิน: แรงดันประมาณ 100% (กระดูกสันหลังตั้งตรง รับน้ำหนักตามธรรมชาติ)
  • ท่านั่งเก้าอี้ปกติ: แรงดันพุ่งขึ้นไปถึง 140-150%
  • ท่านั่งขับรถ (เหยียบคลัตช์/เบรก): แรงดันอาจพุ่งสูงถึง 180-200%!!

ทำไม "นั่ง" ถึงแรงดันเยอะกว่า "ยืน"?

เมื่อเรายืน กระดูกสันหลังจะโค้งเป็นรูปตัว S ตามธรรมชาติ (Lordosis) ซึ่งช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี แต่พอเรา "นั่ง" โดยเฉพาะเบาะรถที่ก้นจมลงไป หลังช่วงเอวของเราจะถูกดัดให้ตรงหรือโค้งงอไปด้านหลัง (Kyphosis/Flexion)

เปรียบเหมือนเรา "บีบด้านหน้าของโดนัท" อย่างแรง ผลที่ตามมาคือ "ไส้ครีม (เจลในหมอนรองกระดูก)" จะถูกดันปลิ้นออกไปทางด้านหลัง... ซึ่งด้านหลังนั่นแหละครับ คือที่อยู่ของ "เส้นประสาท"!

ดังนั้น ยิ่งนั่งนาน ไส้โดนัทยิ่งถูกดันไปเบียดเส้นประสาทมากขึ้น อาการปวดร้าวลงขา (Sciatica) จึงถามหาทันที ในขณะที่การเดิน หลังเราแอ่นตามธรรมชาติ ไส้โดนัทจึงไม่ถูกดันออกมามากเท่าครับ

2. ภัยเงียบจาก "แรงสั่นสะเทือน" (Vibration)

รถยนต์ไม่ได้แค่นั่งเฉยๆ แต่มัน "สั่น" ตลอดเวลาครับ

แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์และพื้นถนน (Whole Body Vibration) คือศัตรูตัวฉกาจของหมอนรองกระดูก การสั่นสะเทือนทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องเกร็งตัวตลอดเวลาเพื่อพยุงกระดูกโดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้เกิดความล้า

และที่แย่กว่านั้นคือ แรงสั่นสะเทือนเร่งให้หมอนรองกระดูก "คายน้ำ" และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้ความสามารถในการรับแรงกระแทกลดลง ยิ่งขับรถทางไกลนานๆ กระดูกยิ่งทรุด ตัวยิ่งเตี้ยลง และเส้นประสาทโดนกดทับง่ายขึ้นครับ

3. กับดักของ "การใช้เท้า"

เวลาเรานั่งเก้าอี้ทำงาน เท้าเราวางราบกับพื้นช่วยรับน้ำหนักได้บ้าง แต่เวลาขับรถ เท้าขวาต้องลอยเพื่อเหยียบเบรกหรือคันเร่ง เท้าซ้ายก็วางไม่เต็มที่

การที่ขาต้องเหยียบเหยียดไปข้างหน้า (Active use of pedals) ทำให้กล้ามเนื้อสะโพก (Ilio-psoas) ดึงรั้งกระดูกสันหลังตลอดเวลา เพิ่มแรงกดที่หมอนรองกระดูก L4-L5 และ L5-S1 ซึ่งเป็นจุดยอดฮิตของโรคกระดูกทับเส้นนั่นเองครับ

How-To: ปรับท่านั่งขับรถอย่างไร ให้รอดจากกระดูกทับเส้น?

ถ้าเลี่ยงขับรถไม่ได้ เราต้อง "อยู่เป็น" ครับ หมอมีเทคนิคปรับเบาะและท่าขับรถ 4 ข้อ เพื่อลดแรงดันในหมอนรองกระดูกครับ

1. อย่าเอนนอนขับ และ อย่าตั้งฉากเกินไป หลายคนชอบปรับเบาะเอนนอนเท่ๆ (เหมือนนอนขับ) หรือบางคนก็ตั้งตรงเป๊ะ 90 องศา ทั้งสองท่านี้ "ผิด" ครับ

  • ท่าที่ถูกต้อง: พนักพิงควรเอนไปด้านหลังเล็กน้อย ประมาณ 100-110 องศา องศานี้จะช่วยลดแรงกดที่หมอนรองกระดูกได้ดีที่สุด

