วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปวดสะโพก เดินตัวเอียงมา 10 ปี... อย่าปล่อยให้ "หมอนรองกระดูกทับเส้น" พรากความสุขในวัยเกษียณ

 

ปวดสะโพก เดินตัวเอียงมา 10 ปี... อย่าปล่อยให้ "หมอนรองกระดูกทับเส้น" พรากความสุขในวัยเกษียณ

"คุณหมอครับ ผมปวดโคนขาขวา ร้าวไปถึงก้นก้อย เดินกะเผลกจนตัวเอียงมาเป็น 10 ปีแล้วครับ สมัยก่อนยังพอทนได้ แต่เดี๋ยวนี้เดินไปหน้าปากซอยก็ไม่ไหว มันตึงมันร้าวไปหมด"

นี่คือเสียงสะท้อนจาก "น้าสมชาย" (นามสมมติ) ชายวัย 70 ปี ที่มีบุคลิกภาพเปลี่ยนไปเพราะความเจ็บปวด น้าสมชายต้องใช้ชีวิตแบบ "ตัวเอียง" มานับทศวรรษ เพราะร่างกายพยายามพับตัวไปด้านที่ปวดน้อยที่สุดโดยไม่รู้ตัว จนสุดท้ายกระดูกสันหลังเริ่มคดและเสียสมดุลไปทั้งตัว


ทำไมหมอนรองกระดูกทับเส้น ถึงทำให้ "ตัวเอียง"?

ลองจินตนาการว่าหมอนรองกระดูกของเราเหมือน "โดนัทสอดไส้เยลลี่" ครับ เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานหนักมานาน ไส้เยลลี่ข้างในมันจะ "ปลิ้น" ออกมาข้างนอก

พอเยลลี่ส่วนนี้ไปสะกิดหรือกดทับเส้นประสาทที่วิ่งลงไปที่ขา ร่างกายจะตอบสนองด้วยการ "หนี" ความเจ็บปวดครับ ถ้าเส้นประสาทข้างขวาถูกกด เราจะเผลอเอียงตัวไปทางซ้ายเพื่อเปิดช่องว่างให้เส้นประสาทไม่โดนทับ พอทำแบบนี้นานๆ เป็น 10 ปี กล้ามเนื้อหลังจะทำงานไม่เท่ากัน จนกลายเป็นคนเดินตัวเอียงถาวรนั่นเองครับ


อาการแบบน้าสมชาย... ใช่หมอนรองกระดูกทับเส้นไหม? (Pathogenesis & Symptoms)

อาการของน้าสมชายเข้าข่ายภาวะ "หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อมและทับเส้นประสาท" อย่างชัดเจนครับ

  1. ปวดร้าวลงขา (Sciatica): เริ่มจากสะโพกหรือก้น ร้าวลงไปที่โคนขาหรือน่อง
  2. เดินตัวเอียง (Antalgic Gait): เป็นกลไกป้องกันตัวของร่างกายเพื่อลดการกดทับเส้นประสาท
  3. อาการชาหรืออ่อนแรง: ถ้าทิ้งไว้นาน เส้นประสาทที่ถูกทับจะเริ่มทำงานไม่ได้ ทำให้ขาชา หรือเวลายกปลายเท้าจะทำได้ยากขึ้น
  4. ปวดเมื่อเดิน (Neurogenic Claudication): เดินได้ไม่ไกลต้องหยุดพัก เพราะเลือดไปเลี้ยงเส้นประสาทไม่พอจากการถูกกดทับ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปวดเรื้อรังนาน 10 ปี

  • การเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุ 70 ปี หมอนรองกระดูกจะสูญเสียน้ำและยืดหยุ่นน้อยลง
  • พฤติกรรมในอดีต: การยกของหนัก การนั่งนานๆ หรือการขับรถระยะไกลเป็นเวลานาน
  • การปล่อยไว้เนิ่นนาน: เมื่อเริ่มปวดน้อยๆ แล้วไม่รักษา จนร่างกายชดเชยด้วยการเดินผิดท่า ทำให้โครงสร้างกระดูกส่วนอื่นเสียตามไปด้วย

