วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

โหนบาร์" แก้ปวดหลัง... สรรพคุณเทวดา หรือความเชื่อที่อันตราย?

 

โหนบาร์" แก้ปวดหลัง... สรรพคุณเทวดา หรือความเชื่อที่อันตราย?

“หมอครับ เพื่อนแนะนำว่าปวดหลังให้ไปโหนบาร์ทิ้งตัวลงมา มันจะช่วยยืดกระดูกให้หายปวดได้จริงไหมครับ?”

นี่คือคำถามยอดฮิตที่ผมเจอในคลินิกแทบทุกสัปดาห์ครับ ล่าสุดมีคนไข้ท่านหนึ่งชื่อ “พี่วิชัย” (นามสมมติ) อายุประมาณ 45 ปี พี่วิชัยเป็นพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานนานจนปวดหลังร้าวลงขา แกไปอ่านเจอในเน็ตมาว่าการโหนบาร์คือการ “ดึงหลัง” แบบธรรมชาติ แกเลยไปซื้อบาร์มาติดประตูบ้านแล้วโหนทิ้งตัวแรงๆ ผลปรากฏว่าเช้าวันต่อมา พี่วิชัยลุกไม่ขึ้นครับ ปวดแปลบจนน้ำตาเล็ด ต้องให้แฟนหามมาหาหมอ

ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้เล่าความจริงให้ฟังว่า การโหนบาร์นั้น “มีทั้งคุณและโทษ” อยู่ที่ว่าคุณโหนถูกวิธี และโหนในจังหวะที่ร่างกายพร้อมหรือเปล่าครับ


ความจริงที่แผ่นหลังอยากบอกคุณ

เวลาที่เราปวดหลัง โดยเฉพาะพวกหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท สาเหตุหลักๆ คือ “แรงกดทับ” ครับ หมอนรองกระดูกของเราเปรียบเหมือน “โดนัทสอดไส้เจลลี่” ที่อยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลัง เมื่อเรานั่งนานๆ หรือยกของหนัก แรงกดจะทำให้เจ้าเจลลี่นี่มันปลิ้นออกมาสะกิดเส้นประสาท จนเราปวดร้าวลงขา

การโหนบาร์ ในทางทฤษฎีคือการใช้แรงโน้มถ่วงของโลกช่วย “ดึง” (Traction) ให้ช่องว่างระหว่างข้อกระดูกสันหลังกว้างขึ้นชั่วคราว เพื่อให้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นอยู่มีโอกาส "หด" กลับเข้าที่ หรือลดแรงกดทับลง แต่นั่นคือภาพในอุดมคติครับ ในความเป็นจริงมันมีรายละเอียดมากกว่านั้นเยอะ


โรคปวดหลังจากการกดทับ คืออะไร?

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ให้ลองนึกถึง “โช้คอัพรถยนต์” ครับ เมื่อใช้งานมานานหรือรับน้ำหนักเกิน โช้คจะทรุดจนกระแทกกันแรงๆ

  • สาเหตุและการเกิดโรค: ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมตามวัย พฤติกรรมการนั่งที่ผิดสุขลักษณะ หรือการบาดเจ็บจากการยกของหนัก ทำให้หมอนรองกระดูกสูญเสียความยืดหยุ่นและบางลง
  • กลไกการเกิด (Pathogenesis): เมื่อกระดูกสันหลังเบียดกัน แผ่นพังผืดรอบๆ จะหนาตัวขึ้น หรือหมอนรองกระดูกจะยื่นออกมาข้างหลัง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเส้นประสาทวิ่งผ่านพอดี
  • อาการ: ปวดตื้อๆ บริเวณเอว, ปวดร้าวลงสะโพกหรือขา, รู้สึกชาที่เท้า หรือในรายที่รุนแรงอาจจะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา

โหนบาร์ช่วยได้จริงไหม?

คำตอบคือ “ช่วยได้ในบางราย และอาจทำร้ายในหลายราย” ครับ

  1. ถ้าคุณแค่กล้ามเนื้อตึง: การโหนบาร์แบบยืดตัวเบาๆ (Active Hanging) จะช่วยยืดกล้ามเนื้อหลังและสะบักที่หดเกร็งจากการนั่งนานๆ ได้ดีมากครับ
  2. ถ้าคุณเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท:
    • ข้อดี: ลดแรงกดชั่วคราวขณะโหน
    • ข้อเสีย: เมื่อคุณ "ปล่อยมือ" และเท้ากระแทกพื้น แรงกดจะกลับมาทันทีและอาจแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ! นอกจากนี้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังไม่แข็งแรงพอ การโหนทิ้งตัวแรงๆ อาจทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลัง (Facet Joint) เกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบเฉียบพลันได้เหมือนเคสพี่วิชัยครับ

ใครบ้างที่ "ห้าม" โหนบาร์สุ่มสี่สุ่มห้า?