2. ก้นต้องชิด ขาต้องไม่เหยียดสุด ดันก้นให้ชิดพนักพิงด้านในสุด อย่าให้นั่งไหลๆ และปรับระยะห่างของเบาะ ให้เข่า "งอเล็กน้อย" เวลาเหยียบเบรกจนสุด หากขาเหยียดตึงเกินไป เวลาเบรกแรงๆ แรงกระแทกจะส่งตรงเข้าสะโพกและหลังทันที

3. ต้องมี "หมอนหนุนหลัง" (Lumbar Support) นี่คืออุปกรณ์ช่วยชีวิตครับ! เบาะรถส่วนใหญ่ออกแบบมาเป็นหลุม (Bucket Seat) ทำให้หลังเรางอ ให้หาหมอนใบเล็กๆ ม้วนผ้าขนหนู หรือใช้อุปกรณ์ Lumbar Support สอดไว้ที่ "หลังส่วนล่าง" (เหนือเข็มขัดเล็กน้อย) เพื่อดันให้หลังแอ่นรักษาโค้งตัว S ไว้ตลอดเวลา (เหมือนตอนเรายืน) จะช่วยลดแรงดันในหมอนรองกระดูกได้มหาศาล

4. กฎเหล็ก "พักทุกชั่วโมง" ต่อให้ท่านั่งดีแค่ไหน แต่อย่านั่งแช่เกิน 1-2 ชั่วโมงครับ ให้จอดรถ ลงมาเดินวนรอบรถสัก 2 รอบ หรือยืนแอ่นหลัง (Back Extension) สัก 5-10 ครั้ง เพื่อดัน "ไส้โดนัท" ให้กลับเข้าที่ และให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเส้นประสาทครับ

สรุป

อาการปวดร้าวลงขาเวลาขับรถ ไม่ใช่เรื่องปกติ และไม่ใช่ความสำออยครับ แต่มันคือสัญญาณเตือนทางชีวกลศาสตร์ว่า "หมอนรองกระดูกของคุณกำลังร้องไห้" จากการถูกบีบอัดอย่างรุนแรงในท่านั่ง

สำหรับคนที่เป็นโรคกระดูกทับเส้น การขับรถคือหนึ่งในกิจกรรมที่ท้าทายที่สุด หากท่านปรับเบาะก็แล้ว พักก็แล้ว แต่อาการปวดร้าวลงขายังรุนแรง มีอาการชา หรือขาอ่อนแรง หมอแนะนำให้รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจ MRI ดูความรุนแรงนะครับ เพราะบางครั้ง "เบรก" ที่ท่านเหยียบ อาจจะไม่ทันการ ถ้าขาเกิดอ่อนแรงกะทันหันครับ

ขับรถปลอดภัย ใส่ใจกระดูกสันหลัง แล้วท่านจะเดินทางถึงจุดหมายได้อย่างมีความสุขครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังร้าวลงขา #ขับรถปวดหลัง #กระดูกทับเส้นประสาท #หมอนรองกระดูกเสื่อม #Sciatica #ท่านั่งขับรถ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดสลักเพชร #LumbarSupport #เชียงใหม่

References:

  1. Nachemson A. The load on lumbar disks in different positions of the body. Clin Orthop Relat Res. 1966;45:107-22.
  2. Wilke HJ, Neef P, Caimi M, Hoogland T, Claes LE. New in vivo measurements of pressures in the intervertebral disc in daily life. Spine (Phila Pa 1976). 1999;24(8):755-62.
  3. Makhsous M, Lin F, Bankard J, et al. Biomechanical effects of sitting with adjustable ischial and lumbar support on occupational low back pain: evaluation of sitting load and back muscle activity. BMC Musculoskelet Disord. 2009;10:17.
  4. Lis AM, Black KM, Korn H, Nordin M. Association between sitting and occupational LBP. Eur Spine J. 2007;16(2):283-98.
  5. Mayo Clinic. Sciatica - Symptoms and causes [Internet]. Rochester (MN): Mayo Foundation for Medical Education and Research; 2023 [cited 2025 Jan 1]. Available from: https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/sciatica/symptoms-causes/syc-20377435

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น