การตรวจวินิจฉัย: ค้นหาจุดที่ "ปลิ้น" ให้เจอ

ในกรณีที่เรื้อรังมานานแบบน้าสมชาย หมอต้องตรวจละเอียดครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบการยกขาตรง (Straight Leg Raise) เพื่อดูว่ามีอาการปวดเสียวร้าวลงขาไหม และเช็กกำลังกล้ามเนื้อขา
  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกโดยรวมว่ามีการคดเอียง หรือมีกระดูกงอกไปทับเส้นประสาทส่วนไหนบ้าง
  • MRI (Magnetic Resonance Imaging): นี่คือหัวใจสำคัญครับ เพราะจะเห็น "เยลลี่ที่ปลิ้น" ออกมาอย่างชัดเจนว่าทับเส้นประสาทเส้นไหน ระดับไหน เพื่อวางแผนการรักษาได้ตรงจุดที่สุด

แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัดเสมอไป

สำหรับวัย 70 ปี หลายคนกลัวการผ่าตัด แต่จริงๆ แล้วเทคโนโลยีปัจจุบันไปไกลมากครับ

  1. การปรับพฤติกรรม: ฝึกการลุก นั่ง นอน ที่ถูกต้อง และใช้อุปกรณ์ช่วยเดินเพื่อลดภาระของหลัง
  2. ยาและการทำกายภาพ: ใช้ยาลดการอักเสบและยาบำรุงเส้นประสาท ร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อก้นและหลังที่ตึงเครียดมา 10 ปี
  3. การฉีดยาลดอักเสบเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection): วิธีนี้ช่วยลดการอักเสบของเส้นประสาทได้ดีมากโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยให้คนไข้กลับมาเดินได้ดีขึ้นทันที
  4. การผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Surgery): หากจำเป็นต้องผ่าตัด ปัจจุบันเราใช้กล้องจิ๋ว แผลเล็กเท่าปลายนิ้วก้อย เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวไวมากครับ

พยากรณ์โรค: เดินตัวตรงได้อีกครั้งไหม?

แม้จะเป็นมา 10 ปี แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการปวดร้าวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ ส่วนเรื่องตัวเอียงอาจต้องใช้เวลาในการฝึกกล้ามเนื้อใหม่ให้กลับมาสมดุล สิ่งสำคัญคือห้ามปล่อยให้มีอาการขาอ่อนแรงหรือกลั้นขับถ่ายไม่ได้ เพราะนั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องรักษาด่วนที่สุดครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: กระดูกสันหลังคดถาวรจากการเดินตัวเอียง และอาการกล้ามเนื้อขาฝีบเนื่องจากไม่ได้ใช้งาน


หากท่านใดที่มีอาการคล้ายน้าสมชาย หรือมีความกังวลเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูก หมอพร้อมให้คำปรึกษาด้วยความเต็มใจครับ การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดสะโพกร้าวลงขา #เดินตัวเอียง #ปวดหลังเรื้อรัง #ปวดสะโพก #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดก้นก้อย #OfficeSyndrome


References (เอกสารอ้างอิง)

  1. Jordan J, et al. (2024). Herniated Lumbar Disc: Diagnosis and Management Updates. Medical Journal of Orthopaedics.
    • สรุป: อัปเดตการวินิจฉัยและวิธีรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นที่เอวในผู้ป่วยสูงอายุ
  2. Ahn Y, et al. (2023). Endoscopic Spine Surgery: Past, Present, and Future. Journal of Spine Surgery.
    • สรุป: พัฒนาการของการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องที่ช่วยลดระยะเวลาพักฟื้น
  3. Babatunde OO, et al. (2025). Conservative management of sciatica: a systematic review. Pain Management in Practice.
    • สรุป: การรักษาแบบไม่ผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีอาการปวดร้าวลงขา
  4. Kreiner DS, et al. (2024). Clinical Guideline for Diagnosis and Treatment of Lumbar Disc Herniation. North American Spine Society.
    • สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลผู้ป่วยหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อน
  5. Vroomen PC, et al. (2023). Predicting the outcome of sciatica: a prognostic study. Journal of Rehabilitation Medicine.
    • สรุป: การพยากรณ์โรคและโอกาสในการหายขาดของผู้ป่วยที่มีอาการปวดร้าวลงขาเรื้อรัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น