เจอภาพ MRI "หมอนรองกระดูกทับเส้น" แต่ทำไมไม่ค่อยปวด... ต้องรีบผ่าไหม?
"หมอคะ ดูภาพสแกนสิคะ หมอนรองกระดูกมันปลิ้นออกมาเบ้อเริ่มเลย แต่ทำไมป้าแค่ตื้อๆ หลัง ไม่ได้ปวดเจียนตายเหมือนในเน็ตบอก แบบนี้ต้องรีบผ่าตัดไหมคะ กลัวมันจะไปทับจนเป็นอัมพาต!"
นี่คือความกังวลของ “คุณป้าสมศรี” (นามสมมติ) วัย 58 ปี ที่ถือฟิล์ม MRI มาหาผมด้วยมืออันสั่นเทา ผลในใบรายงานระบุชัดเจนว่ามีหมอนรองกระดูกเคลื่อน (Disc Herniation) แต่เจ้าตัวยังเดินปร๋อ แค่ปวดหลังเวลาก้มๆ เงยๆ เล็กน้อยเท่านั้น
วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "ผล MRI คือคำพิพากษา" จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าสนใจครับ
MRI คือ "ภาพถ่าย" ไม่ใช่ "อาการ"
หนึ่งในความจริงที่น่าตกใจของวงการแพทย์คือ "ภาพ MRI ที่ดูน่ากลัว อาจไม่ได้แปลว่าคนไข้ต้องเจ็บปวดเสมอไป"
มีการศึกษาวิจัยพบว่า คนปกติที่ไม่ปวดหลังเลย เมื่อนำมาทำ MRI จะพบว่ามีหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือเสื่อมได้สูงถึง 30-50% โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำครับ เพราะร่างกายมนุษย์เรามีความมหัศจรรย์ในการปรับตัว และไม่ใช่ว่าการกดทับทุกจุดจะส่งผลต่อเส้นประสาทในระดับที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรง
ทำไมหมอนรองกระดูกเคลื่อน แต่ไม่ปวด? (Pathogenesis)
ลองนึกภาพ "หมอนรองกระดูก" เหมือน "ขนมปังไส้ครีม" ครับ เมื่อเราใช้งานหนักหรืออายุมากขึ้น ไส้ครีม (วุ้นข้างใน) อาจจะปลิ้นออกมาข้างนอกได้:
- ถ้าไส้ที่ปลิ้นไม่โดนเส้นประสาท: คุณอาจจะไม่มีอาการอะไรเลย หรือแค่ปวดหลังตื้อๆ จากการอักเสบของตัวหมอนรองกระดูกเอง
- ถ้าเส้นประสาท "ทนได้": ร่างกายบางคนมีช่องไขสันหลังที่กว้าง แม้จะมีอะไรมาเบียดบ้าง แต่เส้นประสาทก็ยังมีที่ว่างพอให้หายใจได้ ไม่ถึงกับ "ขาดเลือด" หรือ "ส่งสัญญาณปวด" ออกมา
- การอักเสบสงบลง: ในระยะแรกที่หมอนรองปลิ้นใหม่ๆ จะมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการอักเสบออกมาเยอะ (Inflammatory mediators) ช่วงนั้นจะปวดมาก แต่พอเวลาผ่านไป สารเหล่านี้จางลง เหลือเพียงการกดทับทางกายภาพที่ร่างกายปรับตัวได้แล้ว อาการปวดจึงหายไป
แล้วแบบไหนที่เรียกว่า "อันตราย" (Investigation & Symptoms)
หมอไม่ได้รักษา "ฟิล์มเอกซเรย์" ครับ แต่หมอรักษา "คนไข้" ดังนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าภาพ MRI คือ อาการจากการตรวจร่างกายดังนี้:
- กำลังกล้ามเนื้อ: ขาอ่อนแรงไหม กระดกข้อมือหรือนิ้วเท้าได้ปกติไหม?
- ระบบประสาทสัมผัส: ขาชาหนึบเป็นแถบๆ หรือรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตลงขาหรือไม่?