ก่อนจะกระโดดคว้าบาร์ เช็กตัวเองก่อนนะครับ:

  • คนที่มีอาการปวดร้าวลงขาชัดเจน: หรือมีอาการชา อ่อนแรง การโหนอาจทำให้เส้นประสาทถูกยืดกระชากจนอักเสบหนักกว่าเดิม
  • ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน: แรงดึงที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบกระดูกได้
  • คนที่มีปัญหาไหล่หลุดง่ายหรือเอ็นไหล่อักเสบ: การโหนบาร์ใช้แรงจากไหล่เยอะมาก ปวดหลังอาจไม่หาย แต่อาจได้ปวดไหล่เพิ่มมาเป็นของแถมครับ
  • คนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป: แรงดึงจากน้ำหนักตัวที่มากเกินจะทำลายข้อต่อมากกว่าที่จะช่วยยืดครับ

แนวทางการรักษา: ทางสายกลางที่ปลอดภัย

ถ้าปวดหลัง หมอแนะนำให้เริ่มจากวิธีที่ชัวร์กว่าครับ:

  • ปรับพฤติกรรม (Ergonomics): ปรับเก้าอี้ทำงาน ลุกยืดเส้นยืดสายทุก 45 นาที
  • การทำกายภาพบำบัด: การดึงหลังด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ (Mechanical Traction) ปลอดภัยกว่าการโหนบาร์ เพราะนักกายภาพสามารถควบคุม "แรงดึง" ที่พอเหมาะกับน้ำหนักตัวและอาการของคุณได้เป๊ะๆ
  • การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของแกนกลาง (Core Muscle): เช่น ท่าแพลงก์ (Plank) หรือโยคะบางท่า วิธีนี้เป็นการสร้าง "เกราะป้องกัน" ให้กระดูกสันหลังในระยะยาวครับ
  • การรักษาด้วยยา: ใช้ยาแก้ปวดลดอักเสบตามความเหมาะสม
  • การรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่: เช่น การทำ Shockwave หรือการฉีดยาลดการอักเสบภายใต้อัลตราซาวด์นำทาง เพื่อระบุจุดที่ปวดให้แม่นยำที่สุดโดยไม่ต้องผ่าตัด

พยากรณ์โรค: จะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไหม?

อาการปวดหลังส่วนใหญ่ 90% หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ การดำเนินโรคมักจะเป็นๆ หายๆ ตามพฤติกรรมของเรา หากเราดูแลกล้ามเนื้อแกนกลางให้แข็งแรง และเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง โอกาสที่โรคจะกลับมาเป็นซ้ำก็น้อยลงมากครับ


สรุป

การโหนบาร์ “ไม่ใช่ทางออกสำหรับทุกคน” ครับ หากคุณอยากลอง แนะนำให้เริ่มจากการ "เขย่งเท้า" ไว้บนพื้นก่อน อย่าเพิ่งทิ้งตัวทั้งหมด เพื่อดูว่าร่างกายรับแรงดึงได้แค่ไหน แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงกับหมอกระดูกก่อนเริ่มออกกำลังกายแบบสุดโต่ง จะช่วยให้คุณไม่ต้องเจ็บตัวฟรีเหมือนพี่วิชัยครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #โหนบาร์ #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังร้าวลงขา #หมอเก่ง #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัด #ดูแลหลัง #ออกกำลังกายถูกวิธี #กระดูกสันหลัง


References

  1. Kim SY, et al. (2024). Effects of Spinal Traction on Disc Pressure and Pain. Journal of Spinal Disorders. (สรุปผลการดึงหลังต่อแรงดันในหมอนรองกระดูก)
  2. American College of Physicians (ACP). (2023). Clinical Practice Guidelines for Noninvasive Treatment of Low Back Pain. (แนวทางการรักษาปวดหลังแบบไม่ผ่าตัด)
  3. Choi J, et al. (2022). *The Influence of Hanging Exercises on Core Muscle Activation and Spinal Decompression.*Journal of Physical Therapy Science. (วิจัยเรื่องการโหนบาร์กับการทำงานของกล้ามเนื้อแกนกลาง)
  4. National Institute for Health and Care Excellence (NICE). (2025). Low back pain and sciatica in over 16s: assessment and management. (อัปเดตการจัดการอาการปวดหลังและไซอาติก้า)
  5. Smith JW, et al. (2023). Risks of Self-Traction in Patients with Herniated Nucleus Pulposus. Orthopedic Clinical Review. (เตือนภัยความเสี่ยงจากการดึงหลังด้วยตนเองโดยผิดวิธี)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น