- การตอบสนอง (Reflex): หมอจะใช้ค้อนยางเคาะดูการตอบสนองของเส้นประสาท
- สัญญาณอันตราย (Red Flags): ถ้าเริ่มคุมการขับถ่ายไม่ได้ (อุจจาระ/ปัสสาวะราด) หรือชาบริเวณอวัยวะเพศและก้นย้อย นี่คือภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันทีครับ
การรักษา: ถ้าปวดไม่มาก "ผ่าตัด" คือทางเลือกสุดท้าย
สำหรับเคสแบบคุณป้าสมศรี ที่ภาพ MRI ดูน่ากลัวแต่ปวดไม่มาก แนวทางการรักษาคือการ "ให้เวลาร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง" ครับ
- การปรับพฤติกรรม: เลี่ยงการยกของหนัก ท่าทางที่ต้องก้มบิดตัว และหมั่นบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) เพื่อให้มาช่วยพยุงกระดูกสันหลังแทน
- การใช้ยา: ยาลดปวดกลุ่มเส้นประสาท หรือยาลดอักเสบในระยะสั้น
- กายภาพบำบัด: การดึงหลัง (Traction) หรือการใช้เครื่องมือลดปวดสามารถช่วยได้มาก
- การฉีดยาลดอักเสบเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection): ในกรณีที่ปวดร้าวลงขาชัดเจนแต่ยังไม่อยากผ่าตัด การฉีดยาโดยใช้เครื่องเอกซเรย์นำทางจะช่วยลดการอักเสบที่ต้นตอได้ดีเยี่ยม
พยากรณ์โรค: หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นจะหายไปไหม?
เชื่อไหมครับว่า หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมา สามารถ "ฝ่อและยุบตัวลง" ได้เองตามธรรมชาติ โดยเม็ดเลือดขาวในร่างกายจะมาทำหน้าที่ "กำจัด" ส่วนที่เกินออกมาเปรียบเสมือนเทศบาลมาเก็บขยะครับ
- โอกาสหายโดยไม่ผ่าตัด: สูงถึง 80-90% ในกลุ่มที่อาการไม่รุนแรง
- การกลับเป็นซ้ำ: เกิดขึ้นได้ถ้าเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ยังก้มยกของหนักเหมือนเดิม
สรุป
ภาพ MRI เป็นเพียง "แผนที่" ที่บอกว่ามีรอยโรคอยู่ตรงไหน แต่ "ความเจ็บปวด" คือตัวบ่งชี้ว่าแผนที่นั้นสร้างปัญหาให้เราจริงหรือไม่ หากคุณพบว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนแต่ยังใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่มีการอ่อนแรง "การผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบครับ"
"รักษาคนไข้ ไม่ใช่รักษาฟิล์มสแกน"
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกทับเส้น #MRI #ไม่ต้องผ่าตัด #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่ง #กระดูกสันหลัง #สุขภาพหลัง #กายภาพบำบัด
References
- Jensen MC, et al. (1994). Magnetic resonance imaging of the lumbar spine in people without back pain. (งานวิจัยคลาสสิกที่พบว่าคนปกติที่ไม่มีอาการปวดหลัง มักตรวจพบหมอนรองกระดูกผิดปกติใน MRI)
- Chiu CC, et al. (2015). The probability of spontaneous regression of lumbar herniated disc. (การศึกษาระบุว่าหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาสามารถฝ่อหายเองได้ตามธรรมชาติ)
- Kreiner DS, et al. (2014). An evidence-based clinical guideline for the diagnosis and treatment of lumbar disc herniation with radiculopathy. (แนวทางการรักษาตามหลักวิชาการที่เน้นการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นอันดับแรก)
- Brinjikji W, et al. (2015). Systematic literature review of imaging features of spinal degeneration in asymptomatic populations. (การทบทวนวรรณกรรมที่ยืนยันว่าความเสื่อมของกระดูกสันหลังพบได้ทั่วไปในคนไม่มีอาการ)
- Peul WC, et al. (2007). Surgery versus prolonged conservative treatment for sciatica. (การเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดกับการรักษาแบบประคับประคอง พบว่าในระยะยาวให้ผลลัพธ์ไม่ต่างกันมากในกลุ่มที่ไม่มีอาการรุนแรง)